โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แกะรอยทุนต่างชาติย่านห้วยขวางพบพิรุธ ส่อเป็นนอมินีผิดกฎหมาย

The Better

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
กรมพัฒนาธุรกิจฯส่งทีมปราบนอมินี ลงพื้นที่ย่านห้วยขวางตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยง พบเบาะแสบริษัทใช้ที่ตั้งร่วมกัน ซูเปอร์มาร์เก็ตต่างชาติถือหุ้น 60% ไม่พบใบอนุญาต และร้านอาหารจีน เร่งขยายผลดำเนินคดี

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ได้มอบหมายให้หม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นำทีมปราบนอมินีลงพื้นที่ย่านห้วยขวาง (ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และกรมการจัดหางาน ร่วมตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัย ได้แก่ ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และสถานประกอบการ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดที่ฝ่าฝืนกฎหมายในการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กฎหมายแรงงาน และกฎหมายคนเข้าเมือง

ทั้งนี้จากผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการกระทำผิดใน 3 ประเด็น คือ 1. พบบริษัท 4 ราย ใช้ที่ตั้งเดียวกัน โดยได้ขยายผลการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนเพิ่มเติมพบว่า ในจำนวนนี้มีบริษัท 1 ราย มีคนไทยร่วมถือหุ้นกับคนต่างด้าว ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษาทางธุรกิจและกฎหมาย ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงนอมินี และบริษัท 2 ราย มีกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยทั้งหมดและเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกัน มีทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท

และบริษัท 1 ราย เป็นผู้ถือหุ้นคนไทยทั้งหมด แต่มีคนต่างด้าวเป็นกรรมการเพียงคนเดียว ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งจากการลงพื้นที่พบเพียงคนไทยแจ้งว่าเป็นผู้ดูแลแต่ไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ

รวมถึงไม่พบกรรมการและผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด จากนั้นกรมฯ ได้ขยายผลตรวจสอบเชิงลึกในรายชื่อผู้ถือหุ้นคนไทยกลุ่มนี้พบว่า มีชื่อเป็นกรรมการของบริษัทแห่งหนึ่งที่จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อปี 2565 มีการเปลี่ยนชื่อทั้งหมด 5 ครั้ง และไม่ส่งงบการเงินมาแล้ว 3 ปี ระหว่างปี 2566 - 2568 แต่ยังคงมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนต่อเนื่อง ซึ่งกรมฯ ได้หารือกับผู้แทนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เห็นว่ามีข้อสงสัยว่าบริษัทดังกล่าวข้างต้นมีการประกอบธุรกิจอยู่จริงหรือไม่ โดยจะร่วมกับกรมฯ เพื่อตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ต่อไป”

2. พบบริษัทมีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้น 60% ประกอบธุรกิจค้าปลีก หรือร้านซูเปอร์มาร์เก็ต จากการลงพื้นที่พบว่า ร้านปิด โดยกรมฯ ตรวจพบว่า ธุรกิจรายดังกล่าวไม่พบขออนุญาตประกอบธุรกิจ ซึ่งเข้าข่ายต้องสงสัยว่าเป็นคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกรมฯ จะส่งดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนต่อไป

และ 3. กรณีร้านอาหารที่ปรากฏข่าวว่าไม่รับชำระเงินเป็นเงินบาท จากการลงพื้นที่พบคนจีนซึ่งมีชื่อเป็นกรรมการบริษัท และพนักงานเป็นต่างด้าว โดยคนจีนให้ข้อมูลว่า เป็นเจ้าของร้านและได้ชวนคนไทยมาร่วมถือหุ้น โดยคนจีนเป็นผู้ลงทุนทั้งหมดซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลจากระบบรับชำระเงินของร้าน 5 วัน ย้อนหลัง พบว่ามีรายได้วันละประมาณ 30,000 บาท โดยบัญชีรับโอนเป็นชื่อของกรรมการบริษัทคนจีน ทั้งนี้ กรมฯ แจ้งให้ธุรกิจเร่งส่งเอกสารชี้แจงต่อกรมฯ เพื่อดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

นอกจากนี้ ยังพบการกระทำผิดในประเด็นอื่น คือ ตรวจพบคนต่างด้าวกระทำความผิดในข้อหาไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง และคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ โดยเจ้าหน้าที่จากกรมการจัดหางาน ได้ควบคุมตัวคนต่างด้าวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง พร้อมดำเนินคดีตามข้อหาดังกล่าว และดำเนินคดีนายจ้าง รวมถึงตรวจพบคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง 1 ราย และ ไม่แจ้งที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ 1 ราย โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้นำส่งดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางต่อไป

อย่างไรก็ดีการปฏิบัติการในครั้งนี้ต้องขอบคุณสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการจัดหางานเป็นการบูรณาการการทำงานเชิงรุกเพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทยและประชาชนผู้บริโภค จากการกระทำที่ไม่ถูกต้องและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยและเศรษฐกิจของประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากการลงพื้นที่ครั้งนี้กรมฯ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะประสานข้อมูลระหว่างกันและขยายผลการตรวจสอบ หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินคดีอย่างเข้มข้นต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม กรมฯ พร้อมอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...