โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบงก์ชาติ จ่อคุมเข้ม Buy Now Pay Later คาดออกเกณฑ์ใหม่ภายในสิ้นปี 2569

Thairath Money

อัพเดต 02 มิ.ย. เวลา 11.05 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. เวลา 11.02 น.
ภาพไฮไลต์

“ซื้อก่อน ยังไม่ต้องจ่ายเงิน ทำไมจะไม่ซื้อล่ะ!”

เราอาจได้ยินคำนี้มากขึ้น เมื่อคนไทยเริ่มลองใช้ Buy now Pay Later (BNPL) หรือสินเชื่อแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งมีทั้งรูปแบบจ่ายเต็มจำนวนหรือซื้อแล้วผ่อนเป็นงวดๆ ถือเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคยุคดิจิทัลใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น แต่ในภาพใหญ่ระดับประเทศพฤติกรรมแบบนี้อาจสร้างหนี้ให้คนไทยไม่รู้ตัว

BNPL ในไทยใหญ่แค่ไหน?

วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เล่าว่า หนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างของไทยที่ต้องเร่งแก้ไขคือ “หนี้” ซึ่งปัจจุบันคนไทยกว่า 25.5 ล้านคน หรือราว 38% ของประชากรมีหนี้ ซึ่งกลุ่มคนเพิ่งเริ่มทำงาน (20-35 ปี) กว่า 52.7% เป็นหนี้เร็ว และยังเป็นกลุ่มที่มีหนี้เสีย (NPL) สูงที่สุดในสัดส่วน 27% ส่วนใหญ่เป็นหนี้ไม่สร้างรายได้ เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้ส่วนบุคคล หนี้รถ ฯลฯ

ช่วงที่ผ่านมายังมีสินเชื่อ ที่ควรจับตามองคือ ตลาดสินเชื่อ BNPL ในไทยที่ถือว่าใหญ่มากและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เบื้องต้นจากการสำรวจของธปท. พบว่า

  • มูลค่าสินเชื่อ BNPL ในปี 2567 อยู่ที่ 17,908 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% ต่อปี
  • จำนวนบัญชี 4.91 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้น 99.9% ต่อปี

จุดที่ต้องจับตามองคือ คนใช้สินเชื่อ BNPL หรือแอปฯ บนมือถือมักกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนอายุน้อยและรายได้น้อย โดย ลูกหนี้กลุ่มนักศึกษา/First Jobber (23-30 ปี) มีอัตราค้างชำระหนี้มากกว่ากลุ่มอื่นๆ

BNPL มีหนี้อาจเจ็บหนักในอนาคต?

หนี้ไม่ใช้เรื่องแย่เสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับวินัยของผู้ใช้งานแต่ละราย โดย BNPL มีข้อดีที่เข้าถึงประชากรได้จำนวนมาก แต่จากข้อมูลเชิงพฤติกรรมพบว่า BNPL อาจส่งผลต่อการสร้างหนี้ในอนาคต ข้อมูลล่าสุดจากธปท. เปิดอินไซต์ของผู้ใช้งาน BNPL ใน 3 เรื่องหลัก คือ

1. กดจ่ายไปไม่รู้ว่าเป็นสินเชื่อ บางรายกดใช้วงเงินสินเชื่อแล้วคิดว่าเป็นช่องทางการจ่ายเงินเท่านั้น

2. มีโปรโมชันที่ดีกว่า อาจทำให้ตัดสินใจซื้อง่ายกว่า และยากที่จะกลับไปจ่าย “ราคาเต็ม”

3. วินัยการใช้เงินอาจแย่ลง เมื่อสามารถผ่อนชำระขั้นต่ำได้ย่อมกระตุ้นการใช้จ่ายในสินค้าไม่จำเป็นหรือสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้น

จากข้อมูลเหล่านี้ ทำให้ ธปท. เตรียมกำกับดูแลผู้ให้บริการ BNPL มากขึ้น

คุมเข้ม BNPL ต้องเริ่มที่ตรงไหน?

วิทัย เล่าว่า แบงก์ชาติไม่ได้จะเข้าไปกำกับดูแล แพลตฟอร์มต่างๆ แต่จะกำกับดูแลเรื่องการให้สินเชื่อ BNPL โดยตรง ซึ่งปัจจุบันสินเชื่อ BNPL จะมีผู้ประกอบการอยู่ 2 กลุ่ม ได้แก่

  • ผู้ประกอบการ กลุ่มที่มีใบอนุญาต Digital Lending Ploan ที่อาจไม่ต้องวิเคราะห์รายได้ แต่เน้นใช้ Alternative Data ปล่อยได้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อรายไม่เกิน 25% ต่อปี
  • ผู้ประกอบการสินเชื่อทั่วไป ไม่จำกัดวงเงินสินเชื่อ แต่ดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี

ทั้งนี้ ธปท. จะมีการออกประกาศฉบับใหม่เพื่อกำกับดูแลเรื่อง BNPL โดยเฉพาะ ตั้งเป้าหมายว่าจะออกภายในปี 2569 นี้ (คาดว่าจะมีแนวทางที่ชัดเจนในช่วง ต.ค. - พ.ย. 2569) เบื้องต้น คาดว่าจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติม เช่น

  • คุณสมบัติผู้ใช้บริการ อย่างการกำหนดอายุขั้นต่ำ
  • ขอบเขตการให้บริการ เช่น การกำหนดประเภทสินค้า, มูลค่าสินค้าขั้นต่ำ
  • เพดานดอกเบี้ย ว่าควรมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดเท่าไร

แนวทางสำคัญ คือ BNPL ต้องเสนอสินเชื่อโดยให้ข้อมูลที่ครบถ้วน เข้าใจง่าย ไม่กระตุ้นให้กู้ยืม โดยลูกค้าต้อง “รู้ตัว” ว่าได้รับวงเงินสินเชื่อ, กำลังใช้สินเชื่อ, และกำลังจ่ายหนี้ BNPL

อย่างไรก็ตาม แบงก์ชาติจะไม่ได้เข้าไปกำกับดูแลถึงบริษัทที่ขายสินค้าของตนเอง เช่น บริษัทที่ผลิตสินค้าออกมาขายและให้ผ่อนได้ เป็นต้น รวมถึงประกาศที่จะออกมานี้ไม่รวมถึงการกำกับดูแล แอปกู้เงินต่างๆ ด้วย

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แบงก์ชาติ จ่อคุมเข้ม Buy Now Pay Later คาดออกเกณฑ์ใหม่ภายในสิ้นปี 2569

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...