โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิทยาศาสตร์ชี้ “น้ำ” บนดวงจันทร์ซ่อนตัวอยู่ในโครงสร้างแร่ใต้ผิวดาว

SPACEMAN

อัพเดต 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.18 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา หลังจากมีการนำหินดวงจันทร์จากโครงการอะพอลโลกลับมาวิเคราะห์บนโลก มุมมองดั้งเดิมที่นักวิทยาศาสตร์มีต่อดวงจันทร์ คือการเป็นดาวที่แห้งแล้งและปราศจากน้ำอย่างสิ้นเชิง แต่ความเชื่อนั้นเริ่มเปลี่ยนไปในปี พ.ศ. 2552 เมื่อข้อมูลจากดาวเทียมแอลครอส (LCROSS) ของนาซา เปิดเผยหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับน้ำแข็งบริเวณขั้วดวงจันทร์ที่อยู่ในเงามืดมิดตลอดกาล และล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์กำลังตื่นเต้นกับหลักฐานใหม่ที่บ่งชี้ว่า ภายในโครงสร้างส่วนลึกของดวงจันทร์อาจมีน้ำซ่อนอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่ได้อยู่ในรูปแบบของน้ำตกหรือแม่น้ำไหลริน แต่เป็นน้ำที่ผูกพันธะทางเคมีฝังแน่นอยู่ภายในก้อนหิน

การศึกษาตัวอย่างหินดวงจันทร์ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ความละเอียดสูงในห้องปฏิบัติการเมื่อปี พ.ศ. 2553 เผยให้เห็นปริมาณน้ำที่ซ่อนอยู่ในรูปของโมเลกุลไฮดรอกซิล โดย ดร. นีล โบว์ลส์ (Neil Bowles) ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด อธิบายว่า โครงสร้างผลึกของแร่อะพาไทต์ (Apatite) ซึ่งมีขนาดเพียงไม่กี่ร้อยไมครอนนั้น มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมในการกักเก็บน้ำ แร่ชนิดนี้เป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีว่าดวงจันทร์เคยมีน้ำ และปัจจุบันน้ำเหล่านั้นก็ยังคงกักเก็บอยู่ภายในโครงสร้างแร่ธาตุส่วนลึก ซึ่งถือเป็นการพลิกความเข้าใจเดิมที่ว่าดวงจันทร์นั้นแห้งแล้งสุดขั้ว

การค้นหาความจริงเรื่องน้ำบนดวงจันทร์มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการทำความเข้าใจระบบสุริยะของเรา โดยเฉพาะจุดเริ่มต้นของระบบโลกและดวงจันทร์ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อราว 4,500 ล้านปีก่อน จากเหตุการณ์ที่วัตถุขนาดเท่าดาวอังคารพุ่งชนโลกในยุคแรกเริ่ม การกระจายตัวของน้ำในช่วงเวลาดังกล่าวจะช่วยตอบคำถามว่า น้ำที่เป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงชีวิตถูกส่งพามายังโลกของเราได้อย่างไร

ภาพวาดจำลองแสดงจรวดท่อนเซนทอร์ และยานอวกาศนำทางของภารกิจแอลครอสส์ (LCROSS) ขณะเคลื่อนที่เข้าใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์ก่อนพุ่งชน เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เครดิตภาพ: นาซา

เพื่อไขปริศนานี้ นาซาได้ส่งยานโคจรลูนาร์ เทรลเบลเซอร์ (Lunar Trailblazer) ขึ้นสู่อวกาศเมื่อต้นปี พ.ศ. 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อทำแผนที่และวิเคราะห์รูปแบบของน้ำบนดวงจันทร์ตลอดระยะเวลา 2 ปี แต่โชคร้ายที่ภารกิจต้องยุติลงก่อนกำหนดเนื่องจากความผิดพลาดในการตั้งค่าระบบหลังยานแยกตัวออกจากจรวดนำส่ง อย่างไรก็ตาม ดร. โบว์ลส์ ผู้ดูแลเครื่องวัดรังสีความร้อนดวงจันทร์ (Lunar Thermal Mapper: LTM) บนยานลำดังกล่าว ยังคงไม่ยอมแพ้ และเตรียมนำเครื่องมือสำรองที่เก็บไว้ในห้องปฏิบัติการ มาใช้กับภารกิจในอนาคตของนาซาที่ชื่อว่า ยูซิส (Ultra-Compact Imaging Spectrometer for the Moon: UCIS) เพื่อเดินหน้าค้นหาคำตอบว่า แหล่งน้ำเหล่านี้ซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวดิน ก้นหลุมอุกกาบาต หรือลึกลงไปในแกนกลางกันแน่

การกลับไปเยือนดวงจันทร์ของโครงการอาร์ทิมิส (Artemis) เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการกักเก็บและส่งผ่านน้ำ ไม่เพียงแต่จะช่วยอธิบายวิวัฒนาการของดวงจันทร์ที่เราเห็นในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของกระบวนการส่งมอบน้ำภายในระบบสุริยะ ซึ่งจะเป็นกุญแจดอกสำคัญในการต่อยอดสู่การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์บนอวกาศในอนาคตอันใกล้นี้

ข้อมูลอ้างอิง: Universe Today / University of Oxford

  • Most Of Moon’s Water Likely Remains Chemically Bound In Its Deep Interior
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...