โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทักษิณรอหมายปล่อยตัว พท.-ภท.สยบร้าวแก้รธน.

ไทยโพสต์

อัพเดต 5 มิถุนายน 2569 เวลา 3.58 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปลดกำไล EM "ทักษิณ" อยู่ในชั้น คกก.เรือนจำธนบุรี รอแค่หมายศาลปล่อยตัว โถ "หัวหน้า พท." รีบออกตัวปฏิเสธลั่นถึงพ้นโทษไม่เกี่ยวกับพรรค ยันไร้ครอบงำจากภายนอก "แดง-น้ำเงิน" ประสานเสียงรัฐบาลไม่ร้าว! หลัง "ภท." ลอยแพร่างแก้ รธน.ฉบับเพื่อไทย "จุลพันธ์" ยอมถอยปรับใหม่

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน มีรายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงขั้นตอนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ถูกคุมประพฤติจากการพักโทษ จะได้รับการปลดกำไล EM ภายหลังเป็นหนึ่งในรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องจากมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ตามมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569 เพราะเหลือโทษไม่ถึง 1 ปี จึงเป็นผู้ต้องราชทัณฑ์ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไปว่า ภายหลังมี พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษมาแล้ว ซึ่งมีทั้งผู้ต้องราชทัณฑ์ที่อยู่ในเรือนจำจะได้รับการปล่อยตัวไป และผู้ถูกคุมประพฤติพักโทษที่จะได้พ้นโทษทันที

ระหว่างนี้เรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศ อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ และส่งรายชื่อเสนอต่อศาลแห่งท้องที่ของคณะกรรมการตามมาตรา 21 ของ พ.ร.ฎ. และเมื่อศาลแห่งท้องที่มีการตรวจสอบและออกหมายสั่งปล่อยไปยังเรือนจำ/ทัณฑสถาน ทางเรือนจำ/ทัณฑสถาน จึงจะได้เตรียมความพร้อมปล่อยตัวผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษพ้นโทษออกจากเรือนจำ/ทัณฑสถาน และทุกรายจะได้รับใบบริสุทธิ์ เอกสารสำคัญการปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษ ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นได้รับการปล่อยตัวถูกต้องตามกฎหมาย

ส่วนหากเป็นกรณีของผู้ถูกคุมประพฤติพักโทษ อย่างเช่นกรณีของอดีตนายกฯ จะต้องรอหมายปล่อยตัวจากศาลแห่งท้องที่ส่งไปยังเรือนจำที่อยู่ในพื้นที่เดียวกับสถานที่คุมประพฤติ จากนั้นเรือนจำจะทำหนังสือแจ้งการปล่อยตัวพ้นโทษไปยังสำนักงานคุมประพฤติในท้องที่ และเรือนจำจะได้นัดหมายให้อดีตนายกฯ มารับใบบริสุทธิ์ เพื่อไปยื่นแสดงต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ เพื่อขอปลดกำไล EM

ทั้งนี้ นายทักษิณได้พักโทษคุมประพฤติ ณ บ้านจันทร์ส่องหล้า และเดินทางไปรายงานตัวครั้งแรกที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ดังนั้นการออกหมายสั่งปล่อยตัวจากศาลจะถูกส่งไปยังเรือนจำพิเศษธนบุรี เนื่องจากเป็นเรือนจำที่อยู่ในพื้นที่ตามทะเบียนพำนักสถานที่พักโทษคุมประพฤติ ทำให้ขณะนี้รายชื่อของอดีตนายกฯ อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการเรือนจำพิเศษธนบุรีเรียบร้อยแล้ว และเมื่อมีหมายปล่อยตัวจากศาลส่งมาที่เรือนจำพิเศษธนบุรีเมื่อใด ทางเรือนจำพิเศษธนบุรีจะได้นัดหมายให้นายทักษิณเดินทางมารับใบบริสุทธิ์ เพื่อไปใช้ยื่นขอปลดกำไล EM กับสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน อดีตนายกฯ จะพ้นโทษบริบูรณ์

ด้าน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวนายทักษิณ ระบุเรื่องการเมืองนายทักษิณได้มอบให้นายยศชนันและ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ในฐานะคณะที่ปรึกษาและหัวหน้าครอบครัวพรรค ดูแลบริหารงานในพรรค ได้ฝากฝังอะไรหรือไม่ว่า การบริหารบ้านเมือง คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีอำนาจเต็มอยู่แล้ว และแต่ละคนทำเต็มที่ ส่วนการบริหารงานพรรคมีโครงสร้างอยู่แล้ว ซึ่ง น.ส.แพทองธารเป็นที่ปรึกษา ดูเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ให้มีความเหมาะสมในการขับเคลื่อนพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายยศชนันจะมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค พท.หรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า "ไม่มีหรอกครับ ทุกอย่างเป็นไปตามโครงสร้างบริหารพรรคในเวลานี้ ชัดเจนอยู่แล้วว่าเดือนที่แล้วได้มีการปรับโครงสร้างพรรค ซึ่งเป็นโครงสร้างพรรคที่เราสามารถที่จะขับเคลื่อนพรรคไปได้"

ทักษิณไม่เกี่ยวเพื่อไทย

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสมาชิกพรรคจะเข้าพบนายทักษิณหลังพ้นโทษหรือไม่ว่า ไม่ได้มีการคุยกันในเรื่องนี้ แต่เมื่อพูดชื่อนี้แล้ว ทุกคนก็ยิ้มกันหมด เพราะรู้สึกยินดีกับครอบครัวของนายทักษิณ และ น.ส.แพทองธาร ส่วนนายทักษิณจะมาเกี่ยวข้องกับพรรคหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีแล้ว การเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการพรรค ตนยืนยันว่าเลยจุดนั้นมาแล้ว ต้องไม่มีคำถามแบบนี้อีกแล้ว

"พรรคเพื่อไทยพร้อมจะเดินหน้าขับเคลื่อนการทำงานของเรา ภายใต้อุดมการณ์และความคิดที่ปูรากฐานมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย เรามีหลักการและความเชื่อของเรา และพร้อมจะนำความเชื่อนั้นไปสู่ประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ไม่ได้มีการครอบงำอะไรจากภายนอก" หัวหน้าพรรคเพื่อไทยระบุ

นายจุลพันธ์ยังกล่าวถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยว่า ถือเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกดำเนินการได้ เป็นเรื่องปกติในสภาที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง เนื่องด้วยความเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่กระทบความสัมพันธ์ใดๆ อยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องของสภา เมื่อมีความเปลี่ยนแปลง โดยพรรคภูมิใจไทยได้ถอนชื่อ ซึ่งไม่ได้มีแค่ 30 รายชื่อ แต่หมายถึงการเดินหน้าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย เมื่อมีการถอนชื่อ สิ่งที่ต้องทำคือ คงต้องใช้เวลากลับไปนั่งคุยกับพรรคภูมิใจไทยว่าเหตุผลและความจำเป็น แนวความคิด ข้อห่วงใยอย่างเรื่องข้อสุ่มเสี่ยงเรื่องกฎหมายมีอย่างไรบ้าง และเดินหน้าอย่างไรกับการแก้จะเดินต่อหรือไม่อย่างไร

ทั้งนี้ สมาชิกพรรคเพื่อไทยคงใช้เวลาประชุมกัน โดยคาดว่าเป็นสัปดาห์หน้า เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งสำคัญคือ ความร่วมมือร่วมใจ เรารู้อยู่ว่ากติกาในปัจจุบัน การลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภา และต้องได้เสียง 1 ใน 3 ของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ดังนั้นเมื่อมองจำนวน 30 คน ไม่ใช่แค่นั้น แต่มีมากกว่านั้น ทั้งองคาพยพของพรรคแกนหลัก อย่างพรรคภูมิใจไทยเอง สว.ที่อาจมีความคิดเห็นใกล้เคียงกัน เราต้องกลับมาทบทวนพิจารณาให้ถี่ถ้วนพูดคุยกันภายใน เพื่อให้ตกผลึกว่าจะดำเนินการอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ไม่เสียหลักการ ต้องยอมรับความจริงว่าพรรคเพื่อไทยมีแค่ 74 เสียง ไม่สามารถลงชื่อโดยพรรคเดียว และผลักดันร่างของเราได้ ส่วนร่างหลักสุดท้าย ต้องยอมรับความจริงว่า เราหนีไม่พ้นว่าพรรคภูมิใจไทยมีสมาชิกมากที่สุดมากกว่า 190 คน ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของหลักการ แต่เป็นเรื่องสมการทางการเมือง ทั้งนี้ จะเป็นร่างของใครก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายหลักของประเทศ ไม่สามารถเริ่มได้ด้วยการขัดแย้ง เราต้องสงวนจุดร่วม และหาจุดที่เดินหน้าร่วมกันได้ในการขับเคลื่อนการแก้ไข หากเริ่มต้นด้วยสิ่งที่ยืนประจันหน้ากัน ตนรับประกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้สุดท้ายไปไม่ถึงฝั่งฝัน

'แดง-น้ำเงิน'ยันไม่ร้าว

"ยืนยันว่า ไม่ได้มีเรื่องความขัดแย้งใดๆ เพราะพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้บอกเองว่าพรรคภูมิใจไทยมีข้อห่วงใย เช่นเดียวกับนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งแล้ว เราทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ พวกตนเองไม่ได้เซอร์ไพรส์ แต่เรายื่นไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมีถึง 30 รายชื่อ ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยน ต้องรอมาพูดคุยกันให้ชัดเจนอีกครั้ง" นายจุลพันธ์ระบุ

ขณะที่นายภราดรกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) หารือกัน ซึ่งมีข้อกังวลจากฝ่ายกฎหมายและผู้ที่ดูเรื่องรัฐธรรมนูญ ที่ได้มีการท้วงติงถึงร่างกฎหมายของพรรค พท.ว่าจะมีปัญหาขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ห้ามมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง โดยในร่างของพรรค พท.ได้กำหนดไว้ว่า ให้แต่ละจังหวัดไปเลือก ส.ส.ร.ให้เหลือ 3 คน และส่งให้รัฐสภาเป็นผู้เลือกให้เหลือจังหวัดละ 1 คน มองว่าจึงอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยได้คุยกับนายจุลพันธ์ นายยศชนัน และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท.แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะกระทบความสัมพันธ์ในพรรคร่วมหรือไม่ นายภราดรยืนยันว่า ไม่มี ถ้าจะกระทบคือไม่ได้มีการพูดคุยกัน อย่างนี้อาจจะมีความเข้าใจผิดกันได้บ้าง แต่เมื่อมีการพูดคุยหารือกัน ตนเชื่อว่า ไม่กระทบกระเทือนกัน ซึ่งขอให้แยกส่วนฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร

นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ร่างของ พท.จะมีปัญหาขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อ ภท.เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากทำแล้วสุ่มเสี่ยงต่อการถูกร้อง จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เราต้องยืนตามคำวินิจฉัยเป็นหลัก

ส่วนมีข้อกังวลว่า หาก ส.ส.ร.ไม่ได้เลือกตั้งโดยอ้อม จะทำให้เสี่ยงต่อการผูกขาดโดยพรรคเดียว หรือการฮั้วเลือกนั้น นายนิกรกล่าวว่า แค่คิดกัน แต่ถ้าเลือกตั้งโดยตรงโดนควํ่าไปต่อไม่ได้ ทั้งนี้ ร่างของพรรคให้เกียรติเสียงข้างน้อยด้วยซํ้า สภาจะเลือกเป็นสีอะไรก็ได้ ส่วนรายละเอียดไปคุยในกรรมาธิการ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า พรรคกล้าธรรมมีมติให้ สส.ของพรรคที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของเพื่อไทยถอนรายชื่อ เพราะกังวลว่าบางส่วนของร่างอาจขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...