โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รวมหุ้นเทคโนโลยีเอเชีย เบื้องหลังเซมิคอนดักเตอร์ ขับเคลื่อนโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ วัสดุสำคัญในการผลิตชิปที่อยู่ใน AI, สมาร์ทโฟน, รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึง Data Center ประเทศผู้นำในอุตสาหกรรมนี้อย่าง ไต้หวัน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และจีน ล้วนอยู่ในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนถึงบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของโลกจากการเป็นต้นกำเนิดเทคโนโลยีที่แท้จริง

ในยุคที่เทคโนโลยีกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของทุกอุตสาหกรรม บริษัทเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียได้ก้าวขึ้นมาเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนนวัตกรรมระดับโลก ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงปลายน้ำอย่างปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) หุ่นยนต์อัจฉริยะ และแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ การลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเอเชียจึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุน โดยแต่ละประเทศมีจุดเด่นและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน

สุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า หุ้นเทคโนโลยีในเอเชียมีศักยภาพเติบโตสูง จากการมีบทบาทสำคัญในฝั่งผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนไปจนถึงการประกอบขั้นสุดท้าย ยิ่งบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่มีการลงทุนมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้บริโภค บริษัทผู้ผลิตก็จะยิ่งได้รับประโยชน์

"ภาพที่ชัดเจนคืออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ วัสดุสำคัญในการผลิตชิปที่อยู่ใน AI, สมาร์ทโฟน, รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึง Data Center ประเทศผู้นำในอุตสาหกรรมนี้อย่าง ไต้หวัน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และจีน ล้วนอยู่ในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนถึงบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของโลกจากการเป็นต้นกำเนิดเทคโนโลยีที่แท้จริง”

นอกจากนี้ บลจ.กรุงศรี มองว่า หุ้นเทคโนโลยีในเอเชียกำลังสร้างผลงานได้โดดเด่นกว่าหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก และราคาหุ้นยังไม่แพง ขณะที่กำไร (EPS) มีแนวโน้มเติบโตสูงจากแรงหนุนของความต้องการใช้งาน AI และการลงทุนอย่างต่อเนื่องของกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ (Hyperscaler) รวมทั้งแรงหนุนจากเมกะเทรนด์อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI), ระบบอัตโนมัติ (Automation) และ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ส่งผลให้ตลาดเทคโนโลยีเอเชียเติบโตสู่ระดับมากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และการเติบโตดังกล่าวไม่ได้เป็นแค่การขยายขนาดตลาดเท่านั้น แต่ขยายสู่ความหลากหลายของธุรกิจ จากการเติบโตเดิมในกลุ่มฮาร์ดแวร์ ขยายไปสู่กลุ่มซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล ด้วยเช่นกัน (ที่มา : Wellington Management, FactSet, MSCI โดยเป็นข้อมูลตั้งแต่ 31 ม.ค. 49 – 30 ก.ย. 68)

จากปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าว บลจ.กรุงศรี มองว่าเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีของเอเชีย

ฟินโนมีนา มีมุมมมองว่าการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเอเชียจึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุน โดยแต่ละประเทศมีจุดเด่นและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน ดังนี้

ไต้หวัน : ราชาแห่งการรับจ้างผลิตชิปขั้นสูง

ไต้หวันโดดเด่นในธุรกิจ Foundry หรือโรงงานรับจ้างผลิตเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการประกอบและทดสอบชิป โดยมีความเชี่ยวชาญในการผลิตชิปขนาดเล็กและซับซ้อนที่สุดในโลก (Advanced Nodes)

ตัวอย่างหุ้นเรือธง

  • Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ผู้รับจ้างผลิตชิปอันดับ 1 ของโลก ซึ่งครองตลาดชิปขั้นสูงที่ใช้ใน iPhone และระบบประมวลผล AI เกือบทั้งหมด
    • MediaTek (MediaTek) ผู้นำด้านการออกแบบชิปสำหรับสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์พกพา
    • ASE Technology Holding (ASE Technology) ผู้นำด้านการแพ็คเกจจิ้งและทดสอบชิป

เกาหลีใต้ : ผู้นำด้านชิปหน่วยความจำ (Memory Chips)

จุดแข็งของเกาหลีใต้คือการเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำทั้ง DRAM และ NAND Flash แบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการจำหน่ายสินค้าสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง

ตัวอย่างหุ้นเรือธง

  • Samsung Electronics (Samsung Electronics) ยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดชิปหน่วยความจำ สมาร์ตโฟน และหน้าจอแสดงผล
    • SK Hynix (SK Hynix) ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่โดดเด่นในกลุ่มชิป HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบ AI และชิปประมวลผลของ Nvidia

ญี่ปุ่น : เบื้องหลังอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำ

แม้ญี่ปุ่นอาจไม่ได้เป็นเจ้าตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหมือนในอดีต แต่บริษัทเทคโนโลยีญี่ปุ่นได้ปรับตัวสู่การเป็นผู้คุมต้นน้ำของอุตสาหกรรม ด้วยการผลิตชิ้นส่วน สารเคมี และเครื่องจักรสำคัญที่ใช้ในโรงงานชิปทั่วโลก อีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งด้านวิศวกรรมขั้นสูงและหุ่นยนต์อัจฉริยะ (Robotics)

ตัวอย่างหุ้นเรือธง

  • Tokyo Electron (Tokyo Electron) ผู้ผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับกระบวนการผลิตชิปชั้นนำของโลก
    • Advantest (Advantest) ผู้นำด้านระบบทดสอบประสิทธิภาพชิปเซมิคอนดักเตอร์
    • Keyence (Keyence) ผู้นำด้านเซนเซอร์และระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม
    • Sony Group (Sony Group) ผู้นำด้านเซนเซอร์กล้องถ่ายภาพ (Image Sensors) และธุรกิจความบันเทิงดิจิทัล

จีน : มหาอำนาจด้าน AI ซอฟต์แวร์ และแพลตฟอร์มดิจิทัล

หุ้นเทคโนโลยีจีนมีลักษณะใกล้เคียงกับหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ มากที่สุด เนื่องจากมีตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่รองรับธุรกิจดิจิทัล จึงโดดเด่นในกลุ่ม Software Services, Internet Platforms, E-commerce และฟินเทค รวมถึงกลุ่มฮาร์ดแวร์อย่างแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

ตัวอย่างหุ้นเรือธง

  • Tencent Holdings (Tencent) ยักษ์ใหญ่ด้านแพลตฟอร์มดิจิทัล เกม และบริการออนไลน์
    • Alibaba Group (Alibaba) ผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซและคลาวด์คอมพิวติง
    • Meituan (Meituan) ผู้นำแพลตฟอร์ม Food Delivery และบริการท้องถิ่น
    • Semiconductor Manufacturing International Corporation (SMIC) โรงงานรับจ้างผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดของจีน
    • BYD Company (BYD) ผู้นำด้านนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่
    • Contemporary Amperex Technology Co. Limited (CATL) ผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลก

สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการลงทุนหุ้นเทคฯเอเชีย มีช่องทางดังนี้

  • ลงทุนหุ้น หรืออีทีเอฟ ต่างประเทศโดยตรง (Direct Investment) วิธีลงทุนเปิดบัญชีหุ้นต่างประเทศกับโบรกเกอร์ไทยหรือโบรกเกอร์ต่างประเทศ
  • ลงทุนผ่าน DR (Depositary Receipt) เป็นตราสารที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนไทยสามารถซื้อขายหุ้นหรือ ETF ในต่างประเทศได้ โดยผ่านการซื้อขาย DR ที่จดทะเบียนซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • ลงทุนผ่านกองทุนรวมไทย ที่มีนโยบายลงทุนลงทุนในหุ้นเทคฯเอเชีย ซึ่งปัจจุบันหลายบลจ.มีกองทุนธีมหุ้นเทคฯเอเชียโดยเฉพาะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...