โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทำไมทางหนีไฟมักมีปัญหา?อังกฤษ-สิงคโปร์ที่กฎหมายเข้มแต่อาคารก็มีปัญหา

Amarin TV

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะในอังกฤษ หรือสิงคโปร์ ซึ่งมีบทลงโทษทั้งการปรับ การจำคุก หรือสั่งปิดอาคาร ก็ยังพบข้อบกพร้องที่ทางออกฉุกเฉินไม่ต่างกัน

เช้าวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 กลายเป็นเช้าที่ชาวไทยตื่นมาต่างรู้สึกตกใจ เมื่อได้เห็นข่าวไฟไหม้โรงเบียร์ขนาดใหญ่ย่านลาดพร้าว ตัวเลขความสูญเสียที่เกิดขึ้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนชวนสลดใจ

แต่สิ่งที่ได้รับการพูดถึงกันต่อมาคือ ทางออกของร้านมีเพียงแค่ทางเดียว และดูเหมือนว่า แม้จะมีทางออกอื่นแต่ลูกค้าภายในร้านก็ออกไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

ทีมงานของ Spotlight ค้นหาข่าวเกี่ยวกับกฎหมายป้องกันไฟในต่างแดนทันที เพราะอยากจะทราบว่า ในต่างแดน โดยเฉพาะประเทศที่มีกฎหมายเข้มข้น เขามีข้อปฏิบัติเรื่องการป้องกันไฟในอาคารอย่างไรบ้าง แต่กลับพบกับเรื่องน่าตกใจอย่างหนึ่งคือ ไม่ว่าจะในอังกฤษ หรือสิงคโปร์ ซึ่งมีบทลงโทษทั้งการปรับ การจำคุก หรือสั่งปิดอาคาร ก็ยังพบข้อบกพร้องที่ทางออกฉุกเฉินไม่ต่างกัน

อังกฤษเผยตัวเลขตรวจสอบอาคาร 42 % ต้องแก้ไข

กระทรวงการเคหะ ชุมชน และการปกครองท้องถิ่นของอังกฤษ (MHCLG) เผยรายงานสถิติด้านการป้องกันอัคคีภัยประจำปี สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2025 โดยรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยด้านอัคคีภัยในอาคาร (Fire Safety Audits) จำนวน 51,020 แห่ง แต่พบว่า มีเพียง 29,714 แห่ง หรือราว 58% ที่ผ่านการตรวจตามมาตรฐาน ขณะที่อีกประมาณ 42% พบข้อบกพร่องและต้องปรับปรุง โดยสัดส่วนอาคารที่ผ่านการตรวจยังอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 และใกล้เคียงกับปีก่อน

สำหรับสาเหตุการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่พบมากที่สุด คือ การฝ่าฝืนข้อกำหนดเกี่ยวกับทางออกฉุกเฉิน (Article 14 – Emergency Exits) แม้จำนวนการกระทำผิดในประเด็นนี้จะลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังคงเป็นปัญหาหลักที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ

สำหรับ Article 14 นั้นคือ มาตราที่ระบุว่าด้วยเส้นทางหนีไฟและทางออกฉุกเฉิน โดยพบปัญหานี้จำนวน 10,323 ครั้ง แม้ลดลง 12% จากปีก่อน แต่ยังคงเป็นข้อบกพร่องอันดับหนึ่ง คิดเป็น 14% ของการฝ่าฝืนทั้งหมด รองลงมา ได้แก่

  • Article 17 การบำรุงรักษาระบบความปลอดภัยจากอัคคีภัย 8,666 ครั้ง
  • Article 9 การจัดทำและทบทวนการประเมินความเสี่ยงจากอัคคีภัย 8,471 ครั้ง
  • Article 15 แผนรับมือเหตุฉุกเฉินและอันตรายร้ายแรง 8,013 ครั้ง
  • Article 8 การจัดให้มีมาตรการป้องกันอัคคีภัยขั้นพื้นฐาน 7,615 ครั้ง

แม้หลายประเภทของการฝ่าฝืนจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่หลายข้อยังคงสูงกว่าระดับเมื่อ 5 ปีก่อน สะท้อนว่าการบังคับใช้กฎหมายยังต้องดำเนินต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ออก หนังสือแจ้งเตือนและคำสั่งทางกฎหมาย (Formal Notifications) จำนวน 2,972 ฉบับ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน และสูงกว่าระดับเมื่อ 5 ปีก่อนถึง 29% สะท้อนว่าการบังคับใช้กฎหมายด้านอัคคีภัยยังมีความเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง

ส่วนบทลงโทษ สำหรับการฝ่าฝืนกฎหมายความปลอดภัยอัคคีภัย เช่น ทางหนีไฟถูกปิดกั้นหรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนดจะถูก

  • ปรับได้ ไม่จำกัดวงเงิน (Unlimited fine)
  • จำคุกได้สูงสุด 2 ปี

โดยความเข้มงวดของกฎหมายอังกฤษคือ ศาลสามารถกำหนดค่าปรับตามความร้ายแรงของคดีได้ ไม่มีเพดานสูงสุด

สิงคโปร์เพิ่มตรวจเข้มอาคาร ปัญหาพบบ่อยคือป้ายทางหนีไฟ

สำหรับสิงคโปร์ ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนของไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นของกฎหมาย มีตัวเลขจากสำนักงานป้องกันพลเรือนสิงคโปร์ (SCDF) เปิดเผยว่า ในปี 2015 จากการตรวจสอบตามกฎหมายป้องกันอัคคีภัย กลับพบว่า ความผิดที่พบมากที่สุด คือ การเปลี่ยนการใช้อาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต (Unauthorised Change of Use) คิดเป็น 50% ของหนังสือแจ้งความผิดทั้งหมด รองลงมา ได้แก่

  • การดัดแปลงระบบความปลอดภัยจากอัคคีภัยโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การเก็บหรือขนส่งน้ำมันและวัตถุไวไฟโดยไม่มีใบอนุญาต

ส่วนคำสั่งที่เจ้าหน้าที่สั่งให้อาคารแก้ไข เพราะมีสภาพเสี่ยงอัคคีภัยมีจำนวน 3,149 ฉบับ แม้ลดลงจากปีก่อน 5.9% แต่ปัญหาที่พบมากที่สุด คือ ป้ายทางออกฉุกเฉิน (Exit Signs) ไม่ส่องสว่าง

สำหรับบทลงโทษ สิงคโปร์ใช้ระบบไต่ระดับ โดยหากไม่แก้ไขข้อบกพร่องหลังได้รับคำเตือน อาจถูกปรับสูงสุด 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 129,000 บาท ส่วนความผิดทั่วไปด้านความปลอดภัยอัคคีภัย ศาลสามารถสั่งปรับได้สูงสุด 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 258,000 บาท และ/หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

หากเป็นการดัดแปลงอาคารหรือระบบป้องกันอัคคีภัยโดยไม่ได้รับอนุญาต จนส่งผลกระทบต่อการอพยพหรือความปลอดภัย อาจถูกปรับสูงสุด 200,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 5.17 ล้านบาท และ/หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี นอกจากนี้ ในกรณีร้ายแรง เจ้าหน้าที่ยังมีอำนาจสั่งปิดอาคารชั่วคราวได้อีกด้วย.

จะสังเกตเห็นได้ว่า แม้ในประเทศที่มีกฎหมายเข้มงวด แต่ปัญหาเรื่องทางหนีไฟกลับพบเห็นได้โดยทั่วไป ท้ายที่สุดแล้ว ปัญหานี้กลับขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของเจ้าของอาคารหรือ? เพราะบางคนใช้ความมักง่ายในการดำเนินกิจการ แต่เมื่อเกิดเหตุร้ายแรงอย่างไฟไหม้ขึ้นจริง คนที่รับเคราะห์กลับเป็นคนทั่วไป
https://www.gov.uk/government/statistics/fire-prevention-and-protection-england-year-ending-march-2025/fire-prevention-and-protection-statistics-england-april-2024-to-march-2025?utm_source=chatgpt.com

https://www.scdf.gov.sg/docs/default-source/media-room-%28publications%29/annual-statistics/fire-safety-enforcementstatistics-jan-dec-2015.pdf?sfvrsn=2d0b4139_1&utm_source=chatgpt.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...