โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ACC และ CTM ลงนามความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ยกระดับสองล้อ Extreme Cross-Country ในเอเชีย

เดลินิวส์

อัพเดต 22 มิถุนายน 2569 เวลา 21.43 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC) และ City Mountain Bike (CTM) ลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อส่งเสริมและพัฒนากีฬาจักรยานเสือภูเขาประเภท Extreme Cross-Country (XCE) ในภูมิภาคเอเชีย พร้อมวางรากฐานสู่การสร้างเครือข่ายการแข่งขันและเพิ่มโอกาสให้นักกีฬา ผู้จัดการแข่งขัน และเมืองเจ้าภาพในอนาคต

ดาโต๊ะ อมาจิต ซิงห์ กิลล์ ประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (Asian Cycling Confederation: ACC) เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนากีฬาจักรยานประเภท Extreme Cross-Country (XCE) ในทวีปเอเชีย ร่วมกับ นายคริสตอฟ บรูเนล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท ซิตี้ เมาน์เทน ไบค์ (City Mountain Bike: CTM) โดยมี พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องเกียรติภูมิ สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เวลโลโดรมหัวหมาก ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน

ดาโต๊ะ อมาจิต ซิงห์ กิลล์ ประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย เปิดเยว่า ในนามของสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC) ขอขอบคุณสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ที่ให้การเป็นเจ้าภาพในพิธีลงนามความร่วมมือที่สำคัญครั้งนี้ ระหว่าง ACC กับ City Mountain Bike สำหรับกีฬาจักรยานประเภท Extreme Cross-Country (XCE) เป็นรูปแบบการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นและมีเอกลักษณ์ โดยนำการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาเข้ามาจัดในเขตเมือง ตนเชื่อว่ากีฬาประเภทนี้มีศักยภาพในการเติบโตอย่างมหาศาล ไม่เพียงแต่ในยุโรปเท่านั้น แต่รวมถึงในเอเชียด้วย โดยเราทราบกันดีว่ากีฬาจักรยานเสือภูเขา โดยเฉพาะประเภท Eliminator ได้รับความนิยมอย่างมากและมีโอกาสเติบโตสูงในภูมิภาคนี้

ประธาน ACC กล่าวว่า จุดเด่นของการแข่งขันรูปแบบนี้คือการนำกีฬาเข้าไปหาผู้คน แทนที่จะจัดการแข่งขันนอกเมืองหรือในพื้นที่ห่างไกล แต่กลับนำมาจัดในใจกลางเมือง พื้นที่ชุมชน สวนสาธารณะ หรือแม้แต่ศูนย์การค้า ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีผู้คนสัญจรอยู่ตลอดเวลา นี่คือกีฬาประเภทใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจและมีอนาคตสดใส และในมุมมองของเอเชีย เราเห็นศักยภาพอย่างมากของการแข่งขันประเภทนี้ เราได้เห็นการจัดการแข่งขันมาแล้วในหลายประเทศของเอเชีย เช่น ที่กรุงดูชานเบ ประเทศทาจิกิสถาน และที่ประเทศอินโดนีเซีย ตนเชื่อว่าประเทศไทยเองก็มีศักยภาพสูงมากในการจัดการแข่งขันลักษณะนี้ เพราะเป็นกิจกรรมที่สร้างความตื่นเต้นและดึงดูดความสนใจได้อย่างดี นอกจากนี้ การจัดการแข่งขันยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจกีฬาจักรยานและเข้าร่วมในกีฬาประเภทนี้มากขึ้น

“ผมมองว่า City Mountain Bike มีโอกาสอย่างมากที่จะได้รับการถ่ายทอดสดและเผยแพร่ในวงกว้างในอนาคต ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยส่งเสริมกีฬาเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาอีกด้วย เพราะเป็นการนำเมืองของท่านออกสู่สายตาชาวโลก การแข่งขันลักษณะนี้เป็นโอกาสในการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความสวยงาม และเอกลักษณ์ของเมืองเจ้าภาพ เป็นช่องทางสำคัญในการประชาสัมพันธ์เมืองและประเทศสู่เวทีนานาชาติ ดังนั้น ในนามของ ACC เราต้องการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและส่งเสริมให้ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียก้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับ City Mountain Bike และช่วยกันผลักดันการพัฒนาการแข่งขันรูปแบบนี้ให้เติบโตและประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคต” ดาโต๊ะ อมาจิต ซิงห์ กิลล์ กล่าว

ด้าน นายคริสตอฟ บรูเนล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท ซิตี้ เมาน์เทน ไบค์ เปิดเผยว่า ขอขอบคุณ พลเอกเดชา และคุณ Amarjit สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดพิธีลงนามในวันนี้ สิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาของสมาพันธ์จักรยาน รวมถึงวงการกีฬาจักรยานทั้งในประเทศไทยและเอเชีย คือการนำการแข่งขันประเภทนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา เพราะเรามุ่งเน้นและให้ความสำคัญอย่างมากกับนักกีฬารุ่นเยาว์ เยาวชนคืออนาคตของกีฬาจักรยาน สิ่งที่เราทำผ่านการแข่งขันจักรยานประเภท Eliminator คือการนำการแข่งขันที่ตื่นเต้นเร้าใจเข้าสู่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ เพื่อให้ประชาชนได้เห็นและสัมผัสว่ากีฬาจักรยานคืออะไร

นายคริสตอฟ กล่าวว่า สิ่งที่น่ายินดีคือ คนรุ่นใหม่ชื่นชอบกีฬาประเภทนี้ เราเริ่มต้นสร้างกีฬานี้ขึ้นมาจากศูนย์ และแนวคิดสำคัญคือ การทำให้คนรักกีฬาจักรยานตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อคุณอยู่บนสนามแข่งขัน Eliminator และปั่นจักรยานด้วยความเร็วเพียง 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คุณจะยังคงรู้สึกตื่นเต้นเหมือนตอนที่คุณเป็นเด็กและขี่จักรยานเล่นในอดีต แต่เราได้นำความรู้สึกนั้นมาสู่กีฬาระดับสูง และเมื่อคุณได้เห็นนักกีฬาระดับโลกแข่งขันกันด้วยความเร็วกว่า 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนเส้นทางเดียวกัน คุณจะได้เห็นการแข่งขันที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างแท้จริง

นายคริสตอฟ กล่าวอีกว่า การแข่งขันรูปแบบนี้สามารถเข้าถึงและสร้างความประทับใจให้กับผู้คนได้อย่างมากในสองมิติ ประการแรก คือการสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจกีฬาจักรยาน เพราะผู้คนจำนวนมากในเมืองอาจไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเริ่มปั่นจักรยานได้ ประการที่สอง คือการมอบมหกรรมกีฬาที่น่าตื่นเต้นให้กับผู้ชมในท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาและเพิ่มความนิยมของกีฬาจักรยานในประเทศและในเมืองนั้น ๆ ทำให้ผู้คนได้ค้นพบและเข้าใจเสน่ห์ของกีฬาจักรยานมากยิ่งขึ้น เมื่อทั้งสองสิ่งนี้มารวมกัน จะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนากีฬาจักรยานในทุกระดับ ตั้งแต่นักปั่นสมัครเล่นไปจนถึงนักกีฬาระดับอาชีพ

“เท่าที่ผมทราบ ประเทศไทยมีนักกีฬาจักรยานที่มีศักยภาพสูงอยู่แล้ว ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสและเวทีที่ยอดเยี่ยมในการต่อยอดการพัฒนาให้ก้าวไกลยิ่งขึ้นในอนาคต เมื่อมองไปที่พลังชีวิตของกรุงเทพมหานคร ความคึกคักของผู้คน และบรรยากาศในเมือง ผมเชื่อว่าที่นี่มีความลงตัวอย่างยิ่งระหว่างประชาชนในท้องถิ่นกับกีฬาระดับสูง ด้วยเหตุนี้ เราจึงตั้งตารอเป็นอย่างยิ่งที่จะได้นำ City Mountain Bike เข้ามาสู่ประเทศไทย รวมถึงการแข่งขัน UCI Mountain Bike Eliminator และการแข่งขัน ACC ASEAN Championships ในอนาคตอันใกล้ เพื่อแสดงให้ประชาชนได้เห็นว่า กีฬาจักรยานรูปแบบใหม่และการแข่งขันในแนวทางใหม่ สามารถนำผู้คนมารวมกัน และสร้างการมีส่วนร่วมในการปั่นจักรยานได้อย่างไร อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาวงการจักรยานโดยรวมต่อไป” นายคริสตอฟ กล่าว

ขณะที่ พลเอกเดชา กล่าวว่า เป็นข่าวดีที่ทางประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ City Mountain Bike จะมาจัดการแข่งขันในทวีปเอเชียโดยการประสานและการนำของ ดาโต๊ะ อมาจิต ซิงห์ กิลล์ ประธาน ACC ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในประเทศของเอเชียที่จะมีการจัดการแข่งขัน นอกจากนั้นยังมีประเทศมาเลเซียหรือประเทศอื่น ๆ แต่เขาเล็งเห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมในเรื่องการท่องเที่ยว จากเดิม Mountain Bike กับ Eliminator ต้องอยู่นอกเมืองแต่ตอนนี้เขาจะเอาสองชนิดกีฬาเข้ามาจัดในเมือง อาจจะทำสนามขึ้น เพื่อให้เกิดความดึงดูดแหล่งท่องเที่ยว อย่างในเมืองไทยเนี่ยเขาก็ดูที่กรุงเทพฯ อยากให้เป็นเมืองที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่วนมาเลเซียก็อาจจะไปกรุงกัวลาลัมเปอร์ ในอนาคตก็จะพัฒนาไปสู่ World Cup ซึ่งมีการบรรจุในปฏิทินของ UCI ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...