โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"มาเลเซีย" ผลผลิตยางลด แต่ยังขายได้แพงกว่า "ไทย"

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ขณะที่ราคายางพาราโลกกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น หลายประเทศผู้ผลิตยางรายใหญ่ต่างได้รับอานิสงส์จากภาวะยางขาดแคลนในตลาดโลก หนึ่งในนั้นคือ "มาเลเซีย" ซึ่งแม้จะเผชิญปัญหาผลผลิตลดลงต่อเนื่อง แต่ยังสามารถสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมยางได้อย่างแข็งแกร่ง

ข้อมูลจากกรมสถิติมาเลเซีย (Department of Statistics Malaysia : DOSM) ระบุว่า ในเดือนมีนาคม 2569 ผลผลิตยางธรรมชาติของมาเลเซียลดลง 29.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การส่งออกยางธรรมชาติลดลง 2.2% จากเดือนก่อนหน้า สะท้อนแรงกดดันด้านอุปทานที่อุตสาหกรรมยางของประเทศกำลังเผชิญ

แม้ผลผลิตจะลดลง แต่จีนยังคงเป็นตลาดส่งออกสำคัญที่สุดของมาเลเซีย โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 44% ของการส่งออกยางทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมยางในภูมิภาคอาเซียนยังเชื่อมโยงกับภาคการผลิตและอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนอย่างใกล้ชิด

สิ่งที่น่าสนใจคือ มาเลเซียไม่ได้แข่งขันกับไทยด้วยปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว แต่เลือกสร้างความได้เปรียบผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางมูลค่าสูง โดยเฉพาะ "ถุงมือยาง" ที่กลายเป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศ และทำให้มาเลเซียครองส่วนแบ่งตลาดโลกมาอย่างยาวนาน

ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อุตสาหกรรมถุงมือยางของมาเลเซียเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้หลังจากนั้นการแข่งขันจะรุนแรงขึ้นและความต้องการชะลอลง แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงรักษาความได้เปรียบจากเทคโนโลยีการผลิต มาตรฐานสินค้า และเครือข่ายการส่งออกที่แข็งแกร่ง

บทเรียนสำคัญจากมาเลเซีย คือ ในวันที่ผลผลิตยางลดลง ประเทศยังสามารถสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมยางได้อย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ได้พึ่งพาการขายวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว แต่ต่อยอดไปสู่สินค้ามูลค่าสูงที่สร้างกำไรได้มากกว่า

สำหรับไทย แม้จะยังเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่รายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากการขายวัตถุดิบเป็นหลัก ขณะที่การแข่งขันในตลาดโลกกำลังเปลี่ยนไป จากการแข่งขันด้านปริมาณ สู่การแข่งขันด้านมูลค่าเพิ่ม

นั่นหมายความว่า ในอนาคต ประเทศที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากอุตสาหกรรมยาง อาจไม่ใช่ประเทศที่ผลิตยางได้มากที่สุด แต่คือประเทศที่สามารถเปลี่ยนยางธรรมชาติให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้มากที่สุด

โจทย์สำคัญของไทยจึงไม่ใช่เพียงการลุ้นให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้น แต่คือการใช้โอกาสในช่วงขาขึ้นของตลาดยาง สร้างอุตสาหกรรมปลายน้ำ ตั้งแต่ยางล้อรถยนต์ ยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ยางเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกและสร้างรายได้ให้ประเทศในระยะยาว

เมื่อโลกกำลังให้ความสำคัญกับห่วงโซ่มูลค่าเพิ่มมากกว่าปริมาณการผลิต บทเรียนจากมาเลเซียจึงอาจเป็นคำตอบสำคัญว่า อนาคตของยางพาราไทย ไม่ได้อยู่ที่การขายยางดิบเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การสร้างมูลค่าเพิ่มจากยางให้ได้มากที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...