สภาพัฒน์ฯ เป็นห่วง! ธนาคารไร้สาขา ในไทย อาจเป็นตัวเร่งคนก่อหนี้เพิ่ม
แม้'หนี้ครัวเรือนไทย' จะเริ่มชะลอตัวลงจากระดับสูงสุดในอดีต แต่หน่วยงานเศรษฐกิจยังคงส่งสัญญาณเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงใหม่จากการมาของ 'Virtual Bank' หรือธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา ที่อาจทำให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายและรวดเร็วกว่าเดิม
'ดนุชา พิชยนันท์' เลขาธิการ สศช. เปิดเผยในการแถลงภาวะสังคมไทยไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า แม้ Virtual Bank จะช่วยขยายโอกาสทางการเงินให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่เคยเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารแบบดั้งเดิม แต่ก็อาจกลายเป็นปัจจัยเร่งการก่อหนี้ในอนาคต หากขาดการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม
จุดเด่นของ Virtual Bank คือการนำ 'ข้อมูลทางเลือก' หรือ Alternative Data มาใช้พิจารณาสินเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นประวัติการซื้อขายออนไลน์ การรับ-จ่ายเงินผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือการชำระค่าสาธารณูปโภค ทำให้คนที่เคยกู้เงินยากมีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์จากต่างประเทศสะท้อนให้เห็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา โดยฟิลิปปินส์เผชิญปัญหาหนี้เสียในธนาคารดิจิทัลเพิ่มขึ้น ขณะที่บราซิลและเกาหลีใต้พบว่าสินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัวรวดเร็วจนส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชน
ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ประมาณ 16.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 86.7% ของ GDP ลดลงจากระดับสูงกว่า 92% ในช่วงก่อนหน้า แต่ยังถือว่าสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศ และยังมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจผลักดันให้หนี้กลับมาเพิ่มขึ้นได้อีก
แม้คาดว่าในช่วง 4-5 ปีแรก Virtual Bank ในไทยจะยังมีขนาดธุรกิจไม่ใหญ่และวงเงินปล่อยกู้ค่อนข้างจำกัด แต่สภาพัฒน์มองว่าการขยายตัวของบริการทางการเงินดิจิทัลเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้การเข้าถึงสินเชื่อที่ง่ายขึ้น กลายเป็นการเพิ่มภาระหนี้ให้กับครัวเรือนไทยในระยะยาว