โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เทพไท” เตือน “ระบบอากง” ฉุดคะแนน“ชัชชาติ” ดิ่งเหวก่อนวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 50 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“เทพไท” เตือน “ระบบอากง” ฉุดคะแนน“ชัชชาติ” ดิ่งเหวก่อนวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.และนักวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองอิสระ โพสต์คลิปภาพและเสียงกล่าวถึงกรณีการวิ่งเต้นส่งส่วยแลกความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งราชการขอฝข้าราชการสังกัดกรุงเทพมหานครในหัวเรื่อง “ระบบอากง ฉุดคะแนนชัชชาติ” มีสาระใจความว่า
แม้ว่าผลการสำรวจของนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ครั้งล่าสุด ได้สำรวจความคิดเห็นของคนกทม. เรื่องโค้งแรก สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.69 ผลปรากฏว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับคะแนนนิยม 67.30% ถือว่านำโด่ง ส่วนคู่แข่งอื่นๆ ยังไม่มีใครได้คะแนนนิยมเกิน 10% แม้แต่คนเดียว ถ้าให้เซียนการเมืองวิเคราะห์เชื่อว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คงได้รับการเลือกตั้งค่อนข้างแน่นอน แต่ในทางการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน เพราะขณะนี้มีการเคลื่อนไหวในประเด็นที่แหลมคม และเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน จากกรณีมีการพูดถึงระบบอากง และมีการเปิดโปงถึงการรับส่วย การทุจริตคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นในการบริหารงานกรุงเทพมหานคร ของผู้ว่าชัชชาติ จนทำให้เรื่องนี้มีการพูดถึง และขยายผลไปอย่างกว้างขวาง จนนายชัชชาติเองรู้สึกวิตกกังวลและบอกว่า ระบบอากงไม่มีอยู่จริง และมองว่าเป็นเพียงวาทกรรม ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อโจมตีทางการเมือง แสดงให้เห็นว่า นายชัชชาติมีความรู้สึกหวั่นไหว และได้กำชับให้ทีมงานไม่ควรประมาท เพราะถ้ากระแสการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งเป็นปัญหาละเอียดอ่อนสำหรับคนกรุงเทพฯ จุดติดขึ้นมา อาจทำให้คะแนนนิยมของนายชัชชาติ ตกวูบลงมาได้ เพราะในขณะนี้มีการขยายผล และแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงความเห็นของผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.อย่างน้อย2คน ที่พูดถึงระบบส่วย ระบบอากง อย่างเช่น

นายเทพไทระบุต่อว่า นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคประชาชน ได้พูดถึงระบบส่วยว่า “ต้องยอมรับว่า เรื่องการซื้อตำแหน่งการทุจริตมีมาทุกยุคทุกสมัย ซึ่งเรื่องเหล่านี้พรรคประชาชนก็ให้ความสำคัญ ต้องใช้เจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ และมีเจตจำนงทางการเมือง รวมถึงมีระบบป้องกันติดตามจับ และเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนได้นำเสนอมาโดยตลอดว่า ใช้ระบบป้องกันด้วยเจตนาอันแน่วแน่ ที่จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ภายใต้การบริหารของตน ปัญหาเหล่านี้พูดได้เลยว่า หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก” เช่นเดียวกันกับนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้ความเห็นเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นในกรุงเทพมหานคร ว่า “มีข้าราชการกทม.หลายคนส่งสัญญาณมาถึงตน พูดว่าไม่มี เป็นไปไม่ได้ ตามที่หลายคนพูดกันมา คำพูดที่เข้าใจง่าย คือถ้าหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก เขาบอกเองว่า กทม.มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่การหาใบเสร็จเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผู้ที่หาประโยชน์และผู้ที่สมประโยชน์ เขามีวิธีการที่เลี่ยงอยู่แล้ว เรื่องใบเสร็จเป็นไปไม่ได้ ที่จะมาหา เพียงแต่ว่าผู้บริหารซึ่งตอนนี้หมดวาระไปแล้ว จะออกมาพูดความจริงเมื่อไหร่ ก็เห็นกันอยู่ว่าเป็นอย่างไร”

“เมื่อผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ทั้ง2คนพูดถึงการทุจริตคอรัปชั่นในการบริหารกทม. ว่า “ถ้าหัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก” ซึ่งเป็นการพาดพิงไปถึงนายชัชชาติโดยตรง และเชื่อว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในกทม. มีมาโดยตลอด เพียงแต่ว่าจะจับได้หรือไม่ ที่น่าเป็นห่วงคือ ถ้าหากว่าคู่แข่งของนายชัชชาติ ทั้งนายชัยวัฒน์และนายอนุชา พยายามจี้จุดอ่อนให้เห็น และเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ ประกอบกับทั้งนายคริส โปษยนันท์ และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ยังเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้ ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เรื่องกระแสระบบอากง การเรียกส่วย การส่งส่วย การเรียกรับผลประโยชน์ และปัญหาที่เป็นจุดอ่อนในการบริหารกทม.ของนายชัชชาติอีกจำนวนมากจะตามมา ซึ่งอาจทำให้นายชัชชาติ ที่มีเสียงคะแนนนำอย่างขาดลอยเช่นนี้ อาจจะทำให้คะแนนลดลงได้ไม่มากก็น้อย” นายเทพไท กล่าวทิ้งท้าย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...