โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"แบรนด์"ระดับโลกแห่ใช้ AI พัฒนาสินค้า

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
แบรนด์ระดับโลกแห่ใช้เทคโนโลยี AI เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่แชมพูไปจนถึงช็อกโกแลต

“รอยเตอร์ส” ระบุว่า แบรนด์ระดับโลกหลายแห่งพากันใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการพัฒนาสินค้าอุปโภคบริโภคในเวอร์ชันที่ดีขึ้น

อย่างกรณี “ลอรีอัล” บริษัทเครื่องสำอางจากฝรั่งเศส ที่ใช้ AI ในการระบุโมเลกุลสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ใช้แชมพู รวมถึงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้เร็วขึ้น 4 เท่าเมื่อเทียบจากก่อนหน้านี้

ด้าน “เนสกาแฟ” ในเครือ “เนสท์เล่” รวมถึงแบรนด์ยาสีฟัน “เซ็นโซดายน์” ในเครือ “เฮลีออน” และผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตในเครือ “มอนเดลีซ” อาทิ แคดเบอรี ต่างก็ใช้ AI ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้า ซึ่งก็ช่วยในการทดสอบส่วนประกอบได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงสร้างสรรค์สูตรใหม่ ๆ และรับมือความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน

การผนวกเทคโนโลยี AI ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นหลังจากบริษัทด้านสินค้าอุปโภคบริโภคเผชิญแรงกดดันในการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้รวดเร็วขึ้น รวมถึงลดต้นทุนท่ามกลางความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

“ฟาบริซ เมการ์เบน” ประธานฝ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคของ “ลอรีอัล” ระบุว่า บริษัทเริ่มใช้ AI ในห้องปฏิบัติการตั้งแต่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ส่งผลให้สามารถระบุโมเลกุลใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ความงาม โดยคาดการณ์ได้ถึงผลที่จะเกิดกับผิวพรรณและเส้นผม

สำหรับนวัตกรรมล่าสุดของ “ลอรีอัล” คือ การนำโมเลกุลที่ใช้ในสินค้าบำรุงผิวมาใช้กับแชมพู นั่นคือการใช้คอลลาเจนเพื่อเสริมความกระชับและความหนาให้กับเส้นผม

“ฟิลิปโป คาตาลาโน” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลและดิจิทัลของ “มอนเดลีซ” กล่าวว่า AI เป็นตัวเปลี่ยนเกมในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เพราะทำให้การสร้างสรรค์สินค้าใหม่ ๆ ทำได้เร็วขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...