โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อย่างปั่น! 'ทนายตั้ม' ขี่เจ็ตสกี บุก DSI ก่อนเปลี่ยนสูทแดง ยื่นคลิปลับ-ปมเส้นเงิน “กัน จอมพลัง” อ้างบัญชีเงินเข้า 10 ล้านคืนเดียว

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 30 นาทีที่แล้ว

อย่างปั่น! 'ทนายตั้ม' ขี่เจ็ตสกี บุก DSI ก่อนเปลี่ยนสูทแดง ยื่นคลิปลับ-ปมเส้นเงิน “กัน จอมพลัง” อ้างบัญชีเงินเข้า 10 ล้านคืนเดียว จี้ตรวจสอบเงินบริจาค-เสื้อเกราะ-บังเกอร์

วันที่ 7 ก.ย. 2569 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขอให้ตรวจสอบการระดมทุนและการดำเนินงานของ “มูลนิธิกัน จอมพลังช่วยสู้” พร้อมนำคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็น “คลิปลับ” ซึ่งระบุว่าเป็นหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการทำงานของมูลนิธิฯ มอบให้เจ้าหน้าที่ใช้ประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง

การเดินทางมาครั้งนี้ ทนายตั้มสร้างความสนใจด้วยการขับเจ็ตสกีบกสีส้ม-ดำเข้ามา พร้อมสวมชุดว่ายน้ำ เสื้อชูชีพ แว่นตาดำ และติดหนวด ก่อนเปลี่ยนมาเป็นชุดสูทสีแดงเพื่อให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

ทนายตั้มกล่าวว่า การทำคอนเทนต์ในช่วงนี้ต้องการให้สื่อและประชาชนสนใจเพียง 30% ส่วนอีก 70% คือเนื้อหา เพราะต้องการสื่อให้เห็นว่าคอนเทนต์สามารถถูกจัดเตรียมขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการช่วยเหลือประชาชนหรือเรื่องอื่นๆ เพียงตั้งกล้องตามจุดต่างๆ พร้อมระบุว่า ล่าสุดแม้แต่เหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตก็ยังสามารถนำมาสร้างเป็นคอนเทนต์ได้

สำหรับการมายื่นหนังสือครั้งนี้ ทนายตั้มระบุว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิกัน จอมพลังช่วยสู้จำนวนมาก และหากข้อมูลที่ได้รับเป็นความจริง อาจมีลักษณะคล้ายองค์กรอาชญากรรม โดยกล่าวอ้างถึงการจ่ายเงินให้บุคคลที่เข้ามาทำงานเป็นเงินสด เพื่อไม่ให้มีช่องทางติดต่อกับมูลนิธิ รวมถึงการให้จัดหาบัญชีธนาคารของคนในครอบครัวหรือญาติพี่น้องเพื่อใช้รับโอนเงิน โดยอ้างว่าจ่ายค่าบัญชีละ 5,000 บาท

ทนายตั้มยังกล่าวอ้างว่า มีบัญชีหนึ่งมียอดเงินโอนเข้ามากกว่า 10 ล้านบาทภายในคืนเดียว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหา แต่เห็นว่ากรณีดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด

นอกจากนี้ ยังพาดพิงถึงบุคคลชื่อ “ชนพัฒน์ นาคสั้ว” พร้อมตั้งคำถามไปยัง “กัน จอมพลัง” ว่า รู้จักบุคคลดังกล่าวหรือไม่ และเกี่ยวข้องกับกรณีที่มีการกล่าวอ้างเรื่องเว็บพนันหรือการวิ่งเต้นคดีหรือไม่

ทนายตั้มยืนยันด้วยว่า มีหลักฐานเกี่ยวกับเงินจำนวน 10 ล้านบาทที่อ้างว่าโอนเข้าบัญชีเลขาฯ ของภรรยากัน จอมพลัง โดยระบุว่าในช่วงเวลาหนึ่งบัญชีดังกล่าวถูกธนาคารอายัด ก่อนจะสามารถปลดล็อกได้ในภายหลัง พร้อมนำ “คลิปลับ” ซึ่งอ้างว่าเกี่ยวข้องกับวิธีการทำงานของมูลนิธิฯ มอบให้ DSI ตรวจสอบ

ทนายตั้มกล่าวถึงการตรวจสอบบัญชีของมูลนิธิฯ ว่า การแสดงเพียงรายรับและรายจ่ายยังไม่เพียงพอ หากต้องการตรวจสอบว่ามีการทุจริตหรือไม่ จำเป็นต้องตรวจสอบลงลึกถึงบริษัทที่รับเงินจากมูลนิธิฯ ว่ามีการคิดส่วนต่างหรือกำไรเท่าใด รวมถึงต้องตรวจสอบว่าเงินดังกล่าวมีการย้อนกลับมาเป็นเงินสดให้บุคคลใกล้ชิดหรือผู้เกี่ยวข้องหรือไม่

ส่วนกรณีเสื้อเกราะ ทนายตั้มตั้งข้อสังเกตถึงราคาที่กัน จอมพลังเคยระบุว่า เสื้อเกราะเลเวล 4 มีราคาด้านละกว่า 6,000 บาท รวม 2 ด้านเป็นเงินหลักหมื่นบาท ขณะที่อ้างว่ามีผู้ซื้อเสื้อเกราะ 2 ด้านในราคา 6,990 บาท และหากสั่งผลิตจากประเทศจีนอาจมีราคาเพียง 2,000-3,000 บาท จึงตั้งคำถามถึงส่วนต่างของราคา พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงว่ามีการสั่งผลิตจำนวนกี่ตัว และนำเข้าจากจีนจำนวนเท่าใด

นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตเรื่อง “บังเกอร์” โดยอ้างว่าได้รับข้อมูลว่ากัน จอมพลังได้บังเกอร์มาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีผู้สนับสนุนทรายและหินให้ฟรี จึงตั้งคำถามว่ารายการวัสดุเหล่านี้ถูกนำไปใช้ประกอบการขอรับบริจาคจากประชาชนหรือไม่

สำหรับ “คลิปลับ” ที่นำมามอบให้ DSI ทนายตั้มระบุว่า เป็นคลิปเกี่ยวกับวิธีการทำงานของมูลนิธิฯ โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่หรือทีมงานบางส่วนมีการใช้รถหลายคันในการเดินทางออกจากบ้าน และมีข้อมูลจากสายข่าวว่ามีทีมที่ทำหน้าที่รับเงินต่างๆ พร้อมย้ำว่าข้อมูลทั้งหมดต้องรอให้ DSI ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

ทนายตั้มยังกล่าวอ้างว่า ขณะนี้เริ่มมีการข่มขู่พยาน ทำให้พยานเกิดความหวาดกลัว พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ของกัน จอมพลังกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงกระทรวงมหาดไทย โดยอ้างว่าเคยมีเจ้าหน้าที่ติดต่อมายังตนเพื่อขอข้อมูล แต่ภายหลังทราบว่าบุคคลดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับฝ่ายกัน จอมพลัง

ช่วงท้าย ทนายตั้มทิ้งประเด็นปริศนาด้วยการกล่าวถึง “ร้านทองบางแสน” พร้อมตั้งคำถามว่า “จำได้หรือไม่” แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

ทนายตั้มยังฝากเตือนไปยังกัน จอมพลังและทีมงานว่า หากมีการข่มขู่พยานในเรื่องดังกล่าว จะนำไปใช้ประกอบการคัดค้านการประกันตัวในอนาคต หากมีการดำเนินคดี พร้อมระบุว่า หลังจากยื่นหนังสือแล้ว จะให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน DSI และเตรียมนำพยานเข้าให้ข้อมูลต่อไป

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและข้อมูลทั้งหมดเป็นคำกล่าวอ้างของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ซึ่งยังต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...