“ศิริกัญญา” ซัดกองทุนบัตรคนจน ตั้งงบไม่พอต้องดึงเงินกู้มาโปะ
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระรับทราบรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ประจำปีงบประมาณ 2567 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณของกองทุนฯ โดยระบุว่า หลังอ่านรายงานแล้วพบข้อสังเกตหลายประเด็น ซึ่งในปี 2567 กองทุนประชารัฐฯ ได้รับงบประมาณตามระบบปกติประมาณ 50,000 ล้านบาท และยังมีเงินเพิ่มเติมอีกราว 120,000 ล้านบาท จากโครงการที่เดิมจะใช้ทำดิจิทัลวอลเล็ต ก่อนเปลี่ยนมาเป็นโครงการเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายละ 10,000 บาท ทั้งนี้ กลับไม่พบการประเมินผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการใช้จ่ายของงบประมาณก้อนดังกล่าว ทั้งที่ผู้ได้รับประโยชน์คือกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยตรง ซึ่งตัวชี้วัดสำคัญไม่ใช่แค่ช่วยลดค่าครองชีพได้กี่เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องตอบให้ได้ว่า สามารถช่วยคนที่อยู่ใต้เส้นความยากจนให้ขึ้นมาอยู่เหนือเส้นได้กี่คน
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า กองทุนประชารัฐฯ มีหน้าที่เปิดลงทะเบียนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ทุก 2 ปี โดยรอบล่าสุดเปิดลงทะเบียนเมื่อปี 2566 ซึ่งควรเปิดรอบใหม่ตั้งแต่ปี 2568 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า พร้อมตั้งคำถามว่าติดขัดเรื่องใด และเกี่ยวข้องกับปัญหางบประมาณหรือไม่
น.ส.ศิริกัญญา ยังอภิปรายถึงรูปแบบการจัดสรรงบประมาณที่เกิดขึ้นซ้ำซาก โดยระบุว่า ปีงบประมาณ 2567 กองทุนฯ ได้รับงบประมาณ 50,015 ล้านบาท แต่ใช้จริงถึง 55,814 ล้านบาท ต้องอาศัยเงินสะสมและงบกลางมาโปะเพิ่ม ขณะที่ปีงบประมาณ 2568 ได้รับงบ 50,400 ล้านบาท แต่ใช้จริง 62,207 ล้านบาท ส่วนปีงบประมาณ 2569 กองทุนฯ ขอจัดสรรงบประมาณกว่า 69,154 ล้านบาท แต่ได้รับอนุมัติเพียง 30,000 ล้านบาทเท่านั้น โดยในเอกสารงบประมาณเองระบุชัดว่า งบ 30,000 ล้านบาท จะถูกใช้หมดตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2569 ทำให้ต้องยื่นขอรับการจัดสรรเงินเพิ่มเติมจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท อีก 18,800 ล้านบาท
น.ส.ศิริกัญญา ตั้งข้อสังเกตว่า เงินกู้ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน แต่เงินที่นำมาใช้กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น เป็นสวัสดิการเดิมที่รัฐต้องจ่ายอยู่แล้ว ไม่ใช่มาตรการเยียวยาใหม่ จึงอาจขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่ง 18,800 ล้านบาทที่ขอเพิ่ม เป็นสวัสดิการที่ผู้ถือบัตรพึงมีพึงได้ ไม่ว่าจะมีวิกฤตพลังงานหรือไม่ก็ตาม มันคือการช่วยเหลือของเก่า ไม่ใช่การเยียวยาของใหม่
ช่วงท้าย น.ส.ศิริกัญญา ยังตั้งคำถามถึง “วังวนงบประมาณไม่พอ” ของกองทุนประชารัฐฯ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกปี พร้อมระบุว่า เดิมเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะสำนักงบประมาณต้องการรักษาสัดส่วนรายจ่ายลงทุนตามกฎหมาย จึงจำเป็นต้องตัดรายจ่ายประจำบางส่วนแต่จากการชี้แจงของหน่วยงานในชั้นกรรมาธิการงบประมาณ กลับพบว่า ผู้ชี้แจงไม่ได้กังวลเรื่องงบประมาณมากนัก เพราะเชื่อว่าจะสามารถของบกลางเพิ่มเติมได้ในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม เมื่อวงเงินงบกลางไม่เพียงพอในปัจจุบัน จึงต้องหันไปใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้แทน ซึ่ง น.ส.ศิริกัญญา มองว่า อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย และเรียกร้องให้รัฐบาลตอบให้ชัดว่า จะทำอย่างไรเพื่อยุติปัญหาการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เพียงพอให้กับกองทุนประชารัฐฯ ในระยะยาว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews