เด็ก ม.2 แสบ! ลักเงิน 7 แสนบาท นำไปซื้อไอโฟนแจกเพื่อน 11 เครื่อง
วันที่ 18 ธันวาคม 2566 น.ส.รุ่งรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ครูสอนชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี ร้องเรียนว่า ตนเอง พร้อมนางวัฒนา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นแม่ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ พ.ต.ต.ดิเรก เอี่ยมเล่ สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยคต ว่า เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ถูก ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี อยู่ชั้น ม.2 ซึ่งมีบ้านติดกัน ฉวยโอกาสเข้ามาลักเงินในห้องนอนตนเอง ซึ่งเก็บไว้อยู่ในโต๊ะ จำนวน 7 แสนบาทไป
โดย น.ส.รุ่งรัตน์ เล่าว่า ตนพักอาศัยอยู่กับแม่ พร้อมลูก และหลาน จำนวน 6 คน ได้เปิดเป็นร้านขายของชำ อยู่ริมถนนสายบ้านบ่อทราย – บ้านคลองหวาย ซึ่งก่อนหน้านั้นครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2566 เวลาประมาณ 10.00 น.แม่ของตนอยู่บ้านคนเดียว นั่งเลี้ยงเด็กอยู่บนแคร่ หลังจากนั้นได้มี ด.ญ.เอ ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกัน ได้เดินลัดข้างบ้านเข้ามาทำท่าจะซื้อของ แต่เดินตรงไปยังกระติกใส่เงิน หลังจากนั้นได้ฉวยโอกาส หยิบเงินไปจำนวน 2 พันบาท โดยแม่ของตนเห็น และได้ว่ากล่าวกับ ด.ญ.เอ ให้วางเงินไว้ที่เดิม โดยที่ทางแม่ของตนไม่ได้เอาเรื่อง
ต่อมาครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 เวลา 19.00 น. ตนได้รู้จากเพื่อนบ้านว่า ด.ญ.เอ มีเงินใช้จ่ายแบบสะพัด ใช้เงินแบงก์พันไปซื้อสิ่งของเป็นโทรศัพท์มือถือไอโฟน ให้กับกลุ่มเพื่อน ๆ นักเรียนด้วยกัน ซึ่งหลานชายตนเองได้เรียนอยู่ที่เดียวกันกลับมาบ้าน ก็มาเล่าให้ฟัง ด้วยความเอะใจ ตนเองจึงเข้าไปดูเงินที่เก็บไว้ใต้โต๊ะ ซึ่งเป็นเงินที่ตนกู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครู มาจำนวน 5 แสน เพื่อจะปรับปรุงบ้าน พร้อมกับเงินแม่อีก 2 แสน รวมเป็นเงิน 7 แสน ที่ใส่กระเป๋าไว้ในตู้ เงินทั้งหมดได้หายไปหมด จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายดังกล่าว
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้นำ ด.ญ.เอ มาสอบถาม และเด็กก็ให้การรับสารภาพว่า ได้เข้าไปลักเงินจำนวน 7 แสนบาท จริง โดยได้นำเงินไปให้นายบิ๊ก (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นแฟน จำนวน 7 แสน แต่นายบิ๊ก ให้การปฏิเสธ อ้างว่าได้มาแค่ 3 แสนบาท อีก 3 แสนบาท แบ่งให้นายเอ็ม หลังจากนั้นกลุ่มเด็กดังกล่าว ได้พากันไปเที่ยวที่โลตัส อ.หนองฉาง ได้ซื้อโทรศัพท์ไอโฟนจำนวน 11 เครื่อง
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ห้วยคต ได้ไปติดตามโทรศัพท์ไอโฟนได้คืนมาทั้งหมด 11 เครื่อง โดยให้เจ้าของร้านมารับซื้อคืน เพื่อนำเงินส่งคืนเจ้าของ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเงินมาคืนให้กับตนเองจำนวน 1 แสน 2 หมื่นบาท ส่วนที่เหลืออีก 5 แสน 8 หมื่น ยังไม่ได้คืน ซึ่งตนเองได้ติดตามสอบถามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตลอด แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ในส่วนที่จะไกลเกลี่ยกับผู้ปกครองนั้น ต้องให้ตนเองไปจ้างทนายความมาฟ้องร้องเอา
นอกจากนี้ ส่วนที่เจ้าหน้าที่ได้เรียกเด็กหญิงมาสอบปากคำ และให้การรับสารภาพ นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีอำนาจในการเรียกผู้ปกครองมาสอบสวน ตนเองจึงวอนให้สื่อมวลชน ช่วยติดตามดังกล่าว เพราะมีผู้เกี่ยวข้องหลายคน