3 โบรกฯ คาดแนวโน้มหุ้นไทยภาคบ่าย แนะกลยุทธ์ลงทุน
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส คาดดัชนีหุ้นบ่ายนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,370-1,390 จุด โดยดัชนีช่วงเช้าร่วงกว่า 8.85 จุด โดยเฉพาะ KTB และ KBANK ที่งบไตรมาส 4/66 ออกมาต่ำคาด สร้าง Sentimentกดดันภาพบรรยากาศการลงทุนช่วงเช้า พลิกตลาดให้หาฐานต่อ โดย Downside ที่แนวรับสำคัญ 1,370 จุด ที่มีโอกาสเห็นรอบรีบาวน์รูปแบบ Inverse Head & Shoulders รวมถึง Indicator อย่าง RSI เริ่มเข้าเขต Oversold มีโอกาสดีดกลับ
ขณะที่ดัชนี Hang Seng หลุด 15,000 จุด เสี่ยงทดสอบ 14,600 จุด จากความกังวลภาวะเศรษฐกิจจีนโดยรวมยังไม่แข็งแรง ฉุดรั้งจาก Demand ชะลอตัว และภาคอสังหาซบเซาขณะที่เช้านี้PBOC ยังคงตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) 1 ปี และ 5 ปี ไว้ที่3.45%และ 4.20% ตามลำดับ สะท้อนรัฐบาลจีนอาจไม่ใช้ยาแรงในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้การฟื้นตัวไม่ได้หวือหวา และสร้างความไม่เชื่อมั่นแก่นักลงทุน กดดันกลุ่ม China Play ในระยะนี้ เช่น SCGP ,IVL ,PTTGC JWD, CBG ,TKN และ MEGA
ทั้งนี้ ตลาดมีมุมมองการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed เหลื อเพียง 5 ครั้งในปีนี้แต่ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายปีนี้ยังอยู่ในวัฏจักรขาลง เชื่อว่าส่งผลให้ ค่าเงิน USD อ่อนค่าและเงินบาทกลับมาแข็ง เป็นผลดีต่อ Fund Flow ไหลกลับเข้าไทยได้มากขึ้น
บล.โกลเบล็ก ระบุว่าดัชนีหุ้นไทยอ่อนตัวลง หลังผลประกอบการกลุ่มธนาคารอ่อนตัว และการตั้งสำรองของธนาคารที่เพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทต่างๆ อีกทั้งดัชนีปรับตัวลงสร้าง Lower Low ทำให้มีโอกาสปรับตัวลงต่อได้ ช่วงบ่ายดัชนีมีแนวรับที่ 1,370 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,385 จุด
ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้า ดัชนีปรับตัวลงต่ำสุดถึง 13 จุด แรงขายหลักมาจากหุ้นกลุ่มธนาคารที่ส่วนใหญ่รายงานงบออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด ประกอบกับคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มี.ค. นี้ ทำให้ตลาดมีความกังวลภาวะดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ส่งผลให้ดัชนีพักเที่ยงปิดตลาดที่ 1,374.19 จุด ลบ 8.32 จุด หรือ 0.60% มีมูลค่าการซื้อขาย 29,826 ล้านบาท
บล.เอเอสแอล ระบุว่า ดัชนีภาคเช้าปรับตัวลงขานรับ PBOC คงอัตราดอกเบี้ยกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปี และ 5 ปีในวันนี้ สวนทางกับตลาดที่คาดว่าจะปรับลดลง หลังเริ่มเห็นสัญญาณเงินฝืด และเศรษฐกิจที่ถดถอย รวมกับแรงกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารโดยเฉพาะ KBANK , KTBและ KKPที่ผลประกอบการต่ำคาดอย่างมาก ขณะที่เห็นแรงซื้อใน TTB, TCAP และ BBL ที่มีปัจจัยพื้นฐานดีกว่า
อย่างไรก็ตามหลายธนาคารยังไม่ได้ให้ทิศทางและเป้าหมายการดำเนินงานในปีนี้ (คาดหวังมุมมองที่ผ่านจุดต่ำสุด) ประกอบกับการจ่ายเงินปันผล จึงมองว่าจะเป็นตัวช่วยจำกัด downside risk ติดตามการประชุม Boj และดุลการค้าญี่ปุ่นเดือน ธ.ค.ในวันพรุ่งนี้
ขณะที่สหรัฐในสัปดาห์นี้มีรายงานจีดีพีไตรมาส 4/66 และ PCE ขณะที่ปัจจัยในประเทศติดตามผลประกอบการกลุ่ม realsector, การประชุมบอร์ด Digitalwallet ที่คาดว่าจะใช้ไม่ทันตามแผนเดิมช่วง พ.ค. และตัวเลขนำเข้าส่งออก เดือนธ.ค.ด้านแนวโน้มตลาดภาคบ่ายมีโอกาสฟื้นตัวแนวโน้มค่าเงินชะลอการอ่อนค่า และแรงขายกลุ่มธนาคาร -การเงินที่อาจจะชะลอตัว
กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,366-1,380 หากไม่ต่ากว่า 1,366 ความเสี่ยงขาลงเริ่มจำกัด มีโอกาสรีบาวนด์ทางเทคนิคในช่วงสั้น ทดสอบแนวต้าน 1,380-1,388 เป็นกรอบพิจารณาเล่นรอบทากาไรบางส่วน
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1