โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รถหรู 'ซูเปอร์คาร์' เริ่มอยู่ยาก ยอดขาย Porsche ดิ่งหนักสุดในรอบ 6 ปี

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ "เยอรมนี" ยิ่งเผชิญความท้าทายมากขึ้นเมื่อแบรนด์หรูอย่าง"ปอร์เช่" (Porsche AG) ในเครือของโฟล์คสวาเกน รายงานยอดขายรอบครึ่งปีที่ "สาหัส" ไม่แพ้สถานการณ์บริษัทแม่ที่กำลังมีข่าวเตรียมเลย์ออฟใหญ่ถึง 1 แสนตำแหน่งในช่วงนี้

Porsche AG เปิดเผยยอดส่งมอบรถยนต์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 "ลดลง 16%" จากแรงกดดันอุปสงค์ที่อ่อนแอใน "ตลาดอเมริกาเหนือ" ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของบริษัท รวมถึงยอดขายใน "จีน" ที่หดตัวลงมากถึงเกือบหนึ่งในสาม

ยอดขายในช่วงเดือนม.ค.-มิ.ย. อยู่ที่ 122,306 คัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดที่สุดในรอบ 6 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2020 โดยยอดส่งมอบลดลงในทุกภูมิภาค นำโดยอเมริกาเหนือที่ลดลง 13% และจีนที่ลดลงถึง 32%

ปอร์เช่ระบุว่า ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ยอดขายโดยรวมลดลงได้แก่ การยุติการผลิต Porsche 718 รุ่นเครื่องยนต์สันดาป ความต้องการรถรุ่น Macan ไฟฟ้าล้วนที่สูงผิดปกติในปีก่อน และการสิ้นสุดมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีของสหรัฐสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริด

ในขณะเดียวกัน การชะลอตัวรุนแรงที่สุดยังเกิดขึ้นในตลาด "จีน" ซึ่งวิกฤติภาคอสังหาริมทรัพย์และ "การแข่งขันจากผู้ผลิตรถยนต์ท้องถิ่นที่รุนแรงขึ้น" กำลังบั่นทอนความต้องการรถยนต์หรูระดับไฮเอนด์ฝั่งยุโรป ตั้งแต่ Mercedes-Benz, BMW ไปจนถึงปอร์เช่

ปัจจุบันปอร์เช่กำลังปรับลดจำนวนดีลเลอร์ตัวแทนจำหน่ายในจีน พร้อมเร่งพัฒนาซอฟต์แวร์ภายในรถยนต์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่ายอดขายในจีนปีนี้ "จะลดลงเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน"

ราคาหุ้นของปอร์เช่ปรับตัวลงสูงสุด 2.1% ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นแฟรงก์เฟิร์ตหลังมีรายงานตัวเลขล่าสุด อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้นแทบไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากนักลงทุนได้สะท้อนผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดจีน ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาหลายปีแล้วในราคาหุ้นก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ ราคาหุ้นของปอร์เช่ยังมีความผันผวนน้อยกว่าบริษัทรถยนต์บางราย เนื่องจาก Volkswagen AG ยังคงถือหุ้นมากกว่าสามในสี่ของบริษัท แม้ปอร์เช่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2022 ส่งผลให้มีหุ้นหมุนเวียนในตลาด (Free Float) อยู่ในสัดส่วนไม่มาก

ไมเคิล ไลเทอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนม.ค. ปีนี้ หลังเคยดูแลฝ่ายการผลิตของค่ายม้าลำพอง "Ferrari" มานานหลายปี กำลังพยายามฟื้นฟูความสามารถในการทำกำไรของปอร์เช่ หลังเผชิญปีที่ยากลำบากท่ามกลางข้อจำกัดของกลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้า และทำให้ราคาหุ้นของบริษัทร่วงหนักจนหลุดจากดัชนี DAX ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นชั้นนำของเยอรมนี

ปอร์เช่ยังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากปอร์เช่ไม่มีโรงงานผลิตในสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของบริษัท

ปัญหาของปอร์เช่เป็นส่วนหนึ่งของ "ภาวะชะลอตัว" ที่กำลังเกิดขึ้นกับผู้ผลิตรถยนต์หรูของเยอรมนี โดย Mercedes-Benz ก็เพิ่งเปิดเผยเมื่อวันพุธว่า ยอดส่งมอบรถยนต์ในไตรมาส 2 ลดลง 8% ในจำนวนนี้รวมถึงยอดขายในตลาดจีนที่ร่วงถึง 30% ขณะที่ BMW เตือนเมื่อเดือนที่แล้วว่า อัตรากำไรของบริษัทอาจลดลงเหลือเพียง 1% จากอุปสงค์ในจีนที่อ่อนแอ

การชะลอตัวในตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกอย่างจีน สร้างผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมรถยนต์หรูของเยอรมนี เนื่องจากตลาดจีนเคยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทั้งด้านยอดขายและผลกำไรมาโดยตลอด แต่ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ท้องถิ่น เช่น BYD ครองความได้เปรียบในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และกำลังรุกเข้าสู่ตลาดรถยนต์หรูมากขึ้นเรื่อยๆ

ที่ผ่านมา ปอร์เช่ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่สร้างผลกำไรสูงที่สุดให้กับกลุ่ม Volkswagen โดยช่วยชดเชยผลตอบแทนที่ต่ำกว่าของแบรนด์รถยนต์ตลาดแมส แต่ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อบริษัทแม่ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่

ซีอีโอของปอร์เช่เปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้วว่า ปอร์เช่กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจามาตรการ "ลดต้นทุนเพิ่มเติม" เพื่อเตรียมรับมือกับช่วงเวลาที่กำลังการผลิตจะลดลง จากเดิมที่เคยประกาศแผนลดต้นทุนไปก่อนหน้านี้ โดยตั้งเป้าลดตำแหน่งงานประมาณ 3,900 ตำแหน่งภายในปี 2029

ที่มา: Bloomberg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...