โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช่องแคบฮอร์มุซปิดอีกครั้ง สหรัฐฯ-อิหร่าน เปิดฉากโจมตีรอบใหม่ เหตุเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตี

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ช่องแคบฮอร์มุซปิดอีกครั้ง สหรัฐฯ-อิหร่าน เปิดฉากโจมตีรอบใหม่ เหตุเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตี

ช่องแคบฮอร์มุซปิดอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ โดยอ้างว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยิงโจมตีเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ M/V GFS Galaxy ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ประกาศล้างแค้นให้กับอดีตผู้นำสูงสุด

ประเด็นสำคัญ

  • เกิดอะไรขึ้นในการโจมตีช่องฮอร์มุซ
  • ความขัดแย้งบานปลาย อิหร่านประกาศล้างแค้นให้อดีตผู้นำ

เกิดอะไรขึ้นในการโจมตีช่องฮอร์มุซ

เมื่อคืนนี้ (12 กรกฎาคม) กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นรอบที่ 3 ในสัปดาห์นี้ หลังกองกำลัง IRGC โจมตีเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ M/V GFS Galaxy ที่ชักธงไซปรัส

ทั้งนี้ ปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 19.15 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ หลังอิหร่านเผยแพร่แถลงการณ์ออกโรงเตือนว่า หากสหรัฐฯ ตอบโต้เหตุเรือสินค้า จะโจมตี ‘ฐานที่มั่นใหม่ของศัตรู’ ในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ CENTCOM ระบุว่า เรือ MV GFS Galaxy ไม่สามารถเดินทางต่อได้ เนื่องจากห้องเครื่องได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีลูกเรือพลเรือนสูญหาย 1 คน ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UK Maritime Trade Operations: UKMTO) เปิดเผยว่า ลูกเรือทั้งหมดจำเป็นต้องสละเรือ และกำลังลอยอยู่บนเรือชูชีพ

CENTCOM ยังชี้แจงว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นคำสั่งโดยตรงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขณะที่ทำเนียบขาวยังไม่แสดงความเห็น ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของวอชิงตันระบุว่า ทางการกำลังเรียกร้องให้อิหร่านประกาศต่อสาธารณะว่า จะยุติการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งเปิดเส้นทางเดินเรือทั้งหมดโดยไม่เรียกเก็บค่าผ่านทาง

ในเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นเหตุให้กองกำลัง IRGC ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมเตือนสหรัฐฯ ว่า หากใช้เหตุผลดังกล่าวประกาศรุกรานอิหร่าน ก็จะตอบโต้ด้วยความรุนแรง ขณะที่ยังเผยแพร่แผนที่เส้นทางเดินเรือที่เสนอว่า เรือทุกลำควรใช้เส้นทางดังกล่าวในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ก่อนหน้านี้ เรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำ ถูกโจมตีระหว่างใช้เส้นทางที่สหรัฐฯ แนะนำให้แล่นผ่านน่านน้ำโอมาน ขณะที่อิหร่านย้ำหลายครั้งว่า เส้นทางที่ ‘ปลอดภัย’ มีเพียงเส้นทางที่ผ่านน่านน้ำอิหร่านเท่านั้น

ปัจจุบัน ช่องแคบฮอร์มุซยังปั่นป่วนจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยทางการเตหะรานระบุว่า มีเรือหลายลำพยายามแล่นผ่านช่องแคบ แต่กลับใช้เส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาตและเพิกเฉยต่อคำเตือนให้เปลี่ยนเส้นทาง

ทางการอิหร่านยังย้ำว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดต่อไป จนกว่าสหรัฐฯ จะยุติการแทรกแซงในภูมิภาคนี้

ความขัดแย้งบานปลาย อิหร่านประกาศล้างแค้นให้อดีตผู้นำ

Reuters และ BBC รายงานตรงกันว่า อับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน พบกับ บัดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศโอมาน โดยหารือแลกเปลี่ยนถึงกลไกการรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ส่วน CNN รายงานว่า โอมานได้เสนอร่างแนวทางจัดการช่องแคบฮอร์มุซ โดยให้มีการเดินเรือเสรีในฝั่งใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ หรือน่านน้ำของโอมาน ส่วนเรือลำใดต้องการใช้เส้นทางฝั่งเหนือ หรือน่านน้ำอิหร่าน จะต้องขออนุญาตล่วงหน้า แต่จะไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง

ส่วน อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมขู่ล้างแค้นให้กับการเสียชีวิตให้กับบิดาอย่าง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนก่อน

“เราขอสาบานว่าจะล้างแค้นให้กับเลือดของผู้นำผู้พลีชีพ และผู้พลีชีพทุกคน” แถลงการณ์ระบุ

อนึ่ง แถลงการณ์ดังกล่าวเผยแพร่เนื่องในพิธีฝังร่างของอดีตผู้นำสูงสุดเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยโมจตาบาไม่ได้เข้าร่วมพิธี และยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น

ปัจจุบัน แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับ Reuters ว่า อิหร่าน สหรัฐฯ กาตาร์ และปากีสถาน เห็นพ้องที่จะเปิดการเจรจา โดยประเทศตัวกลางพยายามจัดการหารือในวันที่ 11 กรกฎาคม ระหว่างที่อารักชีเดินทางเยือนโอมานเพื่อทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยยุติสงคราม

แฟ้มภาพ: Stringer / Reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...