ประสานงาสนั่นสะพาน! เก๋งเสียหลักข้ามเลนชนเต็มแรง เจ็บ 3 ราย สาหัส 1 ติดซากรถ
เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนประสานงากันอย่างรุนแรงบนสะพานข้ามถนนสายอาภากร หน้าศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย โดยหนึ่งในผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาทั้งสองข้างหัก ติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน
เบื้องต้นตำรวจคาดสาเหตุเกิดจากรถยนต์คันหนึ่งเสียหลักล้ำเข้าช่องทางจราจรฝั่งตรงข้ามบริเวณทางโค้งบนสะพาน ก่อนพุ่งชนรถที่วิ่งสวนทางมาอย่างจัง ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ร.ต.อ.นฤพนธ์ ชูช่วย รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนกันบนสะพานข้ามถนนสายอาภากร บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร หมู่ 1 ตำบลนาชะอัง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาพร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ
จุดเกิดเหตุอยู่บนสะพานข้ามถนนสายอาภากรและทางรถไฟ ช่วงระหว่างสำนักงานขนส่งจังหวัดชุมพรกับศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว ทะเบียน กธ 136 ชุมพร จอดอยู่ในช่องจราจรขาเข้าเมือง สภาพด้านหน้าพังเสียหายอย่างหนัก ชิ้นส่วนรถยนต์กระจัดกระจายเต็มพื้นถนน
ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ นายยอดชาย อายุ 54 ปี ผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บขาขวาหัก และ น.ส.นิภา อายุ 44 ปี ผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้าซ้าย ได้รับบาดเจ็บแขนขวาหัก
ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อมิตซูบิชิ มิราจ สีขาว ทะเบียน กท 8180 ชุมพร สภาพด้านหน้าพังยับเยิน จอดกีดขวางการจราจรล้ำเข้ามาในช่องทางขาเข้าเมือง โดยมี น.ส.จันทร์จิรา อายุ 34 ปี เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาทั้งสองข้างหัก และติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้ความระมัดระวังเข้าช่วยเหลือ ก่อนนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลชุมพร
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกภาพและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว พร้อมเตรียมประสานขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ รวมถึงกล้องบันทึกภาพหน้ารถของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย เพื่อใช้ประกอบการพิสูจน์ข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะรอให้อาการของผู้ได้รับบาดเจ็บดีขึ้น ก่อนเรียกสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปสาเหตุของอุบัติเหตุและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป