โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชป. กังวัลคำวินิจฉัยศาล รธน. จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ รัฐบาลกู้เงินในภาวะปกติ

ไทยโพสต์

อัพเดต 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.44 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พรรคประชาธิปัตย์ น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ยอมรับเป็นเรื่องยากจะตีความในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังติดใจจะติดตามการใช้เงินส่วน ที่ 2 เหตุยังไม่มีรายละเอียดชัดในการทำงบ ปี 70

9 กรกฎาคม 2569 - เมื่อเวลา 12.45 น. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ให้ พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งของผู้ร้อง ก็รับทราบและเคารพและน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เรายังไม่ทราบเหตุผลรายละเอียด เนื่องจากมติที่แถลงออกมาในวันนี้ เป็นเพียงแค่การสรุปมติเท่านั้น

ดังนั้นเราคงต้องไปศึกษาว่า เหตุผลและประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้วินิจฉัยเป็นอย่างไร เนื่องจากเรามีความกังวลเป็นห่วงว่า การวินิจฉัยครั้งนี้จะนำไปสู่การสร้างบรรทัดฐานเกี่ยวกับการกู้เงินของรัฐบาล ในกรณีที่รัฐบาลมีงบประมาณไม่เพียงพอ แต่เป็นภาวะเศรษฐกิจปกติ ก็จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ และส่งผลกระทบจากอดีตที่ผ่านมา จากกรอบวินัยการเงินการคลัง ที่ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายตั้งแต่รัฐธรรมนูญลงมา ซึ่งประเทศไทยมีปัญหานี้ค่อนข้างน้อย ในรอบหลาย 10 ปีที่ผ่านมา

ดังนั้นคงต้องรอดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อที่จะให้ความเห็นได้ แต่ความกังวลเรายังมีแน่นอน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า จากผลที่รัฐบาลกู้เงินได้ในครั้งนี้ก็จะส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ขยับเกือบชนเพดาน คือ ร้อยละ 70 โดยที่รัฐบาลเคยยืนยันกับสภาฯว่าไม่มีแนวคิดที่จะขยายหนี้เพดานสาธารณะ เราก็อยากให้รัฐบาลเร่งสร้างความชัดเจน ว่าแผนทางการคลังในระยะปานกลาง ระยะยาว ซึ่งจริงๆ ไม่ต้องถึงระยะปานกลางด้วยซ้ำ ในปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร จะมีแนวทางในการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายอย่างไร มิฉะนั้นจะกลับมาสู่ปัญหาว่า จะต้องมีการกู้เงินเพิ่ม ต้องขยายเพดานหนี้หรือไม่ เราก็หวังว่าจะไม่มีการออก พรก.กู้เงินแบบนี้อีก

นายอภิสิทธ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนเงินก้อนที่ 2 ที่จะนำมาใช้ในโครงการเกี่ยวกับพลังงาน ซึ่งตรงนี้แม้แต่ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีตุลาการเสียงข้างน้อยที่เห็นว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไข เราก็อยากจะเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งทำความชัดเจนและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการกลั่นกรองโครงการต่างๆให้เกิดประสิทธิภาพและความโปร่งใสให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า คำวินิจฉัยที่ออกมา เกินความคาดหมายหรือไม่ นายภิสิทธิ์กล่าวว่า เราเชื่อเหตุผลของเราแต่เราทราบดีว่ามี 2 ประเด็น คือ จากคำวินิจฉัยในอดีตศาลรัฐธรรมนูญก็จะระมัดระวังไม่พยายามใช้อำนาจที่อาจทำให้ฝ่ายบริหารทำงานได้ยาก และ 2.ด้วยศาลรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่ให้ศาลพิจารณาในเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน แต่ ให้ตีความในส่วนของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เราจึงทราบดีว่าเป็นเรื่องยากเหมือนกันที่จะทำให้เห็นได้ชัดว่าจริงๆแล้วขัดกับรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์หวังจะเห็นโครงการในส่วนที่ 2 200,000 ล้านบาท อย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในเมื่อรัฐบาลยืนยันว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน และถ้าไม่ทำ จะกระทบกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เราก็คิดว่าการกู้เงิน ก็จะต้องเกิดขึ้นโดยเร็ว แต่ขณะนี้จากการติดตามของกลไกต่างๆรวมทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พรบ .งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2570 ไม่มีรายละเอียดในเรื่องนี้ เราก็มีความเป็นห่วงว่าสรุปแล้วความพร้อมในการกลั่นกรองโครงการดังกล่าวเป็นอย่างไร

ที่สำคัญ ในภาพของการแถลงที่ผ่านมาโครงการในส่วนนี้ สิ่งที่เราวิตกกังวลคือ ท่านมองเพียงแค่ว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจตรงนี้คือการพึ่งพา การนำเข้าน้ำมัน และก๊าชจนมากเกินไป รัฐบาลพูดแต่เพียงว่าจะสนับสนุนเรื่องของโซล่าเซลล์ ยานยนต์ไฟฟ้า แต่จริงๆแล้ว พูดในลักษณะที่จะมีแต่การส่งเสริมการนำเข้า ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการพึ่งพาต่างประเทศลดลง เราพยายามพูดมาตลอดว่า ทางเลือกอื่นๆก็มี โดยเฉพาะ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ เช่นปาล์มเป็นต้น แต่ไม่แน่ใจว่ารัฐบาล มีความชัดเจนแค่ไหนและรัฐบาลยืนยันว่าโครงการหลักๆ เป็นเพียงการส่งเสริมให้มีโซลาร์เซลล์กับยานยนต์ไฟฟ้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...