โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เลขาธิการ กปร. ลงพื้นที่ศรีสะเกษ ติดตามศูนย์เรียนรู้พระราชดำริ เดินหน้าสรรหาแห่งใหม่ต่อยอดพัฒนาเกษตรยั่งยืน

สยามรัฐ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569เวลา 10.30 น.ณ ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษได้ มอบหมายให้ นายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ให้การต้อนรับ นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. และคณะ ที่เดินทางมาเพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และร่วมมอบโล่พร้อมเกียรติบัตรศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ประจำปี 2569 แก่ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริของศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ฯ จำนวน 10 แห่ง ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ และได้ทำหน้าที่เป็นต้นแบบในการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนอย่างดียิ่ง โดยมี หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอำเภอภูสิงห์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกษตรกร แขกผู้มีเกียรติ และผู้เกี่ยวข้องร่วมในพิธีฯ

นายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษกล่าวว่า “ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ" เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 โดยคัดเลือกเกษตรกรที่ได้รับองค์ความรู้จากศูนย์ศึกษาฯ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพจนประสบผลสำเร็จ อีกทั้งยังมีความพร้อมในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ให้แก่บุคคลที่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ ซึ่งที่ผ่านมา มีศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริรวมทั้งสิ้น 101 แห่ง อย่างไรก็ตามจำนวนศูนย์เรียนรู้ๆ มีแนวโน้มลดลงจากหลายปัจจัย อาทิ ความชราภาพ การขาดผู้สืบทอด รวมถึงข้อจำกัดด้านพื้นที่และความพร้อมในการดำเนินงาน สำนักงาน กปร. ร่วมกับศูนย์ศึกษาฯ และศูนย์สาขาฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจและประเมินความพร้อมของศูนย์เรียนรู้เดิม ควบคู่กับการสรรหาศูนย์เรียนรู้แห่งใหม่ โดยใช้คู่มือดังกล่าวเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา และพบว่ามีศูนย์เรียนรู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวนทั้งสิ้น 221 แห่ง และจังหวัดศรีสะเกษ มีศูนย์การเรียนรู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน 10 แห่ง ซึ่งล้วนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญหลากหลายด้าน อาทิ เกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรอินทรีย์ ประมง ปศุสัตว์ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ที่สามารถต่อยอดองค์ความรู้ เสริมสร้างจุดแข็ง และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...