โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โต้ผลโพลสินบน หน่วยงานรัฐจี้ขอหลักฐาน ม.หอการค้าไทยยันโปร่งใส

PostToday

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ทส. กางข้อกฎหมายโต้ "กรมควบคุมมลพิษ" ไร้อำนาจให้คุณให้โทษ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แสดงความกังวลหลังพบหน่วยงานในสังกัดติดอันดับถึง 3 แห่ง พร้อมชี้แจงในแต่ละประเด็นอย่างละเอียด ดังนี้:

  • กรมควบคุมมลพิษ (อันดับ 1 - เฉลี่ย 122,160 บาทต่อครั้ง): รัฐมนตรีตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผลของข้อมูล เนื่องจากตามกฎหมายแล้ว กรมควบคุมมลพิษไม่มีอำนาจในการออกใบอนุญาตหรือสั่งปิดโรงงาน หน้าที่หลักคือการตรวจวัดค่ามลพิษตามข้อร้องเรียน แล้วส่งต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรง เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือตำรวจ ดำเนินการต่อ จึงไม่มีเหตุผลที่ผู้ประกอบการจะต้องจ่ายสินบนให้หน่วยงานที่ไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษ
  • กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมป่าไม้: ยอมรับว่าอาจมีปัญหาเรื่องการบุกรุกที่ดินหรือการเก็บค่าธรรมเนียม แต่ปัจจุบันได้ร่วมมือกับ ป.ป.ช. นำระบบ E-Ticket และกล้องสแกนมาใช้เพื่อป้องกันการทุจริตค่าเข้าชม พร้อมย้ำว่าได้ลงทัณฑ์ทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดไปแล้ว
  • มาตรการตอบโต้เชิงรุก: ทส. ได้สั่งการให้แต่ละกรมทำหนังสือเปิดผนึกถึงผู้จัดทำโพลเพื่อขอหลักฐานและรายละเอียดที่ชัดเจน พร้อมเตือนว่าหากเป็นการกล่าวหาโดยเลื่อนลอย จะใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อปกป้องชื่อเสียงของข้าราชการ

กรมเจ้าท่า ชูระบบอิเล็กทรอนิกส์ 80% ลดการใช้ดุลพินิจ

นายกฤชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า (อันดับ 2 - เฉลี่ย 100,000 บาทต่อครั้ง) แถลงชี้แจงว่า กรมฯ มีปริมาณงานบริการสูงกว่า 287,000 รายการต่อปี และได้ยกระดับความโปร่งใสผ่านมาตรการสำคัญ ประกอบด้วย

  • การใช้เทคโนโลยี: ปรับเปลี่ยนงานบริการหลัก 70-80% ให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการยื่นขออนุญาตและระบบ E-Payment เพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน และลดการใช้ดุลพินิจ
  • การขอข้อมูลเชิงลึก: กรมเจ้าท่ากำลังทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ข้อมูลจาก กกร. เพื่อระบุให้ชัดเจนว่ามีการเรียกรับเงินในส่วนงานหรือพื้นที่ใด เพื่อนำไปสู่การลงโทษทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด โดยยืนยันไม่มีนโยบายปกป้องคนผิด

ม.หอการค้าไทย ยันโพลมาตรฐานโลก สะท้อนแผลลึกคอร์รัปชันไทย

รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะคณะทำงานวิชาการ ออกมาชี้แจงเพื่อยืนยันความถูกต้องตามหลักวิชาการ ดังนี้:

  • ระเบียบวิธีวิจัย: ใช้แบบสอบถามตามมาตรฐานของ World Bank (ธนาคารโลก) เป็นการสำรวจแบบ Face-to-Face จากกลุ่มตัวอย่างนักธุรกิจ 401 รายทั่วประเทศ มีความเชื่อมั่นทางสถิติสูงถึง 95%
  • เกณฑ์คัดเลือกหน่วยงาน: รายชื่อหน่วยงานอ้างอิงจากองค์กรสากล (World Bank, OECD) และงานวิจัยของ ป.ป.ช./ป.ป.ท. ซึ่งเป็นกลุ่มหน่วยงานที่ภาคธุรกิจต้องติดต่อบ่อยครั้ง
  • ข้อจำกัดเรื่องข้อมูล: ยอมรับว่าผู้ตอบแบบสอบถามมักไม่กล้าให้รายละเอียดเชิงลึก เช่น วันเวลาหรือชื่อบุคคล เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองพยานสำหรับผู้แจ้งเบาะแสคอร์รัปชัน
  • วัตถุประสงค์หลัก: ไม่ได้ต้องการจับผิดรายหน่วยงาน แต่ต้องการสื่อสารให้ภาครัฐตระหนักว่าปัญหาคอร์รัปชันยังรุนแรง ซึ่งส่งผลให้อันดับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของประเทศไทย ตกลงมาอยู่ที่อันดับ 116 ของโลก

ทั้งนี้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้นำผลสำรวจดังกล่าวเข้าหารือกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน เพื่อร่วมกันหาแนวทางปรับปรุงระบบการทำงานของภาครัฐให้มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้มากขึ้นในอนาคต.

แหล่งที่มาประกอบข่าว : รายการคมชัดลึก (คลิกชม)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...