โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ปมฟันด์โฟลว์รอบนี้ยาวVI ใช้จัมพ์พลัสสแกนหุ้น

ทันหุ้น

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

#หุ้นไทย #ทันหุ้น –กูรูเชื่อฟันด์โฟลว์สะสมหุ้นไทยรอบนี้ระยะยาว ยกปัจจัยสำคัญครึ่งหลังเศรษฐกิจโลก เริ่มเห็นเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ เข้าโหมดลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ชี้ปีนี้จะเป็นปีแรกในรอบ 4 ปีที่ EPS บวกได้ พร้อมยกหุ้นใหญ่รับโฟลว์ ด้าน “โจ ลูกอีสาน” วีไอเริ่มส่องหุ้นไทยราคาถูก ใช้จัมพ์พลัสสแกนหุ้นหาปันผล 10%

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ได้รับแรงหนุนสำคัญจาก กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่เริ่มไหลกลับเข้ามาอย่างชัดเจน และเชื่อว่านักลงทุนต่างชาติไม่ได้เข้ามาเพียงระยะสั้น แต่เป็นการมองหาผลตอบแทนจากการลงทุนรอบใหม่ที่จับต้องได้มากกว่าเดิม

สาเหตุหลักที่ทำให้ความเชื่อมั่นกลับมา มาจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การประเมินภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งปีหลังสดใส เนื่องจากปีที่แล้วฐานต่ำจากปัจจัยลบหลายด้านทั้งการรบกัมพูชา น้ำท่วม และปีนี้เริ่มเห็นเม็ดเงินจากการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เริ่มลงสู่ระบบเศรษฐกิจจริง ขณะเดียวกันไทยกำลังเข้าสู่โหมดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเขตเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะเรื่อง Data Center และแผนการลงทุนด้านไฟฟ้า รวมถึงแลนด์บริดจ์

ขณะเดียวกันเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีทั้งสภาล่าง สภาสูง ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เมื่อครั้งที่ดัชนีหุ้นไทยเคยขึ้นไปถึง 1,800 จุด

@ กำไร บจ. พลิกฟื้นในรอบ 4 ปี

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญคือปีนี้จะเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่กำไรรวมบริษัทจดทะเบียน หรือ EPS Growth จะพลิกกลับมาเติบโตได้ หลังจากติดลบมาต่อเนื่อง 3 ปี โดยหยวนต้าคาดการณ์ EPS ที่ 95 บาท (เติบโต 16%) ขณะที่ Bloomberg คาดการณ์ที่ 97 บาท (เติบโต 18%) ถือเป็นสัญญาณบวกที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติกล้ากลับเข้ามาสะสมหุ้นไทย

และหากประเมินหุ้นใหญ่ที่ขับเคลื่อนตลาดรอบนี้คือ GULF ถือเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดที่น่าสนใจกว่า DELTA ในแง่ของ Valuation โดย GULF มี P/E ปัจจุบันเพียง 11 เท่า ในขณะที่ DELTA มี P/E สูงถึง 155 เท่า โดยหากเงินทุนมองว่า GULF คือหุ้นเทคที่จะได้ประโยชน์สูงสุดจากธีม Data Center ทั้งในส่วนของโรงไฟฟ้าและระบบสื่อสาร และผลักดันราคาก็จะไม่มีความเสี่ยงเรื่อง Trading Alert ที่จะฉุดดัชนี

@ เปิดโผหุ้นเด่น 3 กลุ่มปันผลสูง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเกาะกลุ่มที่ต่างชาติชื่นชอบ คือ “หุ้นใหญ่-ปันผลดี-ตรงธีม” โดยเน้นไปที่ 3 เซ็กเตอร์หลักคือกลุ่มธนาคาร พลังงาน และสื่อสาร ที่จ่ายปันผลรวมกันกว่า 60% ของตลาด โดยกลุ่มธนาคาร เลือก SCB เป็น Top Pick จากราคาที่ยัง Laggard และให้อัตราปันผลสูงถึง 8% ต่อปี กลุ่มพลังงาน ชู PTT และ GULF โดย PTT รักษา Dividend Yield ได้ที่ 6% ต่อปี และกำไรสม่ำเสมอ กลุ่มสื่อสาร แนะนำ ADVANC และ TRUE ซึ่งได้อานิสงส์จากธีม Data Center และมีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ

@VI มองการขึ้นเปราะบาง

ด้าน นายอนุรักษ์ บุญแสวง หรือ โจ ลูกอีสาน นักลงทุนเน้นคุณค่า (VI) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า การฟื้นตัวของหุ้นไทยเป็นการฟื้นตัวที่น่าประหลาดใจและมีความ “เปราะบาง” สูง เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของดัชนีเกิดจากการกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัว เช่น DELTA, GULF และ AOT ทั้งนี้การที่ DELTA มีมาร์เก็ตแคปสูงมากและราคาแพงเกินไป จะคล้ายกับกรณีของตลาดหุ้นเดนมาร์กที่เคยวิ่งขึ้นและดิ่งลง ด้วยหุ้นตัวใหญ่เพียงตัวเดียว โดยมองว่า “ฟองสบู่ AI” เริ่มก่อตัวซึ่งไม่รู้ว่าจะเพิ่มมากขึ้นไปถึงเมื่อไหร่ แต่หากวันใดที่ฟองสบู่แตก ตลาดจะปรับตัวลดลงรุนแรง ดังนั้นการยึดหลักการลงทุนบนพื้นฐานและความคุ้มค่าของราคาจึงสำคัญที่สุด

ซึ่งภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังไม่ไม่มีความหวังในการเติบโตในระดับสูง เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญกับ โครงสร้างประชากรที่ชราภาพ เด็กเกิดน้อยลง และปัญหาระบบราชการรวมถึงสถานการณ์การเมืองที่ทำให้การปฏิรูปขจัดคอรัปชันทำได้ยาก ดังนั้นพอร์ตส่วนใหญ่ที่ถือคือหุ้นตลาดหุ้นฮ่องกงซึ่งมีราคาถูกกว่าไทย

@ชูโอกาสหาหุ้นพื้นฐาน

อย่างไรก็ดี โจ ลูกอีสาน ระบุว่า ตอนนี้เป็นโอกาสในการหาหุ้นไทย เพราะนักลงทุนแห่ไปต่างประเทศกันหมด ทำให้การแข่งขันลดลงและมีโอกาสเจอหุ้นราคาถูกได้มากขึ้น โดยต้องเลือกตัวที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง หรือสามารถเติบโตในต่างประเทศได้ เช่น หุ้นกลุ่มอาหารและเกษตร เน้นบริษัทที่ยอดขายหลักมาจากต่างประเทศและไม่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น น้ำมันปาล์ม, ซอสปรุงรส, ทูน่ากระป๋อง, อ้อย หรือไม้อัด

นอกจากนี้ยังจะใช้ข้อมูลจากโครงการจัมพ์พลัส ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสแกนหุ้น เนื่องจากบริษัทที่เข้าร่วมต้องแผนการดำเนินงานล่วงหน้า 3 ปีทั้งทิศทางการเติบโต และมีประมาณการกำไรด้วย ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำการบ้านคือการคัดกรองความเป็นไปได้ และความน่าเชื่อถือของผู้บริหารและผู้ถือหุ้น โดยหุ้นไทยที่สนใจมักจะเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลสูงระดับ 8-10% เช่น กลุ่ม IT Solution ที่รับงานภาครัฐ ซึ่งมีความเสถียรและได้ประโยชน์เพิ่มเติมจากเครดิตภาษีเงินปันผล

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...