สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569
สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 มิ.ย. 69 8:50: น.
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์การดำเนินนโยบายทางทหารของเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล หลังปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนส่อแววขัดขวางข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ท่ามกลางเสียงเตือนจากอิหร่านที่ระบุว่า การคงอยู่ของกองทัพอิสราเอลในเลบานอนทางตอนใต้ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงสันติภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันศุกร์นี้ (19 มิ.ย.)
MOUระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- กำหนดการลงนาม: กระทรวงต่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์เผยว่า พิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันศุกร์นี้ ที่รีสอร์ต Bürgenstock บนภูเขาในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ประเทศตัวกลาง อย่างปากีสถานและกาตาร์ เสนอร่วมกับสหรัฐฯ และอิหร่าน เนื่องจากเข้าถึงยากและรักษาความปลอดภัยได้ง่าย
- กรอบเวลาและเป้าหมาย: ข้อตกลงนี้เป็นเพียงกรอบการทำงานระยะแรก เพื่อขยายเวลาหยุดยิง, เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และเปิดเจรจาโดยตรงในเฟสที่สองเป็นเวลา 60 วัน เพื่อหาข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและประเด็นขัดแย้งอื่น ๆ ในระยะยาว
- การเปิดเผยข้อมูล: ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงในวันศุกร์ที่มีพิธีลงนาม โดยอาจจัดแถลงข่าวและอ่านรายละเอียดคำต่อคำเพื่อให้สื่อรายงานอย่างถูกต้อง ขณะเดียวกัน ยังกล่าวว่า ต้องการส่งข้อตกลงนี้ให้สภาคองเกรสอนุมัติ แต่ยังไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะส่งหรือไม่
- ท่าทีของผู้นำอิหร่าน: ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ออกมาเตือนว่าข้อตกลง MOU นี้เป็นเพียงขั้นตอนที่สำคัญในการระงับสงครามและเริ่มต้นการเจรจาเท่านั้น แต่ยังไม่ใช่ข้อตกลงสุดท้าย อิหร่านยังคงพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะปฏิบัติการทางทหารหากการเจรจาล้มเหลว
ทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดและการปิดล้อมทางทะเล
- การปลดบล็อกทรัพย์สิน: ทางธนาคารกลางอิหร่านและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงนี้ อิหร่านจะได้รับเงินครึ่งหนึ่งจากทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ราว 24,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่การเจรจาช่วงหยุดยิง 60 วันจะเริ่มขึ้น
- ท่าทีของสหรัฐฯ เรื่องการคืนเงิน: สว. ริก สก็อตต์ พรรครีพับลิกัน คัดค้านการคืนเงินให้อิหร่านอย่างรุนแรง และเสนอว่าควรนำเงินนั้นมาจ่ายค่าปฏิบัติการ "Operation Epic Fury" ของสหรัฐฯ แทน ขณะที่รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ยืนยันว่าสหรัฐฯ จะไม่ให้เงินใด ๆ แก่อิหร่าน แต่ระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่จะปลดบล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัด และข้อตกลงที่ใหญ่กว่านั้นคือการยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ หากอิหร่านยอมผูกพันในระยะยาวเรื่องโครงการนิวเคลียร์
- การยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล: รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านระบุว่า การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่อท่าเรือและเรือของอิหร่านที่ดำเนินมา 2 เดือนได้ถูกยกเลิกแล้วก่อนพิธีลงนาม อย่างไรก็ตาม ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (JMIC) ระบุว่า การปิดล้อมจะยังคงมีอยู่จนถึงวันศุกร์นี้ เพื่อรอการบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของโอมานและอิหร่านได้หารือทางโทรศัพท์ ยืนยันความร่วมมือในการรับรองเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซตามกฎหมายระหว่างประเทศ
สถานการณ์ความขัดแย้งในเลบานอนระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
- จุดยืนของอิหร่าน: รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเน้นย้ำว่า การสิ้นสุดสงครามในเลบานอนและการถอนทหารอิสราเอลออกจากพื้นที่ยึดครองในเลบานอนตอนใต้เป็นส่วนสำคัญในการยุติความขัดแย้งทั้งหมด หากอิสราเอลยังคงกำลังทหารไว้หรือยังคงโจมตีเลบานอน จะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน
- จุดยืนของอิสราเอล: เจ้าหน้าที่อิสราเอล รวมถึง อิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ยืนยันว่า ทหารอิสราเอลจะยังคงอยู่ในเลบานอน โดยระบุว่า ข้อตกลงของทรัมป์ไม่มีผลผูกพันกับอิสราเอล
- จุดยืนของสหรัฐฯ และสถานการณ์ล่าช้า: ไมก์ ฮัคคาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล ชี้แจงว่าข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ไม่ได้ผูกโยงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ แต่อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจและวิจารณ์ นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เกี่ยวกับการก่อสงครามย่อยในเลบานอน ซึ่งทำให้ความพยายามของทรัมป์ในการยุติสงครามกับอิหร่านซับซ้อนขึ้น
- การโจมตีในพื้นที่: แม้ความรุนแรงจะลดลงหลังการประกาศข้อตกลง แต่ล่าสุดการโจมตีด้วยโดรนของอิสราเอลในพื้นที่ Nabatieh ทางตอนใต้ของเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย หากนับตั้งแต่เมื่อวันจันทร์มีผู้เสียชีวิตรวมแล้วอย่างน้อย 5 ราย
ปฏิกิริยาทางการเมืองภายในสหรัฐฯ
ฝั่งเดโมแครต สว. ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อย วิจารณ์ทรัมป์ที่ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงและเรียกร้องให้หยุดปิดบังประชาชนหลังผ่านการนองเลือดมามากกว่า 100 วัน ขณะที่สว. คริส เมอร์ฟี วิจารณ์สงครามนี้ว่าเป็นความล้มเหลว และชี้ว่าทรัมป์ไม่ยากให้ใครเห็นข้อตกลงเพราะมันคือใบรายงานผลความหายนะของสงครามนี้ ทางด้านสว. ราฟาเอล วอร์น็อก ตั้งคำถามว่าสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามนี้ตั้งแต่แรกทำไม ในเมื่อผลลัพธ์ก็เหมือนกับช่วงก่อนเริ่มสงคราม อีกทั้งสงครามนี้ยังทำลายความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ และเปิดโอกาสให้รัสเซียและจีนได้ประโยชน์ นอกจากนี้เป้าหมายเดิมของทรัมป์ในการโค่นล้มระบอบปกครองของอิหร่านก็ไม่สำเร็จ แม้ผู้นำสูงสุดคนก่อนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านจะถูกสังหารก็ตาม
ฝั่งรีพับลิกัน: สว. ลินด์เซย์ แกรแฮม แสดงความเคลือบแคลงใจต่อการเจรจาในอนาคต แต่ระบุว่า "คุ้มค่าที่จะลอง" และขอรอดูสถานการณ์ โดยได้เข้าหารือร่วมกับพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม เกี่ยวกับงบประมาณเพิ่มเติมของกระทรวงกลาโหม
การลงมติจำกัดอำนาจการทำสงคราม: วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติเสียงข้างมากอย่างเฉียดฉิว 48 ต่อ 47 เสียง ปฏิเสธข้อมติที่จะจำกัดอำนาจการทำสงครามกับอิหร่านของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยมี สว. รีพับลิกัน 4 คนโหวตสวนมติพรรคร่วมกับเดโมแครต และมี สว. จอห์น เฟตเตอร์แมน เป็นเดโมแครตเพียงคนเดียวที่โหวตคัดค้านรอบนี้
ที่มา CBS News
ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ