โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

จนท. เฝ้าระวังอาคารทรุด 24 ชม. หากพบสัญญาณอันตรายพร้อมสั่งอพยพทันที

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เฝ้าระวังอาคารทรุด 24 ชั่วโมง ปิดถนนประชาธิปกต่อเนื่อง รัฐย้ำหากพบสัญญาณอันตรายพร้อมสั่งอพยพทันที

เฝ้าระวังอาคารทรุด 24 ชั่วโมง ปิดถนนประชาธิปกต่อเนื่อง รัฐย้ำหากพบสัญญาณอันตรายพร้อมสั่งอพยพทันที

เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อาคารทรุดตัวในพื้นที่ถนนประชาธิปกอย่างใกล้ชิด โดยกองช่างโยธาส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสภาพอาคารทุกวัน พร้อมตรวจวัดค่าการทรุดตัวเป็นรายชั่วโมง เพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง หากพบรอยแยก ความเสียหาย หรือสัญญาณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายเพิ่มเติม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีคำสั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ทันที เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ขณะเดียวกัน มาตรการด้านการจราจรยังคงปิดการใช้ถนนประชาธิปกในจุดเกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและมีการยืนยันว่าพื้นที่มีความปลอดภัยเพียงพอ

สำหรับการดูแลประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เจ้าหน้าที่ได้เข้าชี้แจงสถานการณ์กับผู้พักอาศัยในอาคารใกล้เคียง พร้อมประสานบริษัทผู้รับเหมาให้จัดเตรียมที่พักรองรับผู้ได้รับผลกระทบไว้เรียบร้อยแล้ว แม้ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งบังคับอพยพ เนื่องจากยังไม่พบการทรุดตัวเพิ่มขึ้นของอาคาร แต่หน่วยงานภาครัฐยังคงเน้นการสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

นางอุ๊ อายุ 68 ปี ชาวจังหวัดสิงห์บุรี เปิดเผยว่า หลังได้รับโทรศัพท์จากหลานชายซึ่งเช่าพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ แจ้งว่าเกิดเหตุอาคารทรุดตัว จึงรีบเดินทางมารับหลานกลับบ้านด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย อีกทั้งได้รับทราบว่ามีการขอให้ประชาชนขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่ภายในเวลา 17.00 น. ของวันเดียวกัน

นางอุ๊ กล่าวว่า ที่พักชั่วคราวซึ่งภาครัฐจัดเตรียมไว้มีผู้เข้าพักเต็มแล้ว ประกอบกับบริษัทที่หลานชายทำงานอนุญาตให้กลับไปทำงานจากที่บ้าน จึงตัดสินใจพาหลานย้ายกลับไปอยู่จังหวัดสิงห์บุรี พร้อมยอมรับว่ายังรู้สึกหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหลานเพิ่งเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ หลังเรียนจบ และเช่าห้องพักอยู่ในพื้นที่ได้ไม่ถึง 1 ปี ขณะที่เจ้าของห้องพักยินดีคืนเงินประกัน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะคืนเมื่อใด ส่วนมาตรการเยียวยาจากภาครัฐก็ยังไม่มีความชัดเจน

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบว่า จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุดถือเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากไม่พบการขยายตัวของพื้นที่ทรุดตัวออกนอกแนวรัศมีที่ประเมินไว้ 28.2 เมตร อีกทั้งจากการสอบถามประชาชนในพื้นที่ก็ยังไม่พบสัญญาณผิดปกติ เช่น เสียงแตกร้าวหรือความเสียหายเพิ่มเติมของอาคาร

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า แม้สถานการณ์โดยรวมจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งผู้ที่บ้านพักได้รับความเสียหายและผู้ที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาด้วยวิธีอัดฉีดปูนซีเมนต์แรงดันสูง (Grouting) ลงสู่ชั้นดินใต้ดินเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยปริมาณน้ำที่ไหลซึมเข้าสู่อุโมงค์ลดลง อัตราการทรุดตัวชะลอลง และรอยแตกร้าวของอาคารมีแนวโน้มลดลง ขณะเดียวกันผู้รับจ้างได้เพิ่มเครื่องจักรสำหรับดำเนินการ Grouting และอาจเพิ่มกำลังการทำงานอีก หากมีความจำเป็น

ส่วนการรื้อถอนสะพานลอยคนข้ามบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งมีแผนดำเนินการไว้ก่อนหน้านี้ จะช่วยเปิดพื้นที่ให้เครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าปฏิบัติงานได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ข้อมูลจากเครื่องมือตรวจวัดต่างๆ เริ่มทรงตัวและไม่มีแนวโน้มทรุดตัวเพิ่ม คาดว่าจะสามารถควบคุมและแก้ไขสถานการณ์ได้ภายในกรอบเวลาประมาณ 12 วันตามแผน

นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ฝนตกไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานมากนัก แต่แรงสั่นสะเทือนจากการสัญจรของยานพาหนะบนถนนอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการทรุดตัวได้ในระดับเล็กน้อย ดังนั้น การเปิดใช้ถนนประชาธิปกจะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อมีการประเมินแล้วว่าพื้นที่มีความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและผู้ใช้เส้นทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...