“ดอยซิลเวอร์” เครื่องเงินแห่งเมืองปัว หัตถกรรมสร้างสรรค์ จังหวัดน่าน
ช่างท้องถิ่นขะมักเขม้นอยู่กับการสลักลวดลายลงไปบนชิ้นงานสุดประณีตตรงหน้า เสียงกระทบของเครื่องไม้เครื่องมือในพื้นที่โรงงาน ช่วยทำให้บรรยากาศไม่เงียบเหงา และเต็มไปด้วยความตั้งใจที่ทำให้ผู้มาเยือนรับรู้ได้ถึงความใส่ใจสร้างสรรค์หัตถศิลป์อันวิจิตรอย่าง “เครื่องเงิน”
“เมืองสร้างสรรค์หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน”
“จังหวัดน่าน” เป็นหนึ่งในเมืองเครือข่ายยูเนสโก สาขา “หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน” (Crafts and Folk Art) ร่วมกับเมืองสร้างสรรค์จากทั่วโลก ได้รับการยกย่องในฐานะเมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านงานหัตถศิลป์ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าทอลายน้ำไหล เครื่องเงิน งานไม้ งานปั้น รวมถึงจิตรกรรมฝาผนัง
หนึ่งในคุณค่าของงานหัตถศิลป์ฝีมือชาวน่าน คือ “เครื่องเงินเมืองน่าน” มรดกทางวัฒนธรรมซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาและความประณีตของช่างฝีมือท้องถิ่นได้อย่างน่าภูมิใจ จังหวัดน่านเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งรวมช่างทำเครื่องเงินผู้เปี่ยมด้วยความชำนาญ มีงานหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นขัน ถาด เครื่องใช้สอย สร้อยคอ กำไล แหวน กระเป๋า เครื่องประดับแบบท้องถิ่น ฯลฯ ซึ่งล้วนได้รับการรังสรรค์อย่างวิจิตรด้วยลวดลายแกะสลักแบบเส้นเงินถักละเอียด รวมถึงการประดับอัญมณีอย่างประณีต ส่งผลให้งานเครื่องเงินของน่านได้รับการยกย่องอย่างสูงทั้งในด้านคุณค่าทางศิลปะและฝีมือเชิงช่าง
ดังนั้นหากจะปักหมุดจุดหมายท่องเที่ยว เพื่อเรียนรู้หัตถศิลป์เครื่องเงิน จังหวัดน่านก็เป็นจุดหมายที่ควรค่าแก่การมาเยือน โดยเฉพาะที่อำเภอปัว ซึ่งเป็นอีกแหล่งเครื่องเงินขึ้นชื่อของจังหวัด
จุดเริ่มต้นความงามจากชนเผ่า
น่านเป็นจังหวัดที่มีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายอีกแห่งของไทย เครื่องเงินเมืองปัวก็นับว่ามีจุดเริ่มมาจากความหลากหลายนี้ โดยเมื่อหลายสิบปีก่อนบริเวณบ้านป่ากลางเป็นพื้นที่ตั้งศูนย์อพยพของชาวเขาเผ่าเย้า หรือเมี่ยน ชาวเขาเหล่านี้เป็นเผ่าที่มีฝีมือในการทำเครื่องเงินเป็นทุนเดิมมาตั้งแต่อยู่บนดอย เมื่อทางการที่เข้ามาดูแลผู้อพยพ ได้เห็นความงามของเครื่องเงินชาวดอย จึงลองสั่งให้ทำเครื่องประดับเพื่อนำไปใช้มอบเป็นของที่ระลึก จากนั้นเมืองปัว ก็ค่อยๆถูกกล่าวขานต่อมาว่าเป็นแหล่งเครื่องเงินที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทย
เมื่อผลงานเครื่องเงินชาวเขาเป็นที่ประทับใจ มีเสียงบอกเล่าปากต่อปากไปเรื่อยๆ พร้อมกับธุรกิจเครื่องเงินที่มีการเติบโตพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ จากช่างชาวเขาจึงนำไปสู่การถ่ายทอดทักษะรุ่นสู่รุ่น พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการทำงาน เพิ่มความละเอียด หลากหลาย และงดงาม สร้างมูลค่าให้เครื่องเงินปัวเป็นสินค้าแนะนำ ที่ไม่เพียงเฉพาะภายในประเทศ หากอยู่ในฐานะสินค้าส่งออกไปทั่วโลก
“ดอยซิลเวอร์แฟคตอรี่ หัตถศิลป์กับการท่องเที่ยว”
เครื่องเงินที่วางจำหน่ายในเมืองปัว ไม่เพียงแค่อวดความสวยงามน่าซื้อ แต่มีการประยุกต์ไปสู่การท่องเที่ยวเชิงศึกษาศิลปวัฒนธรรมอีกด้วย นั่นคือ “ดอยซิลเวอร์ แฟคตอรี่” ศูนย์หัตถกรรมที่ได้สืบสานศิลปหัตกรรมเครื่องประดับเงินจากบรรพบุรุษ ด้วยประสบการณ์ด้านเครื่องประดับเงินมากกว่า 70 ปี มีช่างฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องประดับเงินมากกว่า 200 คน
ความพิเศษของ “ดอยซิลเวอร์ แฟคตอรี่” คือ พัฒนาสถานที่จำหน่ายให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว เป็นหนึ่งในจุดต้องเช็กอินเมื่อมาเยือนเมืองปัว ด้านหน้าศูนย์ฯ มีพิพิธภัณฑ์เครื่องเงิน จัดนิทรรศการถาวรแบ่งเป็น 2 ห้องจัดแสดง บอกเล่าประวัติความเป็นมาของเครื่องเงินและวัฒนธรรมชาวเขาชนเผ่าเย้า ผ่านการจัดแสดงเครื่องเงินและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ จัดแสดงให้เห็นถึงเครื่องไม้เครื่องมือของการทำเครื่องเงินนับตั้งแต่ในอดีต มีภาพถ่ายบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ รวมถึงผลงานที่พัฒนาเครื่องเงินร่วมกับนักออกแบบมืออาชีพ ส่วนอีกห้องหนึ่งเป็นการจัดแสดงผลงานออกแบบของนักศึกษาหลักสูตรทวิภาคี เพื่อสร้างนักศึกษาช่างฝีมือรุ่นใหม่
อีกหนึ่งไฮไลต์ไม่ควรพลาด สถานที่แห่งนี้เปิดให้เข้าชมกระบวนการสร้างสรรค์ชิ้นงานได้อย่างใกล้ชิด ในพื้นที่โรงงานด้านหลังศูนย์จำหน่าย ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปชมและจะได้เห็นว่า กว่าจะได้ชิ้นงานสุดประณีตมาได้นั้น ช่างฝีมือชาวท้องถิ่นต้องทุ่มเทในการทำงานอย่างไร (สามารถถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอได้ แต่ควรอยู่ในความเหมาะสมไม่รบการการทำงานของช่าง และไม่ควรใช้แฟลช)
นอกจากนี้ บริเวณถัดจากโรงงานเครื่องเงินด้านหลัง มีเรือนไม้สองสูงที่เป็นจุดมองเห็นทัศนียภาพเขียวขจีของขุนเขา และทุ่งนาเมืองปัวได้เต็มสายตา เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจ และใช้ทำกิจกรรมต่างๆ สำหรับหน่วยงานหรือองค์กรที่มาเยี่ยมชมแบบหมู่คณะ สามารถแจ้งความประสงค์เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หรือทำเวิร์กช็อปง่ายๆกับดอยซิลเวอร์ฯ ได้
เครื่องเงินน่าน โกอินเตอร์
ความสำเร็จของเครื่องเงินเมืองปัว ไม่เพียงแต่เป็นที่ยอมรับในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังก้าวไปสู่ระดับนานาชาติ โดยข้อมูลจากเว็บไซต์น่านเมืองสร้างสรรค์ (www.nancreativecity.org) ระบุว่า เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา นางสาวอัยย์ญาดา หอมดอก นักศึกษา ปวส.2 จากกาญจนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง (สังกัดบริษัทดอยซิลเวอร์แฟคตอรี่) ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้ารางวัล เหรียญทองระดับโลก จากผลงานอันโดดเด่น กระเป๋าย้อนรอย (กระเป๋าหญ้าสามเหลี่ยมผสมเงินแท้ตอกลาย) ในงานมหกรรมสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมนานาชาติ The 8th China Shanghai International Invention & Innovation Expo 2025 ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งนับเป็นการยกระดับคุณค่าของวัตถุดิบท้องถิ่นและงานฝีมือดั้งเดิมของไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีสากล
ขณะเดียวกัน เครื่องเงินจากปัว ยังทำหน้าที่เสมือน “ซอฟพาวเวอร์ไทย” ปรากฏสู่สายตาในเวทีการประชุมระดับโลก เมื่อ “ธนนนท์ ชาญวีรกูล” ภริยาของนายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ชาญวีรกุล ถือกระเป๋าเงินเครื่องเงินจากแบรนด์ “ดอยซิลเวอร์” ไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำผู้นำเอเปค เมื่อปลายปี 2568 ณ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ โดยเป็นคอลเลกชัน “ศรีอยุธยา (Sri Ayutthaya Collection)” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุคทองแห่งศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรมไทย เมื่อกว่า 420 ปีก่อน สมัยกรุงศรีอยุธยาเจริญรุ่งเรือง
ดอยซิลเวอร์แฟคตอรี่
205 หมู่ 1 บ.นาป่าน ต.สถาน อ.ปัว จ.น่าน
โทร.08-6773-0118
facebook.com/doisilverfactory
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO