โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

3 โบรกฯ คาดแนวโน้มหุ้นไทยภาคบ่าย แนะกลยุทธ์ลงทุน

ทันหุ้น

อัพเดต 22 ม.ค. 2567 เวลา 06.20 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2567 เวลา 06.20 น.

#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส คาดดัชนีหุ้นบ่ายนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,370-1,390 จุด โดยดัชนีช่วงเช้าร่วงกว่า 8.85 จุด โดยเฉพาะ KTB และ KBANK ที่งบไตรมาส 4/66 ออกมาต่ำคาด สร้าง Sentimentกดดันภาพบรรยากาศการลงทุนช่วงเช้า พลิกตลาดให้หาฐานต่อ โดย Downside ที่แนวรับสำคัญ 1,370 จุด ที่มีโอกาสเห็นรอบรีบาวน์รูปแบบ Inverse Head & Shoulders รวมถึง Indicator อย่าง RSI เริ่มเข้าเขต Oversold มีโอกาสดีดกลับ

ขณะที่ดัชนี Hang Seng หลุด 15,000 จุด เสี่ยงทดสอบ 14,600 จุด จากความกังวลภาวะเศรษฐกิจจีนโดยรวมยังไม่แข็งแรง ฉุดรั้งจาก Demand ชะลอตัว และภาคอสังหาซบเซาขณะที่เช้านี้PBOC ยังคงตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) 1 ปี และ 5 ปี ไว้ที่3.45%และ 4.20% ตามลำดับ สะท้อนรัฐบาลจีนอาจไม่ใช้ยาแรงในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้การฟื้นตัวไม่ได้หวือหวา และสร้างความไม่เชื่อมั่นแก่นักลงทุน กดดันกลุ่ม China Play ในระยะนี้ เช่น SCGP ,IVL ,PTTGC JWD, CBG ,TKN และ MEGA

ทั้งนี้ ตลาดมีมุมมองการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed เหลื อเพียง 5 ครั้งในปีนี้แต่ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายปีนี้ยังอยู่ในวัฏจักรขาลง เชื่อว่าส่งผลให้ ค่าเงิน USD อ่อนค่าและเงินบาทกลับมาแข็ง เป็นผลดีต่อ Fund Flow ไหลกลับเข้าไทยได้มากขึ้น

บล.โกลเบล็ก ระบุว่าดัชนีหุ้นไทยอ่อนตัวลง หลังผลประกอบการกลุ่มธนาคารอ่อนตัว และการตั้งสำรองของธนาคารที่เพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทต่างๆ อีกทั้งดัชนีปรับตัวลงสร้าง Lower Low ทำให้มีโอกาสปรับตัวลงต่อได้ ช่วงบ่ายดัชนีมีแนวรับที่ 1,370 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,385 จุด

ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้า ดัชนีปรับตัวลงต่ำสุดถึง 13 จุด แรงขายหลักมาจากหุ้นกลุ่มธนาคารที่ส่วนใหญ่รายงานงบออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด ประกอบกับคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มี.ค. นี้ ทำให้ตลาดมีความกังวลภาวะดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ส่งผลให้ดัชนีพักเที่ยงปิดตลาดที่ 1,374.19 จุด ลบ 8.32 จุด หรือ 0.60% มีมูลค่าการซื้อขาย 29,826 ล้านบาท

บล.เอเอสแอล ระบุว่า ดัชนีภาคเช้าปรับตัวลงขานรับ PBOC คงอัตราดอกเบี้ยกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปี และ 5 ปีในวันนี้ สวนทางกับตลาดที่คาดว่าจะปรับลดลง หลังเริ่มเห็นสัญญาณเงินฝืด และเศรษฐกิจที่ถดถอย รวมกับแรงกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารโดยเฉพาะ KBANK , KTBและ KKPที่ผลประกอบการต่ำคาดอย่างมาก ขณะที่เห็นแรงซื้อใน TTB, TCAP และ BBL ที่มีปัจจัยพื้นฐานดีกว่า

อย่างไรก็ตามหลายธนาคารยังไม่ได้ให้ทิศทางและเป้าหมายการดำเนินงานในปีนี้ (คาดหวังมุมมองที่ผ่านจุดต่ำสุด) ประกอบกับการจ่ายเงินปันผล จึงมองว่าจะเป็นตัวช่วยจำกัด downside risk ติดตามการประชุม Boj และดุลการค้าญี่ปุ่นเดือน ธ.ค.ในวันพรุ่งนี้

ขณะที่สหรัฐในสัปดาห์นี้มีรายงานจีดีพีไตรมาส 4/66 และ PCE ขณะที่ปัจจัยในประเทศติดตามผลประกอบการกลุ่ม realsector, การประชุมบอร์ด Digitalwallet ที่คาดว่าจะใช้ไม่ทันตามแผนเดิมช่วง พ.ค. และตัวเลขนำเข้าส่งออก เดือนธ.ค.ด้านแนวโน้มตลาดภาคบ่ายมีโอกาสฟื้นตัวแนวโน้มค่าเงินชะลอการอ่อนค่า และแรงขายกลุ่มธนาคาร -การเงินที่อาจจะชะลอตัว

กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,366-1,380 หากไม่ต่ากว่า 1,366 ความเสี่ยงขาลงเริ่มจำกัด มีโอกาสรีบาวนด์ทางเทคนิคในช่วงสั้น ทดสอบแนวต้าน 1,380-1,388 เป็นกรอบพิจารณาเล่นรอบทากาไรบางส่วน

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...