โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รัฐบาลดัน ‘ภาษีบ้านเกิด’ เลือกส่งเงินกลับพัฒนาท่องถิ่น เติมรายได้ อปท.

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.39 น. ที่อาคารรัฐสภา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีงบประมาณและรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยยอมรับว่ารายได้ท้องถิ่นขณะนี้ยังไม่ถึงเป้าหมาย 35% ตามที่หลายฝ่ายต้องการ ล่าสุดรัฐบาลกำลังผลักดันคือ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีบ้านเกิด ซึ่งอยู่ในขั้นตอนตรวจทานร่างให้ถูกต้องและเหมาะสม

สำหรับหลักการสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีบ้านเกิด คือเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้เสียภาษีกำหนดได้ว่าต้องการส่งภาษีของตนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด กฎหมายฉบับนี้จะเป็นกลไกที่เพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่น และเป็นตัววัดผลงานผู้บริหารท้องถิ่นไปพร้อมกัน หากท้องถิ่นใดทำงานดี โปร่งใส ไม่มีทุจริต ประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ก็อาจเลือกส่งภาษีไปสนับสนุนมากขึ้น แต่หากทำงานไม่ดี รายได้ส่วนนี้อาจไหลไปที่อื่น

“ปัจจุบันรายได้ท้องถิ่นอยู่ที่ประมาณ 29% ผมในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นรู้สึกไม่สบายใจเช่นเดียวกับสมาชิกสภา เพราะท้องถิ่นได้รับภารกิจถ่ายโอนจำนวนมาก ตั้งแต่ถนน คุณภาพชีวิต สวัสดิการ การศึกษา ไปจนถึงภัยพิบัติ ภารกิจเหล่านี้ทำให้งบประมาณจำนวนมากของท้องถิ่นต้องถูกใช้ตามภารกิจประจำ ส่งผลให้งบพัฒนาและงบลงทุนเหลือสัดส่วนน้อยลง ทั้งที่ประชาชนคาดหวังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานใกล้ตัวที่แก้ปัญหาได้เร็วที่สุด” นายวรศิษฎ์ กล่าว

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณปี 2570 ยังมีงบประมาณเกี่ยวกับกองทุน matching fund ประมาณ 12,000 ล้านบาท สำหรับโครงการด้านพลังงานที่ท้องถิ่นสามารถขอรับการสนับสนุนได้ โดยรัฐและท้องถิ่นร่วมลงทุนตามสัดส่วนที่เหมาะสม โดยท้องถิ่นที่มีเงินสะสมน้อย รัฐบาลอาจสนับสนุนในสัดส่วนมากขึ้น ส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมก็ร่วมสมทบมากขึ้น เป้าหมายคือดึงเงินสะสมของท้องถิ่นและหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่หลายแสนล้านบาทออกมาหมุนในระบบเศรษฐกิจ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ส่วนประเด็นที่อยู่ในความสนใจของประชาชนการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นนั้น รัฐบาลไม่ได้ปล่อยให้เรื่องเงียบหรือเป็นมวยล้ม เพราะตั้งแต่ก่อนสอบปี 2567 มีข้อมูลร้องเรียนว่ามีการแอบอ้างเรียกรับเงินเพื่อช่วยให้สอบได้ ซึ่งขณะนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งอยู่ในตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ได้เรียกประชุมและตั้งภาคีตรวจสอบ ทำ MOU ร่วมกับหน่วยงานอิสระและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย 5 หน่วยงาน เช่น ป.ป.ช. ป.ป.ท. บก.ปปป. และหน่วยงานจัดสอบ เพื่อเข้าตรวจสอบใกล้ชิดตั้งแต่ต้นแล้ว

"เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก การตรวจสอบจึงทำแบบลวก ๆ ไม่ได้ ต้องขยายผลให้ถึงข้อเท็จจริง นายกรัฐมนตรีกำชับชัดว่าไม่มีการละเว้น ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับใคร ให้ปิดชื่อแล้วดูพฤติกรรมเป็นหลัก" นายวรศิษฎ์ กล่าว

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทยทำงานอย่างอิสระ ปราศจากการเมืองและการแทรกแซง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงมาชี้แจงต่อสภาและประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้ พร้อมยืนยันว่าหากพบความผิดต้องดำเนินการเต็มที่ ไม่มีละเว้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...