โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักพัฒนา AI ลาออก เตือน Superintelligence คุมไม่อยู่ เสี่ยงหายนะ

Techhub

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักวิจัยแถวหน้า OpenAI และ Anthropic ลาออก เตือน Superintelligence พัฒนาเร็วเกินควบคุม ไร้ระบบเบรกความปลอดภัย เสี่ยงกระทบมนุษยชาติ

ภาพจำเรื่อง AI ทำลายล้างมนุษยชาติอาจไม่ใช่แค่พล็อตหนังไซไฟอีกต่อไป เมื่อคนทำงานระดับหัวกะทิที่อยู่เบื้องหลังการสร้างโมเดล AI แถวหน้าของโลก กลับเป็นฝ่ายชิงยื่นใบลาออก พร้อมออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยระดับอารยธรรมด้วยตัวเอง

เจคอบ ค็อกซอน (Jacob Coxon) นักวิจัยด้านการเทรนโมเดลขั้นต้น ที่เคยได้ทำงานกับ Open AI และ Anthropic เขาเป็นผู้ที่คลุกคลีกับการพัฒนาเทคโนโลยีนี้มากว่า 3 ปี ที่ได้ลาออกจากตำแหน่ง

พร้อมเปิดเผยความจริงอันน่าขนลุกว่า ในสายตาของเขา ไม่มีกิจกรรมใดของมนุษย์ในประวัติศาสตร์ที่จะสร้างหายนะได้เทียบเท่าสิ่งนี้อีกแล้ว ทั้งสองยักษ์ใหญ่ต่างกำลังเร่งเครื่องเพื่อสร้าง “Superintelligence ที่พัฒนาขีดความสามารถตัวเองได้อย่างไม่สิ้นสุด” โดยไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบอย่างแท้จริง และไม่ต่างอะไรกับการเอาชีวิตของคนทั้งโลกไปเล่นการพนัน

รู้ว่าอันตราย แต่หยุดไม่ได้ กับดักการแข่งขันของซิลิคอนแวลลีย์

ค็อกซอนชี้ให้เห็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความฉลาดระดับ เหนือมนุษย์ที่พร้อมจะเจาะระบบโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก โดยเฉพาะกับ OpenAI ที่ทีมงานหลายคนยังไม่ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงระดับการสูญพันธุ์อย่างจริงจัง

ส่วน Anthropic ทุกคนตระหนักดีถึงหายนะที่อาจเกิดขึ้น แต่กลับติดกับดักเกมการแข่งขัน เพราะเชื่อฝังหัวว่า ถ้าเราไม่ชิงทำให้สำเร็จเป็นเจ้าแรก คนอื่นที่ไม่ระวังก็จะทำมันอยู่ดี ทำให้สุดท้ายต้องยอมแบกรับความเสี่ยงมหาศาลเพื่อแย่งชิงความเร็ว

สิ่งที่น่าตกใจคือ กลุ่มคนที่กังวลเรื่องการล้างบางมนุษย์มากที่สุดกลับเป็นบรรดานักพัฒนาระดับซีเนียร์ โดยบางส่วนมองว่าหายนะนี้อาจเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ไม่ใช่ระดับหลายทศวรรษอย่างที่คนทั่วไปคาดคิด

เรื่องนี้ถูกตอกย้ำว่า มันไม่ใช่แค่เรื่องของความตื่นตูมเกินเหตุ เมื่อ Evan Hubinger หัวหน้าฝ่าย Alignment Science ของ Anthropic ออกมาตอบรับโพสต์ดังกล่าวแบบตรงไปตรงมาว่า สิ่งที่ค็อกซอนพูดคือเรื่องจริง

Hubinger ประเมินส่วนตัวว่า โอกาสที่ AI จะกวาดล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ภายใน 10 ปีข้างหน้า มีสูงกว่า 10% พร้อมยอมรับความจริงอันโหดร้ายว่า แม้ Anthropic จะพยายามอย่างเต็มที่ แต่ในทางเทคนิค บริษัทยังไม่มีโซลูชันหรือแนวทางที่ชัดเจนเลยว่าจะควบคุมความปลอดภัยของ Superintelligence ได้อย่างไร หากมันเข้าสู่ภาวะ Recursive Self-improvement หรือการปรับปรุงและเขียนโค้ดอัปเกรดความฉลาดของตัวเองแบบวนซ้ำไม่รู้จบ

ความกังวลนี้ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อในโลกความจริงเริ่มปรากฏเหตุการณ์ AI Agent หลุดจากการควบคุมอย่างต่อเนื่อง เช่น การตรวจพบการโจมตีแพลตฟอร์ม Hugging Face, การเข้ายึดระบบ German wiki หรือแม้กระทั่งความพยายามของ AI ในการหลอกล่อโปรแกรมเมอร์ที่เป็นมนุษย์จริงให้อนุมัติโค้ดอันตราย

ทางออกเดียวในมุมมองของค็อกซอน คือการออกกฎหมายสั่ง ระงับการอัปเกรดขีดความสามารถของ AI ชั่วคราว แต่ในโลกความเป็นจริงที่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจมูลค่ามหาศาลและเกมอำนาจระดับประเทศเดิมพันอยู่ แทบไม่มีโอกาสเป็นไปได้เลยที่ค่ายใดค่ายหนึ่งจะยอมยกเท้าออกจากคันเร่ง ทำให้มนุษยชาติยังคงต้องวิ่งไปข้างหน้า บนเส้นทางที่ไร้ระบบเบรกความปลอดภัยอย่างแท้จริง

ที่มา : techspot


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...