โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ACTIVATE CITY CHALLENGE ปลุกท้องถิ่นปั้นพื้นที่สุขภาวะ 4 ภาคทั่วไทย

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

เมื่อ “โรคเมือง” ไม่ใช่แค่เรื่องของคนกรุงเทพฯ อีกต่อไป

กลุ่มโรค NCDs กำลังขยายตัวตามการเติบโตของเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ผู้คนเผชิญกับปัญหาทางสุขภาพที่เกิดจากการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการมีสุขภาวะที่ดี และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่กำลังคุกคามลามไปถึงกลุ่มเด็กและวัยรุ่นอย่างน่ากังวล

ความท้าทายนี้จำเป็นให้เมืองต้องหาทางออกเชิงโครงสร้าง แน่นอนว่าการปรับเปลี่ยนทางกายภาพของเมืองย่อมส่งผลโดยตรงต่อการปรับพฤติกรรม แต่จะเปลี่ยนอย่างไรนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือแต่ละเมืองมีความท้าทายที่แตกต่างกัน

จึงเป็นที่มาของโปรเจกต์ ACTIVATE CITY CHALLENGE ปลุกไอเดีย ขยับเมือง ให้สุขภาพดีทั่วไทย เป็นโปรเจกต์ที่ชวนคนในพื้นที่เปลี่ยนพื้นที่สาธารณะในเมืองของตนเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

โปรเจกต์นี้จะตระเวนไปทั้ง 4 ภาคทั่วไทย (เชียงใหม่ หาดใหญ่ ขอนแก่น ระยอง) เพื่อเฟ้นหาโครงการหรือไอเดียของคนในพื้นที่เองที่เห็นความเป็นไปได้ในการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ ไอเดียไหนเข้าท่าและมีความเป็นไปได้จะถูกร่วมกันปั้น พัฒนาต่อยอดจนเกิดขึ้นจริงในพื้นที่

ยศพล บุญสม ผู้ก่อตั้งกลุ่ม we!park และเครือข่ายพัฒนาเมืองและชุมชนสุขภาวะ อธิบายว่า โปรเจกต์นี้จะทำหน้าที่เหมือนพี่เลี้ยงในการหนุนเสริมด้านองค์ความรู้และทรัพยากร เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่และผู้คนในเมืองให้พัฒนาพื้นที่ร่วมกันให้ได้มากที่สุด เพราะเชื่อว่าพื้นที่ในชุมชนที่ตอบโจทย์ที่สุด จำเป็นต้องมาจากความต้องการและความร่วมมือของคนในพื้นที่เอง

“เราเชื่อว่าพื้นที่สุขภาวะจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน ท้องถิ่นเองมีศักยภาพ แต่อาจจะยังขาดเรื่องของทรัพยากรหรือองค์ความรู้ we!park จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็น ‘ตัวเชื่อม’ นำทั้งองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และทรัพยากรต่าง ๆ ลงไปหนุนเสริม เพื่อให้โครงการเหล่านั้นเกิดขึ้นได้จริง” ยศพล บุญสม

ยศพล บุญสม ผู้ก่อตั้งกลุ่ม we!park และเครือข่ายพัฒนาเมืองและชุมชนสุขภาวะ

โปรเจกต์นี้ จึงไม่ได้เริ่มการทำงานจากส่วนกลาง แต่ถูกออกแบบขึ้นจากฐานรากโดยให้ชุมชนเป็นตัวตั้ง เปิดรับสมัครทีมที่สนใจและมีไอเดียเปลี่ยนแปลงเมืองจากแต่ละจังหวัดมาร่วมเรียนรู้กันทั้งความรู้ทางวิชาการในห้องเรียนและลงสำรวจพื้นที่จริง ก่อนจะคัดเลือกไอเดียที่มีความพร้อมเพื่อรับทุนไปพัฒนาต่อไป

โดยท้ายที่สุด ผู้รับทุนจะนำเสนอผลงานออกมาเป็น ‘พื้นที่ต้นแบบ’ 1 พื้นที่ต่อ 1 ภูมิภาค เพื่อเป็นโมเดลในการเรียนรู้ร่วมกันต่อไป โดยตอนนี้มีพื้นที่ตัวแทนแล้วครบทุกภูมิภาค ซึ่งตอนนี้ โปรเจกต์เดินทางมาถึงครึ่งทาง ได้ทีมที่ผ่านการคัดเลือกและรับทุนไปพัฒนาโครงการต่อครบแล้วทุกภูมิภาค ดังนี้

ภาคตะวันออก จ.ระยอง

ด้วยโจทย์ความเป็นเมืองแห่งนิคมอุตสาหกรรม เมืองระยองจึงมาในธีม “เมืองขยาย ชีวิตขยับ คนมีสุข(ภาวะ)” ชวนชาวเมืองมองหาความเป็นไปได้ใหม่ในพื้นที่ที่เศรษฐกิจและอุตสหกรรมกำลังเติบโต ผ่านชีวิตผู้คนในท้องถิ่น โรงงาน และชุมชมชนโดยรอบ

ตลอดกระบวนการมีการพาลงพื้นที่สุขภาวะและพื้นที่สาธารณะต้นแบบ 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำจังหวัดระยอง สวนศรีเมือง และย่านถนนยมจินดา

สำหรับผลการตัดสิน มีทั้งหมด 3 อันดับ ดังนี้

  • รางวัลชนะเลิศอันดับ 1

  • ทีม ศาลเจ้าต้นไทร จากพื้นที่ศรัทธาสู่พื้นที่ความสุข โดย ภูมิสันต์ เลิศรัตนนันท์ และ นรีรัตน์ ไกรทอง พัฒนาพื้นที่บริเวณศาลเจ้าพ่อไหหลำ (กื้ออี่ไทรย้อย) อ.แกลง จ.ระยอง ผ่านแนวคิดสร้างพื้นนที่แห่งศรัทธาและการเรียนรู้วัฒนธรรมประวัติศาสตร์ที่ยังขาดพื้นที่สีเขียวและไม่ร่มเย็น พัฒนาสู่ตลาด สวนผักชุมชน พื้นที่ศิลปะ และพื้นที่กิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับเด็กและผู้สูงวัยผ่านการออกแบบอย่างมีส่วนร่วมร่วมกับคนในชุมชน

  • รางวัลชนะเลิศอันดับ 2

  • ทีม โครงการเรียนรู้วิถีต้นไม้และชายคลองประจำถิ่น โดย เทศบาลตำบลเมืองแกลง จ.ระยอง พัฒนาพื้นที่บริเวณป่านิเวศ ริมคลองสามย่าน ด้านหลังและด้านข้าง อ.แกลง จ.ระยอง รวม 5 ไร่ โดยต้องการพัฒนาพื้นที่ป่าชุมชนให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้พรรณไม้ชายคลอง สัตว์ แมลง และนกหายาก โดยให้ผู้สูงอายุถ่ายทอดความรู้ให้กับเยาชนเพื่อให้ไม่ให้ภูมิปัญหาหายไปกับคนรุ่นก่อน

  • รางวัลชนะเลิศอันดับ 3 (มีทั้งหมด 4 ทีม) ได้แก่

  • ทฤษฎีใหม่ 1 ไร่หายจน (วิบูลโมเดล)

  • ตลาดนัดชุมชนสุขภาพและลานออกกำลังกายแอโรบิค (เมืองสุขภาวะแหลมฉบัง)

  • Heal Heart Art: Yomjinda Wellness Journey

  • RareRayong การท่องเที่ยวบนฐานชุมชน

ปัณณธร ตันแดง ตัวแทนของทีมโครงการเรียนรู้วิถีต้นไม้ฯ เปิดเผยว่าพื้นที่ป่าชุมชนมีพื้นที่รวมกว่า 132 ไร่ และถูกนำไปใช้ประโยชน์แล้วกว่าในรูปแบบของการเป็นศูนย์กลางกิจกรรมมอย่างโรงเรียน สนามกีฬา และศูนย์การเรียนรู้ ฯลฯ รวมแล้วร้อยละ 90 แต่พื้่นที่ส่วนที่เป็นป่าชุมชนยังไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแหล่งการเรียนรู้ธรรมชาติอย่างเป็นระบบ

ปัณณธร ตันแดง และสมาชิกทีม โครงการเรียนรู้วิถีต้นไม้และชายคลองประจำถิ่น โดย เทศบาลตำบลเมืองแกลง จ.ระยอง

“เราไม่อยากให้ความรู้เรื่องพืชพรรณและสัตว์หายไปกับคนรุ่นก่อน จึงอยากสร้างให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สาธารณะ ให้คนมาเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์ ส่งเสริมให้ผู้สูงวัยถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็ก ๆ รุ่นพี่ถ่ายทอดให้กับรุ่นน้อง” ปัณณธร ตันแดง

ด้าน พรรณชนก ชมเชย จากกลุ่ม Heal Heart Art: Yomjinda Wellness Journey มีแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ที่ต่างออกไป โดยไม่ใช่การพัฒนาพื้นที่โดยตรง แต่เป็นการพัฒนาเชิงกิจกรรมในย่านเก่าอย่างถนนยมจินดา ผ่านการใช้ศิลปะและการเปิดประสาทสัมผัสเพื่อการเยียวยาภายใน เนื่องจากมองว่าปัญหาด้านสุขภาพจิตเป็นเรื่องใหญ่ของคนเมืองระยองในเวลานี้

พรรณชนก ชมเชย และสมาชิกทีม Heal Heart Art: Yomjinda Wellness Journey

“ระยองมีลักษณะเป็นสังคมเมืองมาก ๆ โลกหมุนไปไว ทำให้เราเหนื่อยล้าไม่รู้ตัว เราอยากให้ทุกคนชะลอความเร็วของชีวิต กลับมาเชื่อมโยงกับภายในความรู้สึกตัวเอง (Self-connection)” พรรณชนก เล่าว่าหากกิจกรรมในรูปแบบนี้ไปได้ดี อาจพัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ที่นักท่องเที่ยวยุคใหม่มองหาพื้นที่พักใจด้วย

ภาคอีสาน จ.ขอนแก่น

จ.ขอนแก่นเป็นเมืองศูนย์กลางของภาคอีสาน โครงสร้างพื้นฐานและความเจริญของเมืองเดินมาถึงขีดสุด แต่ช่องว่างสำคัญเป็นการเดินทางในเมืองที่ผู้คนยังจำเป็นต้องใช้รถส่วนตัว ตามมาด้วยปัญหารถติดและที่จอดรถ เนื่องจากบริการขนส่งสาธารณะยังไม่เพียงพอ

จึงเป็นที่มาของจ.ขอนแก่นในธีม “เชื่อมคน เชื่อมเมือง” เพราะเมืองจะดีกว่านี้ได้หากผู้คนเชื่อมโยงถึงกันได้ และเข้าถึงพื้นที่สาธารณะได้ง่ายและสะดวกอย่างแท้จริง

ตลอดการกระบวนการมีพาผู้เข้าร่วมสำรวจพื้นที่สุขภาวะต้นแบบ 4 แห่ง ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ จังหวัดขอนแก่น, สวนสาธารณะหนองซองแมว, Columbo Craft Village หมู่บ้านศิลปะใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น และอุทยานเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ท้ายที่สุดได้ทีมที่ผ่านการคัดเลือก 3 ทีม ได้แก่ “โครงการคลองเจริญ อยู่ดีดี” โครงการ สู ชม พี สู่ สีชมพู” และ ”FarmGames”

โครงการ FarmGames
โครงการ สู ชม พี สู่ สีชมพู

ภาคใต้ จ.สงขลา

สำหรับภาคใต้ เลือกพิกัดจังหวัดสงขลา เมืองที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติทุกปี จะทำอย่างไรให้ใช้ทรัพยากรพื้นที่สาธารณะที่มีอยู่เตรียมเมืองให้พร้อมรับภัยพิบัติที่มาถึงได้เป็นอย่างดี จึงเป็นที่ีมาของธีม “เมืองยืดหยุ่น”

โดยทีมที่ได้รับการคัดเลือกได้แก่ “โครงการคลองหรัง Active Balance” ที่เลือกทำงานในพื้นที่บริเวณใกล้สระน้ำบริเวณใกล้สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลคลองหรัง อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา

โครงการคลองหรัง Active Balance ทีมที่ได้รับคัดเลือก ภาคใต้ Cr. We Park

โดยทีมมองว่าเป็นพื้นที่แห่งศักยภาพ เนื่องจากมีสระน้ำ สนามกีฬา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีถนนเชื่อมต่อกับชุมชน และพื้นที่ร่มไม้ จึงนำมาสู่แนวคิด เปลี่ยนสระน้ำใกล้บ้าน สู่พื้นที่สุขภาพของตำบล

ปัญหาสำคัญของพื้นที่เดิมนี้มีการใช้งานจากคนนอกพื้นที่ ในขณะที่คนในพื้นที่เองยังไม่ได้ใช้งานมากนัก การปรับพื้นที่ให้เป็นมิตรกับชุมชนในบริเวณนั้นที่มีผู้สูงวัยและผู้ป่วย NCDs จึงน่าจะตอบโจทย์ โดยสร้างให้เป็นพื้นที่กิจกรรมทางกายที่ปลอดภัย (มีป้ายบอกทาง เส้นทางเดินวิ่ง และพื้นที่ร่มไม้) และส่งเสริมกิจกรรมที่ลดความเครียดอย่างโยคะเพิ่มสมดุลทั้งทางร่างกายจิตใจ

ทีมโครงการคลองหรัง Active Balance ระบุว่า จะเน้นการทำงานร่วมกันกับแกนนำชุมชน มีจะมีการเก็บข้อมูลการใช้งานและดูแลความปลอดภัยผ่านความร่วมมือของรพ.สต. และ อสม.

ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่

เมื่อภาคเหนือกำลังเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ผู้คนในเมืองแห่งเศรษฐกิจนี้ต้องเติบโตควบคู่กับเสี่ยงด้านสุขภาพ เมืองเชียงใหม่จึงเป็นทั้งเมืองแห่งโอกาสและความท้าทายที่จะพัฒนาทรัพยากรในพื้นที่อย่างไร

ธีมของเชียงใหม่ของเมืองสุขภาวะภาคเหนือ คือ “เมือง นิเวศ และผู้คน” ที่ต้องเติบโตไปพร้อมกัน

โดยทีมที่ได้รับคัดเลือกมี 2 ทีม ได้แก่

  • โครงการชื่นใจ Park ร่วมกับ โครงการคลองสวยน้ำใส ไร้ขยะ ชุมชนมีสุข โดยเทศบาลตําบลสันทราย อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ สมาชิก ได้แก่ โดย ทองสุข สมบูรณ์, กัญญาภัค ธะสุข และจักรพันธ์ จันทร์ศรี
  • โครงการ Little Green Dots at CNX สมาชิก ได้แก่ ทันทัศน์ แสนทน, ธีรภัทร อวศิริพงษ์ และฐานิญา เมธาสมิทธิ์กุล
โครงการชื่นใจ Park ร่วมกับ โครงการคลองสวยน้ำใส ไร้ขยะ ชุมชนมีสุข
โครงการ Little Green Dots at CNX

วันนี้ โปรเจกต์ ACTIVATE CITY CHALLENGE เดินทางมาเกินครึ่งทางแล้ว ตลอด 3 เดือนหลังจากนี้ แต่ละทีมจากแต่ละภูมิภาคจะลงมือปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่ตามที่วางแผนไว้

ยศพล เสริมว่า อยากให้โปรเจกต์นี้เป็นแรงกระเพื่อมให้ทุกคนเห็นว่าเรื่องของเมืองจำเป็นต้องมาจากภาครัฐหรือจากใครคนใดคนหนึ่ง แต่ทุกคนมีส่วนร่วมในการออกแบบเมืองของตัวเองได้ การเปลี่ยนวิธีคิดหรือเปลี่ยนวิธีการทำงานร่วมกันย่อมได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไปและมีคุณค่ามากกว่าที่เคย

“โครงการนี้ไม่ใช่แค่การพัฒนาทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังส่งต่อความรู้สึกให้ผู้คน ให้ทุกคนรู้ว่าเมืองเป็นเรื่องของเขา และถ้าเราสร้างคนที่มีองค์ความรู้ในการพัฒนาเมืองมากพอ พวกเขาจะกลายเป็นเมล็ดพันธ์ุส่งต่อให้เกิดบทสนทนาดี ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพัฒนาเมือง” ยศพลทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

นายกฯ ดูเอง EEC ภาค ปชช.กังวลวิกฤตทรัพยากร (18 มิ.ย.69) I ตรงประเด็น

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เลือกตั้งพัทยา เมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ไปได้อีก (18 ก.พ. 69) I ตรงประเด็น

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ภูมิภาค อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...