กรมคุ้มครองสิทธิฯ เปิดเกณฑ์เยียวยา ไฟไหม้โรงเบียร์ กรณีเสียชีวิต หากเข้าเงื่อนไข กม. จะพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือสูงสุด รายละ 300,000 บาท
13 กรกฎาคม 2569 นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหารและโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเตรียมลงพื้นที่ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตเรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ พร้อมหารือร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 27 ราย และผู้บาดเจ็บกว่า 60 ราย
"หากผลการสอบสวนของพนักงานสอบสวนพบว่า เหตุการณ์เกิดจากการกระทำโดยประมาทหรือการกระทำความผิดทางอาญาของบุคคลอื่น ผู้เสียหายจะมีสิทธิได้รับการเยียวยาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนฯ โดยกรณีผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือ รายละ 300,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราใหม่ที่ปรับเพิ่มจากเดิม 200,000 บาท"
ส่วนการระบุอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต ขณะนี้สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตรวจพิสูจน์ โดยยังไม่สามารถสรุปสาเหตุหรือรายละเอียดแทนพนักงานสอบสวนได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี
"จากข้อสังเกตเบื้องต้น ผู้เสียชีวิตจำนวนมากอาจไม่ได้เสียชีวิตจากเปลวไฟโดยตรง แต่เป็นผลจากการสูดดมควันพิษและก๊าซพิษจากวัสดุประเภทโฟมภายในอาคาร ซึ่งเมื่อรวมกับภาวะขาดอากาศหายใจ อาจทำให้เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ต้องรอผลพิสูจน์ทางนิติเวชอย่างเป็นทางการอีกครั้ง"
นายไตรยฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค. 69) จะเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการช่วยเหลือเยียวยา เพื่อเตรียมอนุมัติหลักการจ่ายเงินโดยเร็ว เมื่อมีผลการสอบสวนและสามารถยืนยันตัวผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บได้ครบถ้วน สำหรับผู้บาดเจ็บ จะได้รับความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 80,000 บาท ค่าขาดประโยชน์จากการทำงาน คำนวณตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่และจำนวนวันที่สูญเสียรายได้ รวมถึงค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายหรือจิตใจ ไม่เกิน 50,000 บาท โดยวงเงินช่วยเหลือจะพิจารณาตามระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บเป็นรายกรณี ส่วนกรณีผู้เสียชีวิต จะได้รับการเยียวยาสูงสุด 300,000 บาทต่อราย ตามที่กฎหมายกำหนด