โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยุโรปคืนชีพภารกิจ “ExoMars” เตรียมบุก “ดาวอังคาร” ล่าร่องรอยสิ่งมีชีวิต

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ESA ฟื้นชีวิตให้กับภารกิจอวกาศ ExoMars ซึ่งปล่อยยานสำรวจแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนนี้ได้ไฟเขียวใหม่ เตรียมส่งยานไปเยือนดาวอังคาร 2030 นี้ เพื่อตามหาสิ่งมีชีวิตบนดาว

หลังจากต้องเผชิญกับอุปสรรคและการเลื่อนกำหนดการมานานหลายปี ทั้งจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 การถูกตัดงบประมาณจากนาซา (NASA) รวมถึงปัญหาที่ต่อเนื่องมาจากสงคราม ในที่สุด เอ็กโซมารส์ (ExoMars) ภารกิจสำรวจอวกาศของยุโรป ก็กลับมาเดินหน้าต่อได้อีกครั้ง

โดยปัจจุบัน ทีมวิศวกรของบริษัท เธเลส อเลเนีย สเปซ (Thales Alenia Space) ณ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส กำลังเร่งพัฒนาโมดูลลงจอด (Landing Module) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของภารกิจ ซึ่งมีกำหนดการปล่อยตัวในช่วงปลายปี 2028 และคาดว่าจะเดินทางถึงดาวอังคารในปี 2030

เป้าหมายสูงสุดของภารกิจนี้ คือการตรวจค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร โดยตัวภารกิจ เอ็กโซมารส์ (ExoMars) จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ระยะด้วยกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายในการค้นหาสิ่งมีชีวิตดังกล่าว

โดยระยะแรก คือการส่งยานโคจรขึ้นสู่อวกาศ ซึ่งได้ส่งสำเร็จไปแล้วตั้งแต่ปี 2016 เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์ชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร รวมถึงการตรวจหาแก๊สต่าง ๆ เช่น มีเทน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงสิ่งมีชีวิต

ส่วนระยะที่สอง จะเป็นการส่งยานสำรวจภาคพื้น ด้วยรถหุ่นยนต์สำรวจ (Rover) ลงสู่พื้นผิวดาวอังคาร หุ่นยนต์นี้จะทำการเจาะเก็บตัวอย่างดินและหินลึกลงไปใต้ดินถึง 2 เมตร เพื่อค้นหาซากฟอสซิลที่เป็นหลักฐานของสิ่งมีชีวิตในอดีต หรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่อาจยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน

โดยล่าสุด มีงานวิจัยชิ้นใหม่พบว่า ในพื้นที่จอดของโรเวอร์ มีการสะสมของชั้นตะกอนดินเหนียว (Clay deposits) แผ่ขยายเป็นวงกว้างกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้มาก ซึ่งนำไปสู่สมมติฐานที่ว่า บริเวณนี้อาจเคยเป็นมหาสมุทรโบราณที่ลึกหลายกิโลเมตรเมื่อประมาณ 4 พันล้านปีก่อน เนื่องจากแร่ดินเหนียวต้องใช้น้ำในสถานะของเหลวในการก่อตัว

แหล่งดินเหนียวขนาดใหญ่นี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่าดาวอังคารในอดีตเคยเปียกชื้น และมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตมากกว่าในปัจจุบัน และยังเป็นจุดที่น่าสนใจ ที่อาจจะช่วยขยายขอบเขตความรู้ของมนุษยชาติ เกี่ยวกับความลับของดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...