โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาหนักแน่! กรมอุตุฯ ประกาศพื้นที่สีแดง โดนฝนถล่มเต็ม ๆ วันนี้

สยามนิวส์

เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • meimei
กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศประจำวัน โดยคาดการณ์สภาพอากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคกลางในบางพื้นที่ จะมีฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 6 มิถุนายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศประจำวัน โดยคาดการณ์สภาพอากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคกลางในบางพื้นที่ จะมีฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักมากบางแห่ง ซึ่งปัจจัยหลักเกิดจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมอยู่บริเวณตอนบนของประเทศเมียนมา

ทั้งนี้ ทางกรมอุตุฯ ขอความร่วมมือให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โปรดเฝ้าระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก รวมถึงปริมาณฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นทางน้ำไหลผ่าน

สำหรับสภาพคลื่นลมในทะเลฝั่งอันดามันตอนบนนั้น มีกำลังค่อนข้างแรง โดยบริเวณดังกล่าวมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจก่อตัวสูงได้มากกว่า 3 เมตร จึงขอประกาศเตือนให้ชาวเรือทั้งในฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือให้มากยิ่งขึ้น และควรหลีกเลี่ยงการนำเรือเข้าไปในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ในขณะที่เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้เพื่อความปลอดภัย

พยากรณ์สภาพอากาศแยกตามภูมิภาค มีรายละเอียดดังนี้

ภาคเหนือ: มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน และแพร่ ส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอนและตากต้องระวังฝนตกหนักมากบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 23-25 องศาเซลเซียส และสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมพัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ด้วยความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส โดยมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านด้วยความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาคกลาง: คาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และพบฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณจังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้พัดด้วยความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สภาพทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นจะสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): พบฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส โดยตั้งแต่พื้นที่จังหวัดพังงาขึ้นมามีลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร (บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นจะสูงมากกว่า 3 เมตร) ส่วนพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป จะมีลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร (บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นจะสูงมากกว่า 2 เมตร)

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดจะอยู่ที่ 33-35 องศาเซลเซียส มีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านด้วยความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...