โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

"กรุงศรี" ชี้ดีลสันติภาพ ‘สหรัฐฯ-อิหร่าน’ ส่อแววจบ แต่พิษวิกฤตพลังงานโลกยังไม่เคลียร์

The Better

อัพเดต 16 มิ.ย. เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. เวลา 07.28 น. • THE BETTER

กรุงศรี ประเมินข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านเริ่มส่งสัญญาณบวกช่วยคลายกังวลตลาดทุน แต่เตือนวิกฤตพลังงานโลกและภาวะเงินเฟ้อฝั่งอุปทานยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คาดหนุน กนง. เดินหน้าคงดอกเบี้ยนโยบายยาวพยุงเศรษฐกิจในประเทศ

แม้ว่าตลาดการเงินโลกจะตอบรับเชิงบวกต่อข่าวความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ทว่าในมิติทางเศรษฐกิจจริงกลับยังมีคลื่นใต้น้ำที่น่ากังวล เนื่องจากรายละเอียดเชิงลึกอย่างเงื่อนไขการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและการจำกัดโครงการนิวเคลียร์ยังไม่มีความชัดเจน ขณะที่เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการทั่วโลกในเดือนพฤษภาคมยังคงดิ่งต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดความขัดแย้ง ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจหดตัว ดัชนีการจ้างงานโลกร่วงลงต่ำสุดนับตั้งแต่กลางปี 2563 และที่ซ้ำร้ายคือต้นทุนในภาคการผลิตและบริการพุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี

เมื่อหันไปมองสองมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐฯ และจีน ก็กำลังเผชิญศึกหนักในมุมที่แตกต่างกัน โดยฝั่งสหรัฐฯ แม้จะเผชิญภาวะเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภคที่พุ่งสูงถึง 6.5% และเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตที่ 4.2% ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในรอบหลายปี แต่ทิศทางค่าจ้างแรงงานกลับชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 3.4% และรายได้สุทธิที่แท้จริงหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง สะท้อนว่าการบริโภคในประเทศกำลังอ่อนแรงลงอย่างมาก ทำให้คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด จะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมสัปดาห์นี้เพื่อประคองเศรษฐกิจที่เสี่ยงโตชะลอตัว ส่วนฟากฝั่งประเทศจีน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ลากยาวได้กลายเป็นงูกินหางที่ซ้ำเติมผู้ผลิต แม้ว่าราคาสินค้าต้นน้ำจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องและการส่งออกในเดือนพฤษภาคมจะยังขยายตัวได้ดีถึง 19.4% แต่ด้วยอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อนแอประกอบกับการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ทำให้ผู้ผลิตจีนไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภคได้ ส่งผลให้ผลกำไรของภาคธุรกิจชะลอตัวลงและอาจไม่เพียงพอที่จะพยุงภาคการผลิตได้ในระยะข้างหน้า

สำหรับประเทศไทย ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกที่กำลังบีบให้หลายประเทศที่มีปัญหาด้านธรรมาภิบาลและการคลังต้องยอมกลืนเลือดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินทุนไหลออกและพยุงค่าเงิน แต่บริบททางเศรษฐกิจของไทยยังถือว่ามีความแข็งแกร่งรองรับ แม้ดุลบัญชีเดินสะพัดจะเริ่มส่งสัญญาณขาดดุลและเงินบาทจะอ่อนค่าลงราว 4% ตั้งแต่ต้นปี แต่เสถียรภาพโดยรวมยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ สะท้อนจากตัวเลขกระแสเงินทุนที่ยังคงไหลเข้าสุทธิตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน โดยคิดเป็นยอดซื้อสุทธิในตลาดหลักทรัพย์กว่า 25,000 ล้านบาท และตลาดพันธบัตรอีก 39,000 ล้านบาท ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อในประเทศที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มีชนวนเหตุมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวจากฝั่งอุปทาน

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ในการประชุมวันที่ 24 มิถุนายนนี้ จึงมีแนวโน้มสูงมากที่จะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ในระดับเดิม เพราะตระหนักดีว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเวลานี้ ยิ่งจะเป็นการซ้ำเติมและกดดันอุปสงค์รวมถึงกำลังซื้อภายในประเทศให้พังทลายลง มากกว่าจะช่วยแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนพลังงานโลกได้อย่างตรงจุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...