โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ เปิดงาน THAIDEF-EX 2026 ขึ้นรถหุ้มเกราะล้อยางบริษัทคนไทย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายกฯ โชว์นวัตกรรมป้องกันประเทศนั่งรถหุ้มเกราะล้อยางบริษัทคนไทย เปิดงาน THAIDEF-EX 2026 ครั้งแรกของไทย พร้อมผนึกภาครัฐ–เอกชน–นักวิจัย สร้างพลังอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ย้ำรัฐบาลพร้อมหนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ต่อยอดงานความมั่นคง

นายกฯ เปิดงาน THAIDEF-EX 2026 ครั้งแรกของไทย

วันนี้ ( 8 ก.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการจัดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569” หรือ THAILAND Defence Industry Exhibition 2026 : THAIDEF-EX 2026

โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสาวศุภมาศ อิสระภักดีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

คณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนผู้ประกอบการและเครือข่ายอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจากหลากหลายภาคส่วน เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือและความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยสู่อนาคต

ขณะที่ พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีมาถึง ได้ขึ้นรถหุ้มเกราะล้อยาง first win ของบริษัทชัยเสรี ดูบรรยากาศภายในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จนมาถึงสถานที่จัดงาน ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและยิ่งใหญ่

นายอนุทิน กล่าวเปิดงานว่ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาเห็นการจัดนิทรรศการ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตย ก็ยังมีความพร้อมในการพึ่งพาตัวเอง และการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ในบริบทของโลกในปัจจุบัน

วันนี้โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลง หลายคนบอกว่าหมดยุคโลกาภิวัตน์แล้ว จากโลกที่เคยพึ่งพากัน ซื้อง่ายขายคล่องจะหาวัตถุดิบอะไร ก็ไม่ใช่เป็นของจำกัด แต่วันนี้กลายเป็นโลกที่การค้าการลงทุนไม่ราบรื่นเหมือนเดิม ความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์

ทำให้หลายประเทศกลับมาแบ่งขั้ว ทำให้ห่วงโซ่อุปทานสะดุด เกิดข้อจำกัดการผลิตและการเข้าถึงวัตถุดิบที่สำคัญ เนื่องด้วยที่หลายประเทศต้องหันมาพึ่งพาตัวเอง เพื่อความมั่นคงและความยั่งยืน แทนที่จะรอซื้อของจากคนอื่น

สำหรับประเทศไทยการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ไม่เพียงแต่เพื่อเสริมความมั่นคง และเพิ่มการพึ่งพาตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนา เทคโนโลยียกระดับ ภาคอุตสาหกรรม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพด้านการผลิต มีที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศต่างๆ ทำให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

งานในครั้งนี้และเป็นอีกหนึ่งหมุดหมาย สำหรับพัฒนาการของประเทศ ความก้าวหน้าของอุตสาหกรรม พัฒนาประเทศที่เกิดขึ้น ยังส่งผลดีต่อประเทศอีกหลายมิติ ด้วยการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง การพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรม ด้านนวัตกรรม การสร้างผู้ประกอบการของไทย ได้ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น

รวมถึงเป็นการสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ที่จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้รับประโยชน์ไปพร้อมกันด้วย หลายเทคโนโลยีที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นอากาศยานไร้คนขับ ระบบนำทางผ่านดาวเทียม หรือวัสดุชนิดพิเศษ ต่างก็มีจุดเริ่มต้นจากการวิจัยด้านความมั่นคง ก่อนจะต่อยอดมาสู่การใช้งานในภาคอุตสาหกรรม และชีวิตประจำวัน

ดังนั้นการลงทุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ จึงไม่ใช่การลงทุนเพื่อความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมไทย และเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศด้วย

ตนเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นฐานการผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาค งานในวันนี้จึงนับเป็นโอกาสสำคัญ ที่ทุกภาคส่วนได้มาร่วมกัน แสดงพลังและวิสัยทัศน์ของประเทศไทย

ภาพจาก TNN

ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง กลับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆเพื่อให้การวิจัยการพัฒนาและการผลิตของไทยเชื่อมโยงกัน ได้อย่างครบวงจร การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงกลาโหม

กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัยศักยภาพการผลิต และความต้องการใช้งานจริง สู่การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย อย่างเป็นรูปธรรม สุดท้ายนี้ผมเชื่อมั่นว่าการรวมพลังของทุกภาคส่วนในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างมูลค่าใหม่ให้กับประเทศไทย

และขอขอบคุณทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวมถึงผู้มีส่วนร่วมในการจัดงานในครั้งนี้ทุกท่าน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ให้เติบโตด้วยนวัตกรรม และการพึ่งพาตนเองอย่างแท้จริง” นายอนุทิน กล่าว

การจัดงาน THAIDEF-EX 2026 ถือเป็นการจัดนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “Power of Self Reliance : พลังแห่งการพึ่งพาตนเอง” ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงกลาโหมที่มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ

ผ่านการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมภายในประเทศ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศและก้าวสู่การพึ่งพาตนเองอย่างเป็นรูปธรรม

การจัดงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีในการจัดแสดงศักยภาพด้านความมั่นคงของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทย นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยี ได้นำองค์ความรู้และนวัตกรรมมาต่อยอดสู่การผลิตและการใช้งานจริง อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมการจ้างงาน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีสากล

ภายในงานได้รวบรวมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและผลงานวิจัยที่มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การผลิตจริง จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมกิจกรรมสำคัญที่มุ่งสร้างองค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือในหลากหลายมิติ ได้แก่ การปาฐกถาพิเศษจากผู้บริหารระดับประเทศ และผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายสาขา หัวข้อ “ศักยภาพอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย”

นอกจากนี้ ยังมีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “โอกาสและปัจจัยสู่ความสำเร็จในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ” โดยผู้แทนจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม ได้แก่ บริษัท ชัยเสรี จำกัด บริษัท มาร์ซัน จำกัด และบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และแนวทางการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไทยสู่ระดับนานาชาติ

ภายในงานยังมีการสาธิตเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ หรือ Business Matching เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยี ได้พบปะ สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือไปสู่การพัฒนาและการลงทุนในอนาคต โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเชื่อมั่นว่า THAIDEF-EX 2026 จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการรวมพลังของทุกภาคส่วน เ

พื่อยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมสร้างสมดุลระหว่างมิติด้านความมั่นคง เทคโนโลยี และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ อันจะนำไปสู่เป้าหมายการพึ่งพาตนเองอย่างเป็นรูปธรรม และการรักษาผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...