โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TTB ซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 4 เต็มวงเงิน 9.24 พันล้าน ดันยอดรวมแตะเป้า 2.1 หมื่นล้าน เร็วกว่าแผน 1 ปี

The Better

อัพเดต 13 มิ.ย. เวลา 07.47 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. เวลา 06.52 น. • THE BETTER
TTB ปิดดีลซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 4 เต็มวงเงิน 9,245 ลบ. ดันยอดรวมแตะเป้า 2.1 หมื่นลบ. เร็วกว่าแผนเดิม 1 ปี! ด้านซีอีโอมั่นใจฐานทุนแกร่ง CAR พุ่ง 19% เดินหน้าเป้า 4 ปี ซื้อคืน 3.5 หมื่นลบ. ยิงยาวถึงปี 71

ทีทีบี แจ้งผลโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 4 สำเร็จ 100% เต็มวงเงิน 9,245 ล้านบาท ดันยอดรวม 4 ครั้งแตะเป้าหมาย 21,000 ล้านบาท เร็วกว่ากำหนด 1 ปี ยันฐานะการเงินและเงินกองทุนยังแกร่ง CAR พุ่ง 19% สูงกว่าเกณฑ์ ธปท. ด้านกลุ่ม ING ขายหุ้นคืนบางส่วนแต่ยังถือหุ้นใหญ่ 17.5% ย้ำไม่กระทบโครงสร้างบริหาร เดินหน้าแผนซื้อหุ้นคืนรวม 3.5 หมื่นล้านบาท ยิงยาวถึงปี 2571

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี (ttb) ได้แจ้งผลโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 4 ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ถึง วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ด้วยวิธี General Offer หรือการรับซื้อคืนเป็นการทั่วไปที่ราคา 2.26 บาทต่อหุ้น กรอบวงเงินไม่เกิน 9,245 ล้านบาท

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า สำหรับโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 4 ทีทีบีสามารถซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นทั้งรายย่อยและนักลงทุนสถาบันรวมเป็นมูลค่า 9,245 ล้านบาท หรือคิดเป็น 100% ของวงเงินที่กำหนดไว้ ซึ่งเมื่อรวมผลจากการซื้อหุ้นคืนทั้ง 4 ครั้ง ธนาคารสามารถบรรลุเป้าหมายการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 21,000 ล้านบาท ได้เร็วกว่ากำหนดถึง 1 ปี สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นภายใต้ภาวะเศรษฐกิจและตลาดทุนที่มีความผันผวน

ขณะเดียวกันด้านฐานะเงินกองทุนยังคงแข็งแกร่ง โดยจากการประมาณการระดับเงินกองทุนภายหลังการซื้อหุ้นคืน 21,000 ล้านบาท รวมไปถึงการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่าอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง (Capital Adequacy Ratio : CAR) ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 19% ซึ่งเป็นระดับที่เทียบเคียงได้กับธนาคาร D-SIBs แห่งอื่น ๆ และยังคงสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำหนดไว้ที่ 12.0% อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ในส่วนของ ING Bank N.V. ที่ได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับการขายหุ้นคืนบางส่วนให้กับทีทีบีภายใต้โครงการซื้อหุ้นคืนนั้น ทาง ING ระบุว่า เป็นการดำเนินการตามกลยุทธ์การบริหารส่วนทุนและพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้ ภายหลังการขายหุ้นคืนบางส่วน ING ยังคงมีสัดส่วนการถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ประมาณ 17.5% ของหุ้นที่ออกและชำระแล้ว และยังคงให้ความสำคัญกับความร่วมมือที่มีกับทีทีบีมาอย่างยาวนาน

นายปิติ กล่าวสรุปว่า การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นของ ING ไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นและโครงสร้างการบริหารจัดการแต่อย่างใด โดย ING ยังคงอยู่ในกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ร่วมกับบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP และกระทรวงการคลัง

ในด้านนโยบายการดำเนินธุรกิจ หรือทิศทางเชิงกลยุทธ์ของธนาคารก็ไม่มีผลกระทบเช่นกัน โดยทีทีบียังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรตามเป้าหมายที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย และการสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นของธนาคาร ซึ่งรวมถึงการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินรวม 35,000 ล้านบาท ระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2568 ไปจนถึงปี 2571

ทั้งนี้ จากการที่ธนาคารสามารถดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนได้เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ จึงทำให้มีความยืดหยุ่นในแง่ของกรอบเวลาสำหรับการดำเนินโครงการครั้งถัดไป ซึ่งธนาคารจะพิจารณากำหนดรูปแบบและวิธีการซื้อหุ้นคืนให้เหมาะสมโดยพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องรวมทั้งแนวโน้มภาวะตลาดทุน เพื่อให้การซื้อหุ้นคืนในแต่ละครั้งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...