โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รัฐมนตรีอียูเตรียมหารือจำกัดการค้ากับ “นิคมอิสราเอล” ในเขตเวสต์แบงก์

เดลินิวส์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
รมว.การต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) จะหารือว่ามีการสนับสนุนเพียงพอหรือไม่ สำหรับมาตรการใหม่ในการจำกัดการค้ากับนิคมของอิสราเอล ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ว่า นักการทูตอาวุโสของอียู และเจ้าหน้าที่ยุโรป กล่าวว่า การหารือจะอ้างอิงตามเอกสารลับของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเสนอทางเลือก 3 ประการ ได้แก่ ระบบการออกใบอนุญาตนำเข้า อัตราภาษีที่สูงมาก หรือการห้ามนำเข้าสินค้าโดยสิ้นเชิง

อียูประสบปัญหาในการตัดสินใจครั้งสำคัญเกี่ยวกับนโยบายตะวันออกกลาง เนื่องจากความแตกแยกที่ลึกซึ้งและยาวนานในกลุ่มประเทศสมาชิก 27 ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์

อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากรัฐบาลของประเทศสมาชิกอียูให้ดำเนินการกับนิคมของอิสราเอล เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นของผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล และความไม่พอใจต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ซึ่งดำเนินการขยายการตั้งถิ่นฐาน

เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา อียูกำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อองค์กร 4 แห่ง และบุคคล 3 คน จากการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงและเป็นระบบ ต่อชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์

ด้านนักการทูตบางคนกล่าวว่า มาตรการห้ามการค้ากับนิคมของอิสราเอลจะต้องได้รับเสียงข้างมาก จากประเทศสมาชิกอียูอย่างน้อย 15 ประเทศ ซึ่งคิดเป็น 65% ของประชากรในกลุ่ม แต่เอกสารของอีซีระบุว่า การแบนดังกล่าวอาจต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้การตัดสินใจเป็นไปได้ยากมาก.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...