โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม. เคาะ 4 มาตรการภาษี ดีเดย์แลกข้อมูลภาษีบริษัทข้ามชาติ มิ.ย. 70 รับ Global Minimum TAX

การเงินธนาคาร

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รมว. คลัง เผย ครม. ไฟเขียว 4 มาตรการภาษี ลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 1% ผ่าน e-Withholding Tax ลงทุนระบบ e-Tax Invoice หักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า บริจาคด้านการศึกษา-กีฬา ผ่าน e-Donation ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า และ เดินหน้าแลกเปลี่ยนข้อมูลรองรับ Global Minimum TAX เก็บภาษีข้ามชาติขั้นต่ำ 15% เริ่ม มิ.ย. 70

16 มิ.ย. 2569 - ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้มีมติเห็นชอบมาตรการทางภาษีที่สำคัญหลายประการเพื่อมุ่งเน้นการสร้างสภาพคล่องให้ภาคเอกชน ส่งเสริมการเข้าสู่ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และยกระดับมาตรฐานภาษีระหว่างประเทศให้สอดคล้องกับสากล ได้แก่

1. ต่ออายุมาตรการลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย (e-Withholding Tax) เหลือ 1% จากเดิมที่มาตรการหมดอายุไปเมื่อปี 2568 โดยผู้ประกอบการที่จ่ายเงินได้พึงประเมินผ่านระบบ e-Withholding Tax จะได้ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย เหลือ 1% จากเดิมที่เคยจัดเก็บในอัตรา 5%- 3% และ 2% โดยมีผลบังคับใช้ถึงเดือน ธ.ค. 2570 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องหมุนเวียนให้แก่ภาคเอกชนและผู้ประกอบการได้ประมาณ 27,000 ล้านบาท

2. ส่งเสริมระบบ e-Tax Invoice หักค่าใช้จ่ายลงทุนได้ 2 เท่า เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ ครม. ได้อนุมัติมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการที่ลงทุนในระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) สามารถนำค่าใช้จ่ายในการลงทุนระบบหรือค่าจ้างทำระบบมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีได้ 2 เท่า

3.ให้การบริจาคการศึกษา และ กีฬา ที่ผ่าน e-Donation ให้กับสมาคมที่ได้รับการรับรอง สามารถหักภาษีได้ 2 เท่า โดยบังคับใช้ถึงเดือน ธ.ค. 2570

4. การแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อรองรับมาตรการ Global Minimum Tax ที่ 15% โดยจากการที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกของ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ได้ตกลงในกติกาสากลร่วมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อกำหนดอัตรา ภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำที่ 15% สำหรับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันการใช้ช่องโหว่ทางภาษีในการหลบเลี่ยงไปตั้งบริษัทในประเทศที่เป็นสวรรค์แห่งการเลี่ยงภาษี (Tax Haven)เช่น หมู่เกาะต่างๆ ที่มีอัตราภาษีต่ำมากหรือไม่เก็บเลย โดยมาตรการนี้จะใช้กลไก Top-up Tax หรือภาษีส่วนเพิ่ม เพื่อให้สามารถเก็บภาษีจากบริษัทที่มีการเสียภาษีจริงต่ำกว่าเกณฑ์ 15% ให้ครบตามข้อกำหนดซึ่งประเทศไทยได้มีการออกเป็นพระราชกำหนดรองรับไว้แล้ว

โดยวันนี้ (16 มิ.ย. 2569) ครม. ได้อนุมัติให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล Global Minimum Tax ระหว่างประเทศสมาชิก โดยแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเป็นทางการในเดือน มิ.ย. 2570 โดยบริษัทที่เข้าข่ายจะต้องยื่นข้อมูลต่อกรมสรรพากรเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลนี้

ทั้งนี้กรมสรรพากรคาดว่าการดำเนินการตามมาตรการนี้จะช่วยขยายฐานภาษีและสร้างรายได้จาก Top-up Tax เข้าสู่รัฐได้ประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี

สำหรับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่เคยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)ซึ่งมักจะเสียภาษีในอัตราเฉลี่ยต่ำกว่า 15% จะมีภาระภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์สากล อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้เตรียมแนวทางใหม่ 2 รูปแบบเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าว

1. การให้เงินอุดหนุน (Grants) ผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ BOI เพื่อสนับสนุนบริษัทที่ทำดีและรัฐต้องการจูงใจให้ลงทุนต่อ แทนการใช้มาตรการลดภาษีตรงๆ

2. การให้เครดิตภาษี (Tax Credit) เช่น เมื่อบริษัทมีรายจ่ายในการลงทุนก็สามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้เพิ่มขึ้น โดยแนวทางนี้ต้องมีการแก้ไขประมวลรัษฎากรรองรับในอนาคต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...