โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รศ.ดร.อนุสรณ์” ชี้ไทยเสี่ยงรายจ่ายประจำสูงกว่ารายได้ ติดล็อกกฎหมายวินัยการคลัง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“รศ.ดร.อนุสรณ์” ชี้ไทยเสี่ยงรายจ่ายประจำสูงกว่ารายได้ ติดล็อกกฎหมายวินัยการคลัง เสี่ยง Government Shutdown แบบสหรัฐฯ

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และรองประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ไทยมีความเสี่ยงรายจ่ายประจำสูงกว่ารายได้ในปีงบประมาณ 2571 อาจติดล็อกกฎหมายวินัยการคลัง ที่กำหนดให้รัฐบาลต้องจัดงบลงทุนอย่างน้อย 20% ของงบประมาณทั้งหมด และงบลงทุนต้องไม่น้อยกว่าเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล

ขณะที่ กฎหมายหนี้สาธารณะ กำหนดไม่ให้ขาดดุลเกิน 20% ของงบประมาณบวกรายจ่ายคืนต้นเงินกู้ รัฐบาลไม่สามารถกู้มาจ่ายรายจ่ายประจำได้ต้องอาศัยจากรายได้ การก่อหนี้สาธารณะต้องนำมาใช้กับการลงทุนและต้องลงทุนอย่างน้อย 20% แต่อาจขาดความยืดหยุ่น หากปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ค่าใช้จ่ายประจำเพิ่มขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีอยู่แล้ว และไม่สามารถเก็บภาษีและมีรายได้ครอบคลุมรายจ่ายประจำ ก็อาจเกิดปัญหาในการจัดทำงบประมาณได้
สภาวะเช่นนี้ อาจส่งผลให้เกิดการปิดที่ทำการรัฐบาลชั่วคราว หรือ Government Shutdown แบบสหรัฐฯรศ.ดร.อนุสรณ์ จึงเห็นว่า ต้องปฏิรูปองค์กรรัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดรายจ่ายประจำต่างๆ ที่ไม่จำเป็นลง พร้อมกับต้องปฏิรูปรายได้ภาครัฐและขยายฐานภาษี หากทำได้เช่นนี้ก็ไม่ติดล็อกกฎหมาย แต่หากพยายามเต็มที่แล้วทำไม่ได้ตามเป้าหมาย ทั้งลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ต้องกู้นอกระบบงบประมาณด้วยการออก พ.ร.ก. หรือ ต้องแก้กฎหมาย พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ ขยับเพดานหนี้และเปิดให้รัฐบาลกู้ชดเชยขาดดุลได้มากขึ้น และ แก้ พ.ร.บ.วินัยทางการคลัง ลดสัดส่วนการลงทุนลง
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการด้วยวิธีดังกล่าว จะส่งสัญญาณต่อตลาด นักลงทุนและสาธารณชนว่า ไทยกำลังหย่อนยานทางวินัยการเงินการคลัง ความน่าเชื่อถือจะลดลง อาจถูกปรับลดอันดับเครดิต เพิ่มต้นทุนทางการเงินให้กับภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งการตัดลดงบประมาณรายจ่ายอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการคลัง ต้องปรับลดให้เหมาะสม เพราะอาจทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามเป้าหมายได้

รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า สัญญาณของงบประจำแนวโน้มเพิ่มขึ้น จนทะลุรายได้ของรัฐ ปรากฏชัดเจนในการจัดทำงบประมาณปี 2570 โดยงบประจำเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 1.31 แสนล้านบาท ทำให้งบประจำมาอยู่ที่ 2.78 ล้านล้านบาท เมื่อบวกกับรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 1.51 แสนล้านบาท จะเท่ากับรายได้ ขณะที่ รายจ่ายลงทุนกลับลดลง 7.2 หมื่นล้านบาท ลดลง 8.4% สะท้อนว่า ศักยภาพของเศรษฐกิจไทยและคุณภาพชีวิตอาจลดต่ำลงในอนาคตได้จากการลงทุนที่ลดลง
ส่วนทุนหมุนเวียนแม้เป็นเงินนอกงบประมาณ เมื่อมีปัญหาสภาพคล่อง รัฐบาลก็ต้องหาเงินงบประมาณมาอุดหนุนเพื่อให้สามารถทำงานตามพันธกิจได้ต่อไป ขณะเดียวกัน หากไม่ใช้จ่ายออกไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีเงินเหลือสะสมมากเกินไป รัฐก็อาจเกิดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการนำงบประมาณรายจ่ายไปใช้ในการพัฒนาประเทศด้านอื่นๆ เช่นเดียวกัน
หากใช้กรอบพลวัตหนี้สาธารณะของ IMF (Debt Dynamics Tool) สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีทะลุเพดาน 70% ไปแล้วเมื่อบวกหนี้จาก พ.ร.ก.4 แสนล้านบาทและหนี้ธนาคารรัฐ (ภาระหนี้กึ่งการคลัง) ตาม พ.ร.บ.วินัยการคลัง มาตรา 28
รศ.ดร.อนุสรณ์ มองว่า โครงสร้างรายได้ภาษีของไทยพึ่งพาภาษีทางอ้อม เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ ภาษีสรรพสามิต ในสัดส่วนที่สูงมาก สูงถึงร้อยละ 55 ของรายได้ภาษีรวม ผู้มีรายได้น้อยต้องแบกรับภาระภาษีเมื่อเทียบกับสัดส่วนรายได้จริงในระดับที่สูงกว่าผู้มีรายได้สูง แหล่งรายได้หลักเพื่อนำมาจัดทำงบประมาณปี 70 ยังมาจากฐานภาษีที่แคบและยังมีการกระจุกตัวของภาระภาษี
การบริหารงบประมาณคือโจทย์ใหญ่ที่โชว์ศักยภาพของรัฐบาล บ่งบอกวิสัยทัศน์ว่ารัฐบาลชุดนั้นจะนำพาประเทศให้เติบโตขึ้นได้อย่างไร แต่พระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570 นี้ไม่ได้บอกว่าประเทศเราจะไปในทิศทางใด แต่กลับทำให้หนี้เพิ่มขึ้นและยังขาดแคลนแผนการลงทุนเพื่ออนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...