“ชัยธวัช” ซัด “ระบอบสีน้ำเงิน” ใช้กลไกอิสระคุมอำนาจประชาชน ด้าน “ไอติม” เปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. ชี้พิกัดมือถือพบ 40 สว. โผล่พูลแมน
“ชัยธวัช” ซัด “ระบอบสีน้ำเงิน” ใช้กลไกอิสระคุมอำนาจประชาชน ด้าน “ไอติม” เปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. ชี้พิกัดมือถือพบ 40 สว. โผล่พูลแมน จี้ กกต. สั่งฟ้อง 229 ผู้ถูกกล่าวหา ขณะที่ “พนิดา” แฉต่อเครือข่าย สว.อุทัยฯ–บ้านไทยเศรษฐ์ อ้างโพยล็อกผล แจกเงิน 2 หมื่น ลุ้นเพิ่มหลักแส
วันที่ 29 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก.ก.ในฐานะอดีตผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวบนเวที ตอนหนึ่ง ว่า เริ่มต้นพูดถึงความกังวลกลไกสภาฯ ในการตรวจสอบถ่วงดุล ซึ่งเรื่องล้มล้างการปกครอง ทำให้ตนเองนึกถึงเหตุการณ์ที่กกต.ร้องยุบพรรคก.ก.ว่า ล้มล้างการปกครอง กรณีการหาเสียงทำนโยบายเสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ซึ่งเป็นฟ้ากับเหวกับสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ จึงตั้งคำถามว่าเรื่องโกง สว. มีความปรากฏหรือไม่ ซึ่งมีความปรากฏตั้งแต่ที่เมืองทองธานีแล้ว ทำไมความปรากฏจึงช้าจัง จะรอดูว่าวันที่ 14 ก.ย.จะเป็นอย่างไร คดีฮั้ว สว. โกง สว. จะเป็นอีกจุดที่ทำให้สังคมไทยเห็นว่าเราจำเป็นจะต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เร็วที่สุด เป็นหนึ่งในวิกฤติที่แสดงถึงระบอบประชาธิปไตยของไทยจากภัยคุกคามของระบอบสีน้ำเงิน ที่เป็นพัฒนาการล่าสุดของระบอบการเมือง ตั้งแต่รัฐประหารปี57 และมี รัฐธรรมนูญปี 60 เป็นต้นมา องค์กรอิสระ รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ และ สว. ถูกออกแบบมา เพื่อเป็นกลไกในการกำกับควบคุมสภาฯ และฝ่ายบริหาร ที่มาจากการเลือกตั้ง กลไกที่ออกมากำกับควบคุม อำนาจที่มาจากประชาชนให้เชื่องต่อผู้มีอำนาจในระบอบสีน้ำเงิน
นายชัยธวัช กล่าวว่า ดังนั้น จึงไม่แปลกว่ากลไกเหล่านี้ จะทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง เช่น ป.ป.ช..จะเลือกฟ้องนักการเมืองคนไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นยอมถูกกวาดต้อนมาอยู่กับผู้มีอำนาจหรือไม่ ซึ่งลองไปถามอดีต สส.พรรคพปชร.ดูว่าถูกแบล็คเมล์เรื่องอะไร และพอวันหนึ่งไม่มีอำนาจ หรือไม่ได้เป็นพวกเดียวกันแล้ว คดีก็จะกลับมาเดินใหม่ มันเอาไว้ควบคุมกำกับใช่ไหมครับ ใครเชื่องรอดไป รอไว้ก่อน ใครไม่เชื่องจัดการ ลองดูศาลรัฐธรรมนูญใครเชื่องรอด ใครไม่เชื่อตัดสิทธิ์ ยุบพรรค ถูกไหมครับ วันนี้ สว. ที่มาจากการโกง แม้ไม่ได้มีอำนาจในการเลือกนายกฯ แต่ก็ถือว่าเป็นแกนกลางของการกำกับควบรวมอำนาจของระบอบสีน้ำเงิน และอีกหน้าที่ของ สว. คือการไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในแบบที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องการ ซึ่งเห็นได้ว่ามีความพยายามทุกวิถีทาง มีการโกงอย่างเป็นระบบและโจ่งแจ้ง เพื่อได้เสียงข้างมากใน สว. เพื่อพิทักษ์ระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งใช้ทุกวิถีทางถึงขั้นบอกว่าเราทำเพื่อข้างบน ดังนั้น หากไม่สามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้จะกระทบระบอบประชาธิปไตย
“ไอติม”สวน ”แสวง“หลักฐานพอฟ้องศาล229ราย
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.กล่าวบนเวทีผู้นำฝ่ายค้าน หัวข้อเจาะลึกหลักฐานคดีโกงสว.ตอนหนึ่ง ว่า ผู้ถูกกล่าวหาใน 229 คน เป็นรัฐมนตรี สส. และเป็น กก.บห. พรรคภท. ทั้งหมด 21 คน ในเวลานี้ ที่เรามีข้อกังวลจากคำสัมภาษณ์ของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่ดูเหมือนจะหาทางลงเพื่อไม่ให้มีการสั่งฟ้องนักการเมืองเหล่านี้ หลักฐานในขั้นตอนนี้ไม่ใช่ขั้นตอนของศาล ที่จะบอกว่าคนนี้ผิดแน่นอน หรือไม่ผิด ตามกฎหมาย กกต. มีหน้าที่สั่งฟ้อง ตามหลักฐานอันควรเชื่อว่า มีการทุจริต อย่าเอามาตรฐานจากศาลมาใช้กับการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. หลักฐานที่เราเปิดกันมาตั้งแต่เวทีแรกๆ วันนี้ยังไม่เพียงพอจริงหรือ มันคือหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ขบวนการที่เกี่ยวข้องกับสองร้อยกว่าคนเหล่านี้มีอยู่จริง
ขยี้ชื่อ “สว.สัมพันธ์” ใกล้ชิด “นภินทร”
นายพริษฐ์ เปิดเผยอีก ว่า วันนี้มีข้อมูลของนักการเมือง ที่ถูกกล่าวหามาเปิดเผย คนแรกนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ตนกับนายนภินทรแลกเปลี่ยนกันในรายการโทรทัศน์ และช่วงบ่ายนายนภินทรได้แถลงข่าว มีบางประเด็นที่ทำให้ตนรู้สึกสงสัย โดยเฉพาะกรณีที่มีการรวมตัวกันของบุคคลต่างๆ กว่า 10 คน ในห้องทำงานของนายนภินทร ซึ่งตนได้ถามนายนภินทร ว่า รู้จักกับคนที่มาเป็นสว.ในจ.ราชบุรี หรือไม่ นายนภินทรบอกว่ารู้จัก 2 คน คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมที่ อ.บ้านโป่ง อีกคนหนึ่ง คอยช่วยเหลือเกี่ยวกับเกษตรกร สิ่งที่ตนสงสัยคือ ทำไมนายนภินทร ไม่พูดตรงๆ ว่ารู้จักสองคนนี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะนายสัมพันธ์ ที่เคยเป็นที่ปรึกษาของตลาดศรีเมือง ซึ่งนายนภินทรเป็นเจ้าของ ทำให้มองว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายนภินทร
จี้ “สว.ภาวนา”และ “สว.วราภัสร์ ”ไปทำไรที่ก.พาณิชย์
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า และสุดท้าย ที่ตนถามว่ามีผู้สมัคร สว. คนไหนไปอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ ในห้วงเวลาเดียวกับที่มีเหตุการณ์ในห้องทำงานรัฐมนตรี แต่นายนภินทรกลับตัดบท บอกว่าคนมากระทรวงพาณิชย์เป็น 4-5 พันคน จะเกี่ยวข้องอะไรกับตน เมื่อตนไปเจาะลึกข้อมูลเพิ่มเติม ก็พบว่าไม่ใช่แค่ผู้สมัคร สว.ที่ไหน ที่มีหลักฐานว่าไปปรากฏตัวที่กระทรวงพาณิชย์ในวันเดียวกันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องทำงาน แต่เป็นสองคนนี้ คือ 1.สว.ภาวนา จ.ราชบุรี ที่นายนภินทรยอมรับว่ารู้จัก และ สว.วราภัสร์ จ.เพชรบุรี ที่ปรากฏชื่อในโพยใบสั่งแทบจะทุกใบ ตนขอถามไปยังสว. 2 คนนี้ว่าวันดังกล่าวไปทำอะไรที่กระทรวงพาณิชย์ ที่ตนระบุมานั้นไม่ใช่จะชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่เพื่อจะบอกว่าหลักฐานทั้งหมดเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต
อึ้ง มีพิกัดโทรศัพท์ของสว.40 คน ปรากฎที่โรงแรมดัง
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ข้อมูลจริงๆตนอยากจะไปเปิดที่โรงแรมพูลแมน แต่เมื่อต้องย้ายสถานที่ไม่เป็นไรก็ได้เปิดเผยอยู่ดี เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่าหลักฐานในมือกกต.จะแน่นขนาดไหน ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ยินมาเยอะในเรื่องที่เกี่ยวกับโรงแรมพลูแมน ซึ่งหนึ่งในข้อมูลที่เราได้รับมาเกี่ยวกับพิกัดโทรศัพท์ ที่การโทรเข้าโทรออกของบุคคลนั้นระบุได้ว่าอยู่บริเวณไหน มีข้อมูลว่ามี สว.จำนวน 40 คนที่ปรากฏพิกัดโทรศัพท์อยู่ในบริเวณโรงแรมพูลแมนในวันวันที่ 21 ก.ค.67 ซึ่ง 40 ชื่อนี้อยู่ใน 229 คนที่คณะกรรมการชุดที่ 26 สั่งฟ้อง นี่คือหลักฐานที่น่าจะอยู่ในมือของ กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว อย่างที่ตนย้ำว่า เราเอาจิ๊กซอว์แต่ละชิ้นมารวมกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าตกลงแล้วกระบวนการโกงสว.มีอยู่จริงหรือไม่ และเชื่อว่า ถ้าหน่วยงานมีหลักฐานนี้อยู่ในมือก็เชื่อว่าหลักฐานเพียงพอให้ กกต. ตัดสินใจสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาไปที่ศาล
“พนิดา” ปูด ข้อมูลสัมพันธ์ ”สว.-เจเศรษฐ -ชาดา“
น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. สมุทรปราการ พรรคปชน. กล่าวถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่าง สว.อุทัยธานี กับ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ซึ่งหลังจากที่ไปหาข้อมูล พบความสัมพันธ์ทั้งบุคคลที่เป็นผู้ช่วย ประวัติการทำงาน รวมถึงประวัติการโทรศัพท์ โดยมีการอ้างถึง สว.อุทัยธานี 4 คน เริ่มจาก นายอลงกต วรกี สว.เป็นอดีตรองผู้ว่าฯ อุทัยธานี มีประวัติการโทรศัพท์ 31 ครั้ง กับนายเจเศรษฐ์ และมีประวัติการโทรศัพท์ 3 ครั้ง กับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภท. อีกบุคคลหนึ่ง นายสุทนต์ (กล้าการขาย) สว. ซึ่งพบว่า มีประวัติการโทรศัพท์กับนายเจเศรษฐ์ 7 ครั้ง และมีอีก 1 สายที่โทรคุยกับนายชาดา นายสุทนต์ มีประวัติเป็นเพื่อนร่วมรุ่นหลักสูตร นยปส. รุ่นที่ 13 รุ่นเดียวกับนายชาดา บุคคลต่อมา คือ น.ส.สายฝน(กรองแก้ว) สว. ซึ่งมีผู้ชำนาญการ ที่คาดว่าเป็นเพื่อนกับบุคคลลงสมัคร สส.อุตรดิตถ์ พรรคภท. เพราะเคยมีการโพสต์เฟสบุ๊ก ระบุข้อความว่า ไม่เชียร์เพื่อนจะเชียร์ใคร ซึ่งผู้สมัครคนดังกล่าวก่อนที่จะได้รับเลือกเป็น สส. ก็เคยเป็นคณะทำงานผู้ชำนาญการของนายเจเศรษฐ์ เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลประวัติการโทรศัพท์ระหว่าง สว.สายฝน กับนายเจเศรษฐ์ 1 ครั้ง คนถัดมาคือ นายวันชัย (แข็งการเขต) สว.ถึงแม้ว่าจะไม่มีประวัติการโทรศัพท์ แต่อดีตผู้เชี่ยวชาญของสว.วันชัย ก็เคยเป็นคณะทำงานของนายเจเศรษฐ์ มาก่อน
เผยวงประชุมจัดทำโพย ค่าจ้างเป็นแสน
น.ส.พนิดา กล่าวอีกว่า ในเอกสารบางชิ้น พบว่า รายการบุคคลที่ได้เป็นสว. ในจ.อุทัยธานี และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เคยไปร่วมอยู่ในสถานที่ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นที่จัดทำโพยที่คลองสวนพลู รีสอร์ท จ.อยุธยา ก่อนที่จะถึงการเลือก สว. ระดับประเทศ ซึ่งเข้าใจว่าเจ้าของสถานที่ดังกล่าว มีความใกล้ชิดเป็นอย่างมากกับนายกฯ และกลุ่มพรรคการเมือง พรรคภท.มีพยานบางคนยืนยันว่า ให้ข้อมูลว่า นายอลงกต ได้พูดในงานดังกล่าวระหว่างที่มีการจัดทำโพย ว่า เรามารวมตัวกันจะมีคนผิดหวัง และสมหวัง หากผู้ใดผิดหวังจะหาตำแหน่งให้ และจะมีทีมงานมาดำเนินการว่าเราจะดำเนินการอย่างไร ขอให้เราเชื่อ
น.ส.พนิดา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีข้อมูลปรากฏว่า หลังจากการประชุมจัดทำโพย ได้มีการแจกเงินสดให้กับผู้เข้าร่วม คนละ 20,000 บาท พร้อมแจ้งว่าหากผลคะแนนเป็นไปตามโพย ก็จะได้รับเพิ่มอีก 80,000 บาท และหากสามารถทำให้มีผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็น สว. เกิน 120 คน จะได้อีกคนละ 100,000 บาท