มาหนักแน่! กรมอุตุฯ ประกาศพื้นที่สีแดง โดนฝนถล่มเต็ม ๆ วันนี้
วันที่ 6 มิถุนายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศประจำวัน โดยคาดการณ์สภาพอากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคกลางในบางพื้นที่ จะมีฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักมากบางแห่ง ซึ่งปัจจัยหลักเกิดจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมอยู่บริเวณตอนบนของประเทศเมียนมา
ทั้งนี้ ทางกรมอุตุฯ ขอความร่วมมือให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โปรดเฝ้าระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก รวมถึงปริมาณฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นทางน้ำไหลผ่าน
สำหรับสภาพคลื่นลมในทะเลฝั่งอันดามันตอนบนนั้น มีกำลังค่อนข้างแรง โดยบริเวณดังกล่าวมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจก่อตัวสูงได้มากกว่า 3 เมตร จึงขอประกาศเตือนให้ชาวเรือทั้งในฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือให้มากยิ่งขึ้น และควรหลีกเลี่ยงการนำเรือเข้าไปในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ในขณะที่เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้เพื่อความปลอดภัย
พยากรณ์สภาพอากาศแยกตามภูมิภาค มีรายละเอียดดังนี้
ภาคเหนือ: มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน และแพร่ ส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอนและตากต้องระวังฝนตกหนักมากบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 23-25 องศาเซลเซียส และสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมพัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ด้วยความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส โดยมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านด้วยความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคกลาง: คาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และพบฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณจังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้พัดด้วยความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สภาพทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นจะสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): พบฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส โดยตั้งแต่พื้นที่จังหวัดพังงาขึ้นมามีลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร (บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นจะสูงมากกว่า 3 เมตร) ส่วนพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป จะมีลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร (บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นจะสูงมากกว่า 2 เมตร)
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดจะอยู่ที่ 33-35 องศาเซลเซียส มีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านด้วยความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
อ่านข่าวเพิ่มเติม