โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กัมพูชาล็อกเป้า ‘รบเฉพาะจุด’ ไทยปูแผนป้อง ‘พื้นที่สัญลักษณ์’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา การประชุมคณะรัฐมนตรี 7 ก.ค.2569 มีมติเห็นชอบ ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอขอสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพิ่มเติม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรองรับสถานการณ์ชายแดนด้านตะวันออก(ชายแดนไทย-กัมพูชา) ซึ่งเสนอเข้ามาเป็นวาระลับ โดยไม่เปิดเผยตัวเลขงบประมาณ รวมถึงรายละเอียดที่จะนำไปใช้ดำเนินการแต่อย่างใด

ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงเปราะบาง การเดินเกมการทูตเชิงรุกเข้มข้น ควบคู่ไปกับการเตรียมพร้อมด้านการทหารของสองประเทศ ปลายเดือน ก.ค.นี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และ รมว.มหาดไทย มีกำหนดเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการตามคำเชิญ

เช่นเดียวกับ “ฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา และ พล..เตีย บันห์ อดีต รมว.กลาโหมกัมพูชา เยือนจีนเมื่อ 25-27 มิ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมเข้าพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี

หากประเมินในภาพรวมจีนพยายามบาลานซ์ความสัมพันธ์ระหว่าง จีน-ไทย และ จีน-กัมพูชาในห้วงสองประเทศมีข้อพิพาทชายแดนยืดเยื้อ เพื่อให้อยู่ในจุดสมดุล แม้หลังฉากจะมีการขับเคลื่อนต่อรองกันในหลายกรณีก็ตาม

ภายหลัง“เจนส์ ดีเฟนซ์” (Janes Defence) สื่อด้านความมั่นคงของสหราชอาณาจักร เปิดภาพถ่ายดาวเทียม แสดงสถานะของเรือรบใหม่กัมพูชา ไทป์ 056A เรือคอร์เวตติดอาวุธนำวิธี ที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลจีน

โดยระบุว่า อาวุธปล่อยจากเรือที่ติดตั้งบนเรือคอร์เวตชุดนี้ คือ YJ-83 หรือชื่อในการส่งออกคือ C-802 เป็นอาวุธปล่อยโจมตีเรือ มีพิสัยการยิงราว 180 กิโลเมตร โดยหนึ่งในเรือชุดนี้ของกัมพูชา ที่ถูกระบุว่าอยู่ในสถานะพร้อมปฏิบัติงานแล้วคือ RCNS Kohkong Senchey เลขประจำเรือ 622

เรือดังกล่าวจอดที่ “ฐานทัพเรือเรียม” ตั้งอยู่ในจังหวัดพระสีหนุ เป็นหนึ่งในฐานทัพที่ได้รับการสนับสนุนการปรับปรุงขีดความสามารถจากรัฐบาลจีน และจีนก็วางระบบเรดาร์และวางกำลังทางเรือที่ฐานทัพเรือเรียม

ยังไม่นับฝ่ายกัมพูชาโชว์รถถังที่เพิ่งรับการส่งมอบจากจีนตามโครงการความช่วยเหลือเก่า หรือการวางพิกัด PHL03 เล็งเป้าที่ท่าเรือสัตหีบ

ด้านการทหาร ภาพการลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ของ “บิ๊กกลาโหม-เหล่าทัพ”ตรวจแนวรบ เช็กความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันประเทศ หลังพบทหารกัมพูชารุกคืบขุดคูเลต สร้างบังเกอร์ตลอดแนว ใกล้ฐานปฏิบัติการของฝ่ายไทยหลายพื้นที่

สำหรับการปะทะรอบ 3 ตามที่หลายฝ่ายประเมินไว้ มีแนวโน้มเกิดขึ้นในห้วงปลายฝนต้นหนาว แต่การปะทะรอบนี้จะต่างกับสองรอบเมื่อปี 2568 ที่เป็นการสู้รบตลอดแนว แต่ครั้งนี้กัมพูชาจะเปิดศึกเฉพาะจุด

เริ่มกันที่ ชายแดน จ.สระแก้ว บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านคลองแผง ภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่ราบแผ่นดินต่อแผ่นดิน สมรภูมิที่ต้องลุ้นกันจนนาทีสุดท้าย โดยเฉพาะบ้านหนองจาน ทหารไทยเข้าควบคุมพื้นที่ได้เส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนครบกำหนดหยุดยิง เวลา 12.00 วันที่ 27 ธ.ค.2568

ปัจจุบันชายแดนฝั่งสระแก้ว พบความเคลื่อนไหวทหารกัมพูชาซ้อมรบภายหลังได้รับอาวุธใหม่ ทำให้ “กองกำลังบูรพา” ออกคำสั่งเพิ่มเติม ห้ามประชาชนเข้าพื้นที่ยามวิกาลบริเวณหลัก 46-47 ด้านทิศตะวันออก ถนนศรีเพ็ญ บ้านหนองจาน และมีการขุดคูเลต สร้างบังเกอร์ เป็นแนวยาว หลังพื้นที่บ้านคลองแผงห่างรั้วกาสิโนประมาณ 30 เมตร บริเวณด่านบึงตะกวน

3 เสนาธิการ” เหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ. พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสธ.ทร. พล.อ.อ.อนุรักษ์ รมณารักษ์ เสธ.ทอ. ลงพื้นตรวจสอบเก็บข้อมูลเพื่อประสานการปฏิบัติระหว่างเหล่าทัพ เตรียมพร้อมปฏิบัติทางทหารทุกมิติให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ ยังร่วมประชุมหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง 3 พื้นที่กองกำลังชายแดนไทย-กัมพูชา คือ กองกำลังสุรนารี กองกำลังบูรพา และ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) เพื่อบูรณาการเป้าหมายร่วมทางทหาร และเตรียมการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ตั้งแต่ขั้นการเตรียมกำลัง จนไปถึงขั้นการใช้กำลัง และสนับสนุนภารกิจของกองกำลังป้องกันชายแดนเพื่อให้มีความพร้อมในการปกป้องอธิปไตย และดูแลประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เพราะก่อนหน้านั้น พล.อ.อ.อนุรักษ์ รมณารักษ์ เสธ.ทอ. ลงพื้นที่กองกำลังสุนารี ทภ.2 และ กปช.จต.ของกองทัพเรือสำรวจภูมิรัฐศาสตร์มาแล้ว

ทั้งนี้ มีการประเมินว่า กัมพูชาขุดคูเลต สร้างบังเกอร์แข็งแรงใกล้ฐานของทหารไทย ไม่ใช่เฉพาะชายแดน จ.สระแก้ว เท่านั้น ยังพบในพื้นที่บ้านท่าเส้น-ทมอดา จ.ตราด ตลอดแนวคู่ขนานชายแดนฝั่งไทย เพื่อป้องกันการปฏิบัติการเครื่องบินรบ F-16 และกริพเพน หากมีการปะทะรอบ 3

เพราะทุกครั้งเครื่องบินรบขึ้นปฏิบัติการ ทหารไทยจะต้องถอยร่นออกจากพื้นที่ให้ไกลรัศมีทิ้งบอมบ์ประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อความปลอดภัย ดังนั้น คูเลตจึงเปรียบเสมือนหลุมหลบภัยของทหารกัมพูชา และจะใช้จังหวะรุกคืบเข้ายึดพื้นที่คืน

พล...เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวถึงการลงพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้วของ 3 เสนาธิการเหล่าทัพว่า เป็นการตรวจสอบพื้นที่ภูมิศาสตร์เป็นสิ่งจำเป็น เพราะได้เห็นพื้นที่จริง พื้นที่ที่อาจมีการปฏิบัติการรบร่วมใด ๆ ก็แล้วแต่ จะได้เข้าใจภูมิศาสตร์ของพื้นที่จริง ถือเป็นเจตนารมณ์ของ 3 เหล่าทัพ ที่ให้เสนาธิการเป็นหัวหน้าฝ่ายเสธ ถือเป็นหัวหน้าระดับมันสมอง ได้ลงไปเพื่อเตรียมการในขั้นรายละเอียด ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น ซึ่งไม่ใช่เฉพาะภัยคุกคามทางกายภาพอย่างเดียว ยังมีภัยคุกคามที่มองไม่เห็น เช่น โดรน หรือการใช้ขีดความสามารถทางไซเบอร์ในการโจมตีซึ่งกันและกัน ที่มีอยู่ตลอดเวลา

ขณะที่ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมกับ พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมและพบปะ กำลังพลของ ทภ.3 ที่ส่งมาสนับสนุนภารกิจ ทภ.2 ปกป้อง ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และเนิน 350 อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ โดยเฉพาะปราสาทตาเมือนธม ทหารกัมพูชาตั้งฐานห่างเพียง 20 เมตร

ปัจจุบันพื้นที่ของกองกำลังสุรนารีได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบใหม่ โดยปรับเปลี่ยนจากเดิม 3 หน่วยเพาะกิจ(ฉก.)มาเป็น 4 ฉก. ประกอบด้วย

ฉก.1 จังหวัดศรีสะเกษ (ตอนเหนือ)ได้แก่ ซำแต ภูมะเขือ ห้วยตามาเรีย พลาญหินแปดก้อน พื้นที่โดยรอบ อ.กันทรลักษ์ จ. ศรีสะเกษ

ฉก.2 จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่หลักเขตที่ 2 ผ่านพื้นที่ช่องจอม - ปราสาทตาเมือน จนสุดเขตจังหวัดบุรีรัมย์

ฉก.3 จังหวัดศรีสะเกษ (ตอนใต้) ตั้งแต่ช่องทับอู จนถึงหลักเขตที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่ อ.ขุนหาญ-ภูสิงห์

ฉก.4 ( แบ่งมาจาก ฉก.1 เดิม ) จังหวัดอุบลราชธานี ช่องบก ช่องอานม้า เนิน 469 และพื้นที่แนวชายแดน อ.น้ำยืน

ส่วน “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม อาศัยวันหยุดสุดสัปดาห์เมื่อวันที่ 4-5 ก.ค. เลาะตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชาฝั่งอีสาน-สระแก้ว-ตราด เช็กโครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันประเทศ ภายใต้โครงการ “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์”

ภายใต้การส่งสัญญาณเตือน จากผู้นำกองทัพไทยถึงผู้นำกัมพูชา หากยังใช้นโยบาย ยั่วยุ บิดเบือน ใส่ร้ายฝ่ายไทย อาจเป็นอุปสรรคสร้างเสถียรภาพ และความสงบสุขชายแดนไทย-กัมพูชา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...