“รมช.ปิยะรัฐชย์” เร่งถ่ายโอนฝายพญาอุตลำพูน หนุนลำไย 3,200 ไร่ สร้างรายได้ชุมชน
“รมช.ปิยะรัฐชย์” ติดตามบริหารจัดการน้ำฝายพญาอุต จ.ลำพูน เร่งผลักดันถ่ายโอนภารกิจกลับกรมชลประทาน ยกระดับระบบน้ำช่วยพื้นที่เกษตรกว่า 3,200 ไร่ รองรับสวนลำไย-นาข้าว พร้อมส่งเสริมประมงชุมชน ฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ เพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
วันที่ 11 ก.ค.69 นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดลำพูน เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดและความคืบหน้าการถ่ายโอนฝายพญาอุต ณ ลานอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ต.ริมปิง อ.เมือง จ.ลำพูน ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานที่มีบทบาทสำคัญต่อการผลิตภาคเกษตรของพื้นที่ พร้อมรับฟังแนวทางการบริหารจัดการน้ำจากโครงการชลประทานลำพูน และพบปะกลุ่มผู้ใช้น้ำ เพื่อผลักดันการบริหารจัดการแหล่งน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า ฝายพญาอุตเป็นโครงการชลประทานขนาดเล็กที่ก่อสร้างตั้งแต่ปี 2532 ทำหน้าที่กักเก็บน้ำจากแม่น้ำปิงและส่งน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรประมาณ 3,200 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 2 ตำบล 4 หมู่บ้าน โดยน้ำจากฝายถูกใช้ประโยชน์ในสวนลำไยและนาข้าวเป็นหลัก จึงถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ภาคการเกษตรของจังหวัดลำพูน
ทั้งนี้ จากการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า ปัญหาการพัฒนาฝายที่ผ่านมาเกิดจากพื้นที่โครงการคร่อมเขต 2 จังหวัด ทำให้การซ่อมแซมและปรับปรุงเป็นไปได้ยาก จึงเห็นชอบแนวทางเร่งรัดการถ่ายโอนภารกิจกลับสู่กรมชลประทาน โดยภายหลังการถ่ายโอน กรมชลประทานจะเร่งสำรวจพื้นที่ ศึกษาและออกแบบโครงการ ก่อนเสนอของบประมาณก่อสร้างต่อไป พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานและเร่งรัดขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว รองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์อุทกภัยและสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับประชาชนในระยะยาว
“ดิฉันได้กำชับให้กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดทุกขั้นตอน เพราะนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำเป็นอันดับต้น ๆ เราจึงต้องกระชับระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา เพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนจังหวัดลำพูนต้องเผชิญผลกระทบจากอุทกภัยซ้ำเหมือนที่ผ่านมา” นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าว
โอกาสเดียวกัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำและมอบพันธุ์สัตว์น้ำแก่องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น 3 องค์กร เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ของชุมชน พร้อมมอบบัตรดินดี กล้าพันธุ์หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ และเงินสนับสนุนโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแก่ 4 องค์กร ตลอดจนเยี่ยมชมกิจกรรม “เช็คดินด่วน” และพบปะกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) เพื่อส่งเสริมการใช้ปุ๋ยตามผลวิเคราะห์ดิน ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับรายได้ของเกษตรกร