สมรภูมิ AI พ่นพิษ! ‘เท้ง’ ขู่สอย ป.ป.ช. ฐานละเว้นหน้าที่ ชน ‘ภราดร’ โต้กลับอย่าเพิ่งด่วนสรุปตัดตอนรัฐ
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2569 พรรคประชาชนเปิดเกมรุก ตรวจสอบโครงการพิมพ์เขียวบิ๊กโปรเจกต์ 'TH-AI Passport' โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ออกโรงจี้สำนักงาน ป.ป.ช. ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูล สั่งสอบสวนทันทีโดยไม่ต้องรอยื่นร้องเรียน ด้านตัวแทนฝั่งรัฐบาล 'ภราดร ปริศนานันทกุล' รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ยันพร้อมให้ตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส แต่ติงฝ่ายค้านไม่ควรเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการทันที ทั้งที่ยังไม่มีข้อสรุปชี้ชัดว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นจริง
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า กรณีโครงการ TH-AI Passport มีเหตุอันควรให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบได้ทันที โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือ พ.ร.บ.ฮั้วประมูล เปิดช่องให้ ป.ป.ช. เริ่มสอบสวนได้ตั้งแต่พบพฤติการณ์ที่ส่อไปในทางไม่ชอบมาพากล แม้ยังไม่มีผู้ร้องเรียนหรือยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้วก็ตาม ถ้า ป.ป.ช.ไม่ทํา แปลว่าทําผิดต่อกฎหมายละเว้นการปฏิบัติต่อหน้าที่เสียเอง ขอยืนยันว่า ป.ป.ช.สามารถดําเนินการได้ในทันที
นายณัฐพงษ์ ย้ำด้วยว่า ป.ป.ช. มีหน้าที่ในการทํางานเชิงรุก เมื่อได้รับข้อสังเกต ต้องสามารถดําเนินการได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอคําร้อง ส่วนกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ท้าให้ยื่นตรวจสอบได้เลยนั้น คิดว่าเป็นเรื่องปกติ ที่จะต้องมีการออกมาแสดงข้อคิดเห็นแบบนั้นเพื่อยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ส่วนตัวคิดว่าสิ่งที่รัฐมนตรีจะสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองได้มากกว่านี้ คือการเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้โปร่งใส และมีการทบทวนการดําเนินโครงการนี้ใหม่
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สังคมควรแยกให้ออกระหว่างการตรวจสอบกับการสั่งยกเลิกโครงการ ซึ่งการตรวจสอบการใช้งบประมาณ และการดำเนินงานของภาครัฐเป็นสิทธิ และหน้าที่ของฝ่ายค้าน รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพราะช่วยให้ทุกโครงการมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดความคุ้มค่าสูงสุด แต่การตรวจสอบควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและกระบวนการที่เป็นธรรม ไม่ใช่การสรุปผลล่วงหน้าทั้งที่ยังไม่มีข้อยุติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
“หากมีข้อสงสัยเรื่องกฎหมาย ความคุ้มค่า หรือความปลอดภัยของข้อมูล ก็ควรเปิดเผยข้อมูลและตรวจสอบให้ถึงที่สุด แต่การเรียกร้องให้ยกเลิกทันที ทั้งที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าโครงการผิดกฎหมายหรือสร้างความเสียหายจริง อาจทำให้เกิดผลกระทบอีกด้านหนึ่งที่สังคมต้องพิจารณาเช่นกัน” นายภราดรกล่าว
#Newsthepoint
#เท้งณัฐพงษ์ #ไชยชนก #THAIPassport #ปปช