โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569

efinanceThai

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 มิ.ย. 69 7:37: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ค.ปิดที่ 90.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.50 ดอลลาร์ หรือ -2.69%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนส.ค. ปิดที่ 93.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.94 ดอลลาร์ หรือ -2.04%

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในวันศุกร์ (5 มิ.ย.) หลังนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มลดลง โดยฟิล ฟลินน์ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Price Futures Group มองว่า ตลาดไม่ได้ให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้น แม้ยังไม่มีการบรรลุข้อตกลง แต่ตลาดมองว่าสถานการณ์กำลังเคลื่อนไปในทิศทางของการลดระดับความตึงเครียด

*** ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกเปิดเช้านี้ร่วงลง โดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้เผชิญแรงขายหนักสุด ดัชนี Kospi ร่วงลง 8.4% ขณะที่ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นลดลง 3.4% หลังมีรายงานว่าอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอลอีกครั้ง ซึ่งสร้างความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับเสถียรภาพของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

*** กลุ่ม OPEC+ มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันในรอบ 4 เดือน แม้สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะยังคงเป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้สมาชิกสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามเป้าหมายก็ตาม โดยแถลงการณ์ระบุว่า สมาชิกหลักทั้ง 7 ประเทศของ OPEC+ เห็นชอบให้ปรับเพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมันอีก 188,000 บาร์เรลต่อวัน เริ่มตั้งแต่เดือนก.ค.

*** ปริมาณน้ำมันในคลังทั่วโลกกำลังลดลงสู่ระดับที่น่ากังวล ขณะที่ความพยายามในการบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ประสบความสำเร็จ โดยผู้บริหารในอุตสาหกรรมและนักวิเคราะห์หลายรายเตือนว่า ตลาดน้ำมันอาจเผชิญกับ Oil shock รอบใหม่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งอาจรุนแรงพอที่จะสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดการเงินในวงกว้าง

*** สหรัฐฯ มีแผนพิจารณานำทรัพย์สินของอิหร่านมาใช้เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูความเสียหายในประเทศรัฐอ่าว หลังจากอิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ในคูเวตและบาห์เรน และยังคงส่งโดรนโจมตีเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

แหล่งข่าวระบุเมื่อวันเสาร์ว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้มอบหมายให้คณะทำงานประเมินมูลค่าความเสียหายที่อิหร่านก่อขึ้นต่อประเทศพันธมิตรในภูมิภาคอ่าวอาหรับ พร้อมเสริมว่า สหรัฐฯ จะพิจารณาใช้ทรัพย์สินของอิหร่านเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการฟื้นฟูความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วยเช่นกัน

*** สำนักข่าว CNBC รายงานว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเผชิญความไม่แน่นอนอย่างหนัก รายงานดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความบน X ระบุว่า การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ และการละเมิดข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับเลบานอน ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

*** สหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยในการเจรจาข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงคราม ขณะที่การโจมตีรอบใหม่ยังคงเพิ่มแรงกดดันต่อข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง โดยทั้งสองกำลังเผชิญภาวะชะงักงันจากข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ รวมถึงความขัดแย้งคู่ขนานระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเลบานอน

ความขัดแย้งเกี่ยวกับทรัพย์สินของอิหร่านมีความเสี่ยงที่จะทำให้การหารือเรื่องการขยายเวลาหยุดยิง การเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตลอดจนการเจรจาในอนาคตเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ต้องเผชิญอุปสรรคหรืออาจล้มเหลวได้

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ในรายการ "Meet the Press" ของ NBC News ว่า จะไม่ปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่านหรือยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรใด ๆ ก่อนที่จะมีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ โดยระบุว่า ต้องเกิดขึ้นหลังจากนั้น และเสริมว่า หากพวกเขาปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม หากพวกเขาทำได้ดี เราก็จะเริ่มพูดคุยกัน

*** ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ เรียกร้องเมื่อวันอาทิตย์ให้มีการสอบสวนอย่างละเอียดเกี่ยวกับปัญหาบัตรเลือกตั้งไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งล่าสุด โดยระบุว่าจะให้ทั้งอัยการและตำรวจเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ผู้นำเกาหลีใต้โพสต์บน X ว่า ในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง และในฐานะประธานาธิบดีผู้รับผิดชอบการบริหารประเทศ ผมขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

*** คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เตรียมต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในการเยือนกรุงเปียงยางในวันจันทร์นี้ ซึ่งถือเป็นการเดินทางเยือนเกาหลีเหนือในรอบ 7 ปีของผู้นำจีน และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการฟื้นบทบาทและอิทธิพลของจีนต่อเกาหลีเหนือ

*** สำนักประธานาธิบดีเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ได้เสนอชื่อฮัน ซองซุก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงสตาร์ทอัพ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ หากได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ฮันจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ในรอบ 20 ปี

*** สำนักข่าวรอยเตอร์เผยว่า เว็บไซต์และเอกสารประชาสัมพันธ์การเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX ไม่สามารถเข้าถึงได้ในฮ่องกงและจีนเมื่อวันศุกร์ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการเข้าร่วมลงทุนของนักลงทุนในทั้งสองตลาด สำหรับการเสนอขายหุ้นที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

*** กระแสความเชื่อมั่นที่เคยหนุนตลาดหุ้นเกาหลีใต้เริ่มแผ่วลง และถูกแทนที่ด้วยความระมัดระวังที่เพิ่มขึ้น หลังนักลงทุนบางส่วนเริ่มป้องกันความเสี่ยงและลดการถือครองหุ้นที่มาแรงและมีปริมาณการซื้อขายสูง ท่ามกลางความกังวลว่าตลาดอาจปรับตัวขึ้นแรงและเร็วเกินไป

กองทุนเฮดจ์ฟันด์ Golden Horse Fund Management ได้ปรับลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเกาหลีใต้ พร้อมเพิ่มการป้องกันความเสี่ยงผ่านตราสารอนุพันธ์ ขณะที่ M&G Investments ได้ลดการลงทุนในหุ้นกลุ่มหน่วยความจำและธุรกิจรับจ้างผลิตชิป เพื่อกระจายการลงทุนไปยังบริษัทอื่น ๆ ในห่วงโซ่อุปทาน AI มากขึ้น

*** S&P Dow Jones Indices ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า บริษัท Marvell Technology จะถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนี S&P 500 ก่อนเปิดตลาดในวันที่ 22 มิ.ย. นี้ หลังบริษัทสามารถผ่านเกณฑ์ด้านความสามารถในการทำกำไร ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการเข้าคำนวณในดัชนี โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสการลงทุนด้าน AI ที่หนุนราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ทั้งนี้ Marvell จะเข้ามาแทนที่ PoolCorp ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับสระว่ายน้ำในดัชนี S&P 500

ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...