โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม.ไฟเขียวกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ เพิ่มสิทธิคนเรือ-คนทำงานที่บ้าน

ไทยโพสต์

อัพเดต 18 สิงหาคม 2569 เวลา 22.01 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลดันกฎหมายแรงงานชุดใหม่ ครอบคลุมคนประจำเรือ ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ เพิ่มหลักประกันให้สอดรับรูปแบบการทำงานยุคใหม่ พร้อมปรับสิทธิ “คู่สมรส” ไม่จำกัดเพศ

18 สิงหาคม 2569 - ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานเดินหน้าผลักดันการแก้ไขกฎหมายด้านแรงงาน โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงแรงงานเสนอรวม 4 ฉบับ ครอบคลุมคนประจำเรือ ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ เพื่อเพิ่มสิทธิและหลักประกันให้คนทำงานแต่ละกลุ่มได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม

การดำเนินการครั้งนี้เป็นการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสภาพการทำงานในปัจจุบัน ตั้งแต่การนำแรงงานทางทะเลเข้าสู่ระบบประกันสังคม การเพิ่มความคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านในยุคออนไลน์ ไปจนถึงการรับรองสิทธิของคู่สมรสลูกจ้างรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม

สำหรับร่างพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งกระทรวงแรงงานเสนอและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว กำหนดให้การจ้างงานระหว่างเจ้าของเรือกับคนประจำเรืออยู่ภายใต้กฎหมายประกันสังคมและกฎหมายเงินทดแทนโดยตรง จากเดิมที่เจ้าของเรือมีหน้าที่จัดให้มีการคุ้มครองดังกล่าว

การเปลี่ยนแปลงจะทำให้คนประจำเรือเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของรัฐอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมสิทธิประกันสังคม 7 กรณี ได้แก่ ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน พร้อมยกระดับการคุ้มครองให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)

นอกจากนี้ ยังกำหนดห้ามเจ้าของเรือให้คนประจำเรืออายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานระหว่างเวลา 22.00-06.00 น. เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความเป็นอยู่ของเด็กและเยาวชน เว้นแต่เป็นการฝึกอบรมหรือการปฏิบัติหน้าที่ที่จำเป็นตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ส่วนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เป็นการแก้ไขกฎหมายเดิมให้ครอบคลุมรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการรับงานผ่านระบบออนไลน์ พร้อมขยายประเภทงานที่ได้รับความคุ้มครอง ทั้งงานอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม เกษตรกรรม และบริการ

ร่างกฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้รับงานไปทำที่บ้านไว้ที่ 15 ปี และห้ามผู้จ้างให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงหญิงมีครรภ์ ทำงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยตามที่กำหนด

ด้านค่าตอบแทน หากเป็นงานที่มีลักษณะและคุณภาพเช่นเดียวกับงานในสถานประกอบกิจการของผู้จ้าง จะต้องจ่ายไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานตามที่คณะกรรมการกำหนด ส่วนงานที่ไม่ได้ทำในสถานประกอบกิจการของผู้จ้าง สามารถตกลงค่าตอบแทนกันได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่กำหนด

หากผู้จ้างไม่คืนหลักประกันหรือไม่จ่ายค่าตอบแทนโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะต้องรับผิดชอบดอกเบี้ยและเงินเพิ่มร้อยละ 15 ต่อปี ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ขณะที่กรณีจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 400,000-800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์อีก 2 ฉบับ ซึ่ง ครม.เห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เป็นการปรับสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม

สาระสำคัญคือการเปลี่ยนถ้อยคำจาก “สามีหรือภรรยา” เป็น “คู่สมรส” เพื่อครอบคลุมคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายโดยไม่จำกัดเพศ ส่งผลให้คู่สมรสของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียม ทั้งเงินทดแทน ค่ารักษาพยาบาล และค่าทำศพ

จากการประเมินผลกระทบ คาดว่าในช่วงปี 2569-2573 จะมีคู่สมรสได้รับสิทธิค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นประมาณ 11,064-12,021 คน ขณะที่การปรับสิทธิเงินทดแทนยังคงเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิม และไม่ได้เพิ่มจำนวนเงินทดแทนที่รัฐวิสาหกิจต้องจ่าย

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายแรงงานทั้ง 4 ฉบับ เป็นการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับชีวิตและรูปแบบการทำงานของประชาชนในปัจจุบัน พร้อมแก้ไขช่องว่างด้านสิทธิของแรงงานแต่ละกลุ่มให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

“ตั้งแต่คนเรือมีประกัน คนทำงานที่บ้านมีหลักประกัน ไปจนถึงคู่สมรสของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียม ทั้งหมดคือการทำให้การคุ้มครองแรงงานเข้าถึงคนทำงานในทุกพื้นที่และทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะทำงานบนเรือ ที่บ้าน หรือในรัฐวิสาหกิจ ถือเป็นหมุดหมายที่น่ายินดียิ่งของรัฐบาลและกระทรวงแรงงานในการสร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องแรงงานไทย” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...