“อภิสิทธิ“ สวนมวยรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องกู้ แค่ลดราคาน้ำมัน ช่วยประชาชนได้ทันที
“อภิสิทธิ“ สวนมวยรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องกู้ แค่ลดราคาน้ำมัน ช่วยประชาชนได้ทันที เย้ย “ก.พลังงาน”สุดซอยปาหี่ ประกาศลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น แต่ลักไก่ผลักภาระหนี้ให้กองทุนน้ำมัน โยนเป็นภาระประชาชน จ่อชำแหละ“แลนด์บริจด์” ผลาญ1ล้านล้าน เทียบ4 โครงการพัฒนาปักษ์ใต้ ปชป. ใช้เงินน้อยกว่า กระตุกแรง “คนคิดกินรวบประเทศ” จบไม่สวยสักราย
วันที่ 23 พ.ค. 2569 ที่ถนนสุขุมวิทซอย 5 กรุงเทพฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องรัฐบาลออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไว้วินิจฉัยว่า วันนี้ตนไม่ได้มองเรื่องการเมือง แต่พยายามทำงานในลักษณะเตือนรัฐบาลถึงทิศทางบริหารเศรษฐกิจ และบริหารประเทศ ด้านหนึ่งการออกพ.ร.ก.กู้เงินนี้ เห็นได้ชัดแล้วว่า มีแนวความคิดที่แปลกใหม่ แต่ตนมั่นใจในเหตุผลที่พรรคพยายามเรียกร้องถึงรัฐบาลที่น่าจะรับฟังมากขึ้น เพราะที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีมักจะพูดว่า เป็นห่วงพี่น้องประชาชนจึงจำเป็นต้องกู้เงินมาเพื่อแจก แต่จริงๆ สิ่งที่ท่านทำได้เลยเรายังยืนยันว่า คือการทำให้ราคาน้ำมันถูกลง วันนี้น่าเสียดายที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังปฏิเสธเรื่องนี้ ทั้งๆที่ตนได้อธิบายแล้วว่า รายได้จากการสูญเสียน้ำมันนั้นน้อยกว่ากันเยอะ ในขณะที่เราสามารถแก้ปัญหาให้กับทุกคนได้และยังไม่ต้องไปก่อหนี้โดยไม่จำเป็น
“ก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงานเคยบอกกับเราว่าจะเอาจริงกับเรื่องค่าการกลั่นของโรงกลั่นน้ำมันที่สูงผิดปกติ และอ้างว่าจะเลิกอ้างอิงราคาน้ำมันจากสิงคโปร์ โดยเดือนที่แล้วบอกว่าไปขอเขามา 3 บาท และลดเพิ่มเป็น 5 บาท แต่พอสังคมไม่ได้จับจ้องเรื่องนี้ ราคาลดมาอยู่ที่ 3 บาทแล้วปัจจุบันคือไม่ได้ลดให้แล้ว กลับไปสู่ระบบเดิม แต่กลับพยายามตรึงราคาหน้าปั๊มโดยโยนภาระกลับมาที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เท่ากับว่า คนใช้น้ำมันแบกภาระนี้ในอนาคต ซึ่งตรงข้ามกับคำพูดว่าสุดซอย ตรงข้ามกับคำพูดที่ว่า จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ มันก็กลับมาที่เรื่องเดิมว่า ถ้ารัฐบาลไม่เอาจริงเอาจังกับต้นเหตุ คือราคาพลังงานและราคาน้ำมันในที่สุดแล้วรัฐบาลจะเสียเงินจำนวนมากช่วยประชาชนได้แค่ชั่วคราว แต่กลับสร้างหนี้อนาคตให้กับลูกหลานเรา เราจึงต้องเดินหน้าเรื่องนี้” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ในสัปดาห์หน้าเราจะชี้ให้เห็นชัดเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งรัฐบาลต้องใช้เงิน1ล้านล้านบาท แต่ด้วยเงินจำนวนเดียวกัน คนใต้สามารถมีมอเตอร์เวย์จากกรุงเทพฯ ถึงจังหวัดชายแดน จะมีรถไฟรางคู่ที่เป็นระบบไฟฟ้าเชื่อมกับมาเลเซียได้ ทั้งยังสามารถพัฒนาท่าเรือน้ำลึกที่จ.ระนอง และฝั่งอ่าวไทยที่จะไปเชื่อมกับปีนัง มาเลเซียก็ได้ และยังมีเรื่องการเชื่อมทั้งเกาะสมุย และจังหวัดภูเก็ตได้เป็นต้น ซึ่งใช้เงินจำนวนน้อยกว่าด้วยซ้ำ เราจะเดินหน้าเพื่อให้รัฐบาลนี้หันมารับฟัง นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ว่า การรัฐบาลอ้างจำเป็นต้องกู้เงิน เพราะไม่สามารถโอนงบประมาณได้นั้น แต่ความจริงตอนนี้เริ่มเห็นแล้วในบางกระทรวง ซึ่งรัฐมนตรีคนใหม่เข้าไปก็พบว่า หลายโครงการมีปัญหาเช่น กระทรวง อว. วันจันทร์ที่ 25 พ.ค.นี้พรรคประชาธิปัตย์จะมีการแถลงข่าวเรื่องการใช้เครื่องมือในการตรวจสอบความผิดปกติในการใช้งบประมาณ จะเริ่มจากทุกโครงการที่ใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินสถานการณ์ทางการเมืองอย่างไร ที่มีทั้งผู้มากบารมีทางการเมืองจากค่ายสีแดงและค่ายสีน้ำเงิน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาของรัฐบาล ไม่ได้อยู่ที่ว่ามีบารมีมาค้ำ ปัญหาของรัฐบาลคือ ต้องแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้หรือไม่ ซึ่งตอนนี้มีความเดือดร้อนทั่วกัน สิ่งสำคัญ ที่ตนพูดในวันแรกว่า ตนเข้าใจว่าการแก้ปัญหาหลายอย่างอาจไม่ตรงใจ อาจไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่หากมีผลประโยชน์แอบแฝงก็คงไม่มีใครรับได้ เมื่อถามย้ำว่า มีการตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายว่าขณะนี้ระบอบน้ำเงินกำลังกินรวบประเทศไทย มองอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าอย่าเพิ่งรีบสรุป เพราะมีบทเรียนมาทุก ยุคทุกสมัย ว่า เมื่อมีความพยายามกินรวบ หรือลุแก่อำนาจ ก็จะจบไม่สวย
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนได้เสนอเรื่องการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเเเเเติดตามการใช้งบฯเงินกู้4 แสนล้าน ที่ประธานสภาฯ ระบุว่า ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของประธานสภาฯ ตอนนี้ที่มีความสับสน เหมือนกับว่ารัฐบาลเพิ่งมีมติเกี่ยวกับการกลั่นกรองโครงการ แต่ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ว่า รัฐบาลดำเนินการกู้เงินแล้วหรือยัง ตนเข้าใจว่าประธานสภาฯให้เหตุผลว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้วินิจฉัยเรื่องนี้ แต่ตนคิดว่า หากเมื่อใดที่รัฐบาลมีการกู้เงินนี้ชัดเจน ก็เป็นเรื่องที่ควรที่จะเร่งพิจารณา