โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ลางร้าย!! ต้นสะแบงยักษ์ล้มทับโบสถ์เก่า Site-B พระประธานไม่เสียหาย

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ต้นสะแบงขนาดใหญ่ล้มทับโบสถ์เก่าอายุกว่า 40 ปี ในศูนย์อพยพ Site-B จ.สุรินทร์ ทำให้ตัวอาคารได้รับความเสียหาย หลังคาพัง กระจกแตก แต่พระประธานภายในกลับไม่ได้รับความเสียหาย ชาวบ้านแตกความเห็นทั้งมองเป็นเหตุธรรมชาติและเชื่อเป็นลางร้ายจากสถานที่ประวัติศาสตร์ยุคผู้ลี้ภัยกัมพูชา

วันที่ 2 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านทับทิมสยาม 04 หมู่ที่ 10 ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ หลังเกิดเหตุสร้างความฮือฮาในหมู่ชาวบ้าน เมื่อกิ่งขนาดใหญ่ของต้นสะแบงอายุนับสิบปีหักร่วงลงมาทับโบสถ์เก่า ซึ่งเป็นโบราณสถานที่หลงเหลือจากอดีต ในศูนย์อพยพชาวกัมพูชา Site-B (ไซต์บี)

ซึ่งพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัยสงครามชาวกัมพูชากว่าแสนคน ระหว่างปี พ.ศ. 2518-2535 โดยมีองค์การสหประชาชาติ (UN) เข้ามาดูแล ก่อนที่ผู้ลี้ภัยจะทยอยเดินทางกลับประเทศ และต่อมามีการจัดตั้งหมู่บ้านทับทิมสยามตามพระราชดำริ

ปัจจุบัน โบสถ์หลังดังกล่าวได้รับการบูรณะโดยวัดเทพประทาน เพื่อใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. ขณะมีฝนตกหนัก แต่ไม่มีรายงานลมพายุรุนแรง จู่ ๆ กิ่งขนาดใหญ่ของต้นสะแบงที่เชื่อว่ามีอายุตั้งแต่สมัยศูนย์อพยพ ได้ฉีกขาดและร่วงลงมาทับตัวอาคารโบสถ์ ทำให้หลังคาเสียหาย กระเบื้องแตกกระจาย กระจกประตูแตก และโครงสร้างเหล็กบางส่วนยุบตัว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านต่างพูดถึงกันคือ พระประธานภายในโบสถ์กลับไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด แม้ตัวอาคารจะถูกแรงกระแทกอย่างหนัก โดยไม่พบเศษไม้หรือวัสดุใดตกโดนองค์พระ

หลังภาพเหตุการณ์ถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ บางส่วนมองว่าเป็นเรื่องบังเอิญจากธรรมชาติ ขณะที่อีกหลายคนเชื่อว่าอาจเป็นเรื่องอาถรรพ์ลางร้ายบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้

ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายเพื่อดำเนินการซ่อมแซมต่อไป

นายวุฒิชัย ดวงดี อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านทับทิมสยาม 04 เปิดเผยว่า โบสถ์หลังดังกล่าวเดิมเป็นโบสถ์ของชาวกัมพูชาที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ คาดว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ราวปี พ.ศ.2518 ในช่วงที่มีผู้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานใหม่ เมื่อชาวกัมพูชาเดินทางกลับประเทศ ทางชุมชนได้จัดตั้งวัดขึ้น ณ จุดดังกล่าว และใช้โบสถ์หลังนี้ประกอบศาสนกิจมาอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาทางวัดได้ก่อสร้างโบสถ์หลังใหม่ ส่วนโบสถ์เก่ายังคงเก็บรักษาไว้ ใช้สำหรับกิจกรรมทางศาสนาและเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของชุมชน

ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ตนรู้สึกอัศจรรย์ใจคือ แม้กิ่งไม้ขนาดใหญ่จะหักโค่นลงมาทับตัวอาคารจนได้รับความเสียหาย แต่พระประธาน รวมถึงรูปปั้นพระและเณรที่อยู่โดยรอบกลับไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

ด้านนายสุข วันนา อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุมีฝนตกลงมา แต่ไม่มีกระแสลมแรงแต่อย่างใด จึงรู้สึกแปลกใจว่ากิ่งไม้ขนาดใหญ่หักลงมาได้อย่างไร และยังตกลงมาตรงบริเวณโบสถ์พอดี

“ผมอยู่ที่หมู่บ้านนี้มานานหลายสิบปีแล้ว ไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน จึงรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น” นายสุข กล่าว

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงเดินทางมาดูสถานที่เกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยหลายคนต่างพูดไปต่างๆนานาว่าอาเพศจะเกิดขึ้นกับชาวกัมพูชาหรือไม่ หรือนี่จะเป็นลางร้าย สำหรับชาวกัมพูชาที่เคยอาศัยตรงนี้อยู่ ทั้งที่โบสถ์แห่งนี้ สร้างมากว่า 40 ปี ไม่มีเคยมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาก่อน และมาเกิดในช่วงที่กัมพูชามีปัญหากับประเทศไทยในเรื่องดินแดนดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...