ลูกชาย ร้อง สายไหมต้องรอด ล่าตัวพี่เลี้ยงจ้างมาดูแลแม่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ สุดท้ายทำร้ายร่างกายแม่เป็นเวลานาน
(6 ก.ย. 69) ลูกชายวัย 45 ปี นำหลักฐานคลิปวิดีโอเข้าขอความช่วยเหลือจากเพจ "สายไหมต้องรอด" หลังแม่วัย 78 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (สโตรก) และสมองฝ่อ ถูกพี่เลี้ยงสาวที่ว่าจ้างมาดูแลทำร้ายร่างกายอย่างต่อเนื่อง
นายปั้น เล่าว่า แม่ป่วยเป็นสโตรกและสมองฝ่อมานานกว่า 2 ปี โดยก่อนหน้านี้พักรักษาตัวอยู่ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ แต่ด้วยความเป็นห่วงจึงตัดสินใจนำแม่กลับมาดูแลที่บ้าน พร้อมติดต่อบริษัทผู้ให้บริการส่งตัวแทนพี่เลี้ยงชื่อ นางนับเดือน (อายุ 44 ปี) มาดูแลชั่วคราวแบบรายวัน (วันละ 800 บาท) ซึ่งในช่วง 6 วันแรก นางนับเดือนปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี พาเข้าห้องน้ำ ทำกายภาพบำบัดอย่างใกล้ชิด ครอบครัวจึงเชื่อใจและตกลงจ้างงานประจำ กินนอนที่บ้าน เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ด้วยอัตราจ้างเดือนละ 26,000 บาท
หลังจากปรับเป็นจ้างประจำ นางนับเดือนเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป แม่เริ่มมีรอยฟกช้ำตามร่างกายโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อสอบถาม นางนับเดือนมักจะอ้างว่า เกิดจากแม่นั่งพิงฝาชักโครก หรือเป็นผลข้างเคียงจากยาละลายลิ่มเลือดที่ทำให้เกิดรอยเขียวช้ำได้ง่าย
กระทั่งวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา แฟนของนายปั้นได้ยินเสียงแม่ร้องขอความช่วยเหลือจากในห้อง เมื่อขึ้นไปดูพบว่านางนับเดือนใช้ผ้าเช็ดตัวคลุมศีรษะแม่และรัดแน่นผิดปกติ โดยแม่พยายามส่งเสียงร้องแต่โต้ตอบไม่ได้ ทำให้นายปั้นตัดสินใจเช็กกล้องวงจรปิดย้อนหลัง และต้องตกใจกับภาพที่เห็น เพราะพบว่านางนับเดือนลงมือทำร้ายแม่มานานหลายวัน ทั้งการก่นด่า ข่มขู่ว่าจะส่งกลับศูนย์พักพิง รวมถึงคาดว่ามีการทำร้ายร่างกายภายในห้องน้ำก่อนหน้านั้นเพียง 1 วัน จนเกิดรอยช้ำตามตัว ครอบครัวจึงสั่งปลดและไล่ออกทันที
เบื้องต้น นายปั้นได้นำหลักฐานคลิปวงจรปิดเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และต้องการเตือนภัยสังคม เนื่องจากทราบว่านางนับเดือนยังคงวนเวียนหางานอยู่ในกลุ่มรับดูแลผู้สูงอายุ
ขณะที่ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า เตรียมประสานงานไปยัง ผกก.สภ.เมืองชลบุรี เพื่อติดตามและเร่งรัดคดี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจร่างกายของหญิงชราจากแพทย์ เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานมัดตัวผู้ก่อเหตุต่อไป