โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตภรรยาผู้น่าสงสาร ยุค 70

นิยาย Dek-D

อัพเดต 27 ม.ค. 2567 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2567 เวลา 05.00 น. • สตรีไร้เงา
ในยุคปัจจุบันก็ถูกสามีนอกใจไปเอากับเพื่อนสนิท พอทะลุมิติมาอยู่ในยุค 70 สามีก็ดันมาตายอีก ชีวิตของเธอช่างโชคร้ายเสียจริง แต่ไม่เป็นไรเพราะยังมีลูกสาวน่ารักอย่างผิงผิงข้างกาย เธอจะต้องสู้เพื่อลูกสาว…

ข้อมูลเบื้องต้น

นิยายเรื่องนี้เป็นแนวครอบครัว Feel Good นางเอกไม่ยอมคน ปากจัดนิดหน่อย นางเอกสู้ชีวิตเพื่อลูกสาว

นิยายเรื่องนี้ไรต์ได้ข้อมูลจากเพื่อนคนจีนมาค่อนข้างเยอะ ไรต์จึงอยากจะแต่งนิยายเรื่องนี้ตามความเป็นจริงและวิถีชีวิตของคนในยุคนั้น แต่…แต่ จะไม่แต่งเอี่ยวกับการเมืองนะคะ

เนื้อเรื่องจะประมาณแบบว่านางเอกที่ผิดหวังจากครอบครัวในยุคปัจจุบันมาอยู่ในยุค 70 แล้วมีลูก พยายามทำทุกอย่างเพื่อลูก เนื้อเรื่องเน้นตัวละครเอกเป็นหลัก พระเอกดีแสนดี ทันมารยาหญิงทุกคน เนื้อเรื่องจะค่อย ๆ เล่าถึงชีวิตของพระนางจากที่ลำบากยากจน จนกลายเป็นผู้มั่งคั่งในเวลา 10 ปีต่อมา

เรื่องนี้ไรต์จะแต่งฟีลแบบครอบครัว ตามที่รี้ดอยากจะให้แต่ง คือบทบาทของลูกตัวเอกจะมีมากขึ้น ดราม่าไม่มากแต่ก็มีเพื่อเพิ่มสีสันในเรื่อง ยังไงก็ฝากทุกรี้ดที่น่ารักทุกคนติดตามเรื่องนี้กันด้วยน้า

ถุงมิติ

‘แม่ผิงผิงหิว’

‘แม่ ไม่มีข้าวกินเลย’

‘แม่ ผิงผิงมีซาลาเปามาให้แม่’

เสียงใสของเด็กหญิงวัย 4 ขวบดังก้องในโสตประสาทของ เฟยอวี่ไม่หยุด ทุกครั้งที่ข่มตาหลับความฝันแปลกประหลาดมักจะผุดเข้ามาในห้วงความฝันเธอทุกครั้ง…

ร่างบางผอมเพรียวสะดุ้งตกใจลุกพรวด เสียงหายใจหอบผสมผสานกับเสียงแอร์ภายในห้อง เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลผุดเต็มใบหน้าเรียวสวย

“ทำไมเราถึงฝันแบบนั้นช้ำ ๆ นะ แล้วที่นั่นคือที่ไหนกันทำไมผู้คนถึงได้ดูลำบากยากจนขนาดนั้น”

ในความฝันเฟยอวี่เห็นเด็กหญิงตัวน้อยวัย 4 ขวบหน้าตามอมแมม ผอมบางเหมือนเจ้าลิงน้อยเลย แลดูน่าสงสารมากและภาพอื่น ๆ คือผู้คนใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ บางคนก็ใส่เสื้อผ้าที่นำเศษผ้ามาเย็บต่อกัน ดูไม่ต่างจากคนยุค 60-70 เลยสักนิด

บ้านที่อยู่อาศัยก็เป็นกรึ่งไม้หญ้าแห้งกรึ่งดิน ดูเก่า ๆ ทรุดโทรม ภาพในความฝันทำให้เฟยอวี่นึกถึงเรื่องเล่าของคุณยายเมื่อ2 ปีก่อนที่ยายเคยเล่าให้ฟัง เรื่องมิติและมีคนทะลุมิติไปอยู่ในยุคที่ลำบากยากจนข้าวยากหมากแพงนั่น แต่เธอก็ไม่เชื่อหรอกนะ

ไม่อยากจะคิดมาก เฟยอวี่ลุกเดินไปที่ครัวไปหยิบน้ำมาดื่ม เดินออกมาก็เห็นชองสีขาวที่หน้าประตู เธอหยิบขึ้นมาเปิดอ่านดูคือข้อตกลงในใบหย่าที่เธอกับสามีได้ตกลงกันไว้

“เหอะ ~ ทำผิดต่อฉันแล้วยังจะมีหน้ามาร่างข้อตกลงเรื่องบ้านแบ่งทรัพย์สินกันอีกครั้งเหรอ? ตลกชะมัดเลย”

เฟยอวี่ฉีกกระดาษนั้นทิ้ง ก่อนจะถอนหายใจแรงแล้วเดินไปนั่งที่โซฟา…ย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน เธอได้แต่งงานกับสามีที่เธอรักนักรักหนา สัญญาว่าชาตินี้จะไม่รักใครนอกจากเขา แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะนอกใจไปเอากับเพื่อนสนิทของเธอ แล้วเธอก็ไม่คิดด้วยว่าเพื่อนสนิทจะเลวทำกันได้ขนาดนี้

แต่งงานกันได้หนึ่งปี เฟยอวี่อยากจะมีลูกแต่สามีดันไม่พร้อมไม่อยากมี ให้เหตุผลว่ายังไม่มีเงินมากพอที่จะเลี้ยงดูลูกได้ อยากจะหาเงินอีกสักหน่อย จึงขอให้เธอไปยุติการตั้งครรภ์ก่อน รอเมื่อพร้อมกว่านี้ค่อยมาปรึกษากันเรื่องนี้อีกครั้ง

เธอก็ดันโง่เชื่อคำสามีไปคุยกับหมอให้หมอช่วย หมอตรวจร่างกายแล้วครรภ์มีปัญหาด้วยจึงต้องทำการยุติการตั้งครรภ์ไป วันนั้นเฟยอวี่เสียใจมากแต่ก็ได้แต่ทำใจ…

2 ปีต่อมาเฟยอวี่ก็ตั้งท้องอีกครั้ง เธอได้ไปบอกเรื่องนี้ให้สามีรู้ สามีไม่มีทีท่าดีใจเลยสักนิดเดียว นับวันเริ่มห่างเหินเธอออกไป เพราะว่าคิดมากโศกเศร้าเสียใจที่สามีไม่สนใจไยดี ทำให้เฟยอวี่นอนไม่หลับ ทานข้าวไม่ได้ นำพาไปสู่ภาวะแท้งลูกในที่สุด

สูญเสียลูกครั้งที่สองนับว่าเสียใจมากแล้ว เธอพักฟื้นได้ไม่นานสามีดันมาบอกว่าทำผู้หญิงคนอื่นท้อง พอเธอถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร สามีอ้ำอึ้งอยู่นานถึงยอมบอกว่าผู้หญิงคนนั้นคือเพื่อนสนิทของเธอ

สูญเสียลูกไปยังไม่พอ ยังต้องมารับรู้และสูญเสียสามีไปให้ผู้หญิงคนอื่นอีก ชีวิตเธอเจอแต่เรื่องบัดซบเสียจริง…นอนโศกเศร้าเสียใจอยู่นานหลายวัน พอคิดอะไรหลาย ๆ อย่างได้ เฟยอวี่จึงตัดสินใจหย่ากับสามีเฮงซวยแล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ จะไม่เชื่อคำพูดของใครหน้าไหนอีกแล้ว และจะไม่ยอมให้ใครมาสร้างรอยบาดแผลให้ตัวเองอีกต่อไป…

เรื่องราวยืดเยื้อมานานเพราะสามีไม่ยอมหย่า เฟยอวี่จึงตัดสินใจฟ้องหย่าไปเลย เพราะยังไงเธอก็มีหลักฐานว่าสามีผิด กว่าศาลจะตัดสินก็ใช้เวลานานหลายเดือน สุดท้ายเธอก็ชนะคดีนี้และได้เงินมาไม่น้อย

แม้จะได้เงินจากการฟ้องหย่ามาเยอะ แต่ใช่ว่าเฟยอวี่เธอจะมีความสุข บาดแผลใหญ่ในใจที่สามีฝากไว้ให้กับเธอจะลืมไปได้ยังไงกัน แต่เสียใจไปก็เท่านั้น หย่าแล้วเธอก็ต้องใช้ชีวิตต่อจากนี้ให้ดีที่สุด…

นั่งครุ่นคิดอะไรไปเรื่อยที่ห้องรับแขกนานสักพัก เฟยอวี่ก็เดินกลับเข้ามาในห้อง มีบางอย่างที่อยู่บนเตียงทำให้ร่างบางตกใจมากถึงกับอ้าปากค้าง

“อะ…อะไรวะนั่น” สิ่งที่อยู่บนเตียงคือถุงผ้าสีเหลืองอ่อน ๆ ที่ปากถุงกำลังเปล่งแสงวิบวับออกมา เฟยอวี่เห็นแล้วตกใจมากเธอค่อย ๆ เดินเข้าไปหยิบเอาถุงนั่นมาเปิดดู

“ไม่เห็นมีอะไรนี่นา” เธอพยายามพลิกถุงดูเห็นเพียงความว่างเปล่า ได้แต่สงสัยว่าทำไมเมื่อกี้ถึงมีแสงวิบวับออกมาได้

“เราตาฝาดไปเองหรือเปล่านะ แต่…เอะ ~ ถุงนี่มาจากไหนกันนะ”

เฟยอวี่วางถุงไว้บนโต๊ะ มองช้ายแลขวาดูว่ามีประตูบานไหนเปิดออกหรือไม่ กลัวว่าจะมีคนแอบเอาถุงผ้านี้มาวางไว้ที่เตียงของเธอ

“ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกตินี่นา แล้วถุงผ้านี้มาได้ไงเนี่ย” หญิงสาวได้แต่สงสัยอยู่ภายในใจ จากนั้นเดินไปหยิบเอาถุงผ้าขึ้นมาดูอีกครั้ง

“ข้างในถุงก็ใหญ่เหมือนกันนี่ เอาไว้ใส่ของไปทำงานดีกว่า” พูดจบ เฟยอวี่ก็หยิบเอาสมุดทำงานใส่ลงไปในถุง ภาพที่สมุดหายไปในพริบตาทำให้เฟยอวี่ตกใจดวงตาเบิกโพลง อ้าปากค้างนานหลายวิ

“เห้ย…มะ…เมื่อกี้…ผีหลอกเหรอ กรี๊ดดดด ~” เห็นสมุดทำงานหายไปต่อหน้าต่อตา เฟยอวี่ตกใจกลัว เผลอทิ้งถุงไปที่พื้น ก่อนจะวิ่งขึ้นไปบนเตียงดึงมาห่มคลุมศีรษะไว้

เห็นทุกอย่างยังคงเงียบสนิทไม่มีเสียงเคลื่อนไหวใด ๆ เฟย อวี่ก็ค่อย ๆ โผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม มีแสงเป็นรูปประตูบานใหญ่วิบวับออกมาจากถุงผ้า ครู่นั้นเธอจึงฉุกคิดถึงเรื่องเล่าของคุณยายขึ้นมา

“อย่าบอกนะว่าคือถุงมิติน่ะ เป็นไปได้ยังไงกัน” ร่างบางรีบลุกจากเตียงเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตูวิบวับนั่น ก่อนจะเดินผ่านเข้าไปข้างในด้วยความประหม่า

“พระเจ้า!!! มันคือมิติจริง ๆ ด้วย คือมิติเก็บของเหรอ ใหญ่มาก แต่เอะ…มิติ เก็บของ นี่ฉันกำลังจะถูกดูดไปอีกมิติหนึ่งเหรอเนี่ย ไม่นะ ~”

แค่คิดว่าจะถูกดูดไปอีกมิติหนึ่งเหมือนเรื่องเล่าของคุณยาย เฟยอวี่แทบอยากจะร้องไห้ออกมา ความฝันที่เธอมักจะฝันอยู่บ่อย ๆ นั้นจะต้องเป็นที่ที่เธอถูกดูดไปแน่ ๆ เลย

“ฉันต้องทำยังไงดี ปฏิเสธไม่ไปได้ไหม หรือต้องไป ไม่สิ เกิดได้ไปอยู่ร่วมกับซอมบี้จะทำไง แล้วถ้าถูกดูดไปอยู่ในที่ที่ทุรกันดารฉันจะต้องทำยังไง ฮือ ๆ ฉันไม่อยากไปอยู่ในที่แบบนั้นนะ”

หลังจากที่ออกมาจากมิติ เฟยอวี่ก็นั่งเหม่ออยู่นาน ตอนนี้เธอคงทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากเตรียมตัวเตรียมใจไปซื้อของเก็บเข้าไปในถุงมิติ เรื่องที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นกับเธอจนได้ ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีกันแน่

ขณะที่กำลังครุ่นคิดหาทางออกอยู่นั้น ถุงผ้าก็ประกายแสงแจ้งเตือนเวลาให้เธอรู้ว่าเธอมีเวลาเตรียมตัวแค่ 3 วัน ก่อนจะถูกดูดไปอีกมิติหนึ่ง

“บ้าไปแล้วน่า ไม่น่าจะใช่มั้ง” ปากบ่นไม่หยุด ในหัวไม่เชื่อเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น แต่เฟยอวี่ก็ไม่ได้อยู่เฉย รีบตรวจสอบเงินในบัญชีทันที ก่อนจะจดรายการต่าง ๆ เพื่อที่จะไปซื้อเก็บไว้ในมิติ

“เอาว่ะ ฉันจะใช้เงินหมดนี่แหละ อย่างที่ยายเคยเล่าให้ฟัง เงินกับของใช้อิเล็กทรอนิกส์ เอาไปใช้ที่นั่นไม่ได้ด้วยหนิ เปลี่ยนเป็นอาหาร ยา ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นก็แล้วกัน”

ซื้อของเก็บใส่ลงไปในถุงมิติ

วันนี้เธอจะไปซื้อจำพวก ข้าวสาร 300 กระสอบ , แป้ง 300 กิโลกรัม , น้ำมันเครื่องปรุงต่าง ๆ อย่างละ 300 กิโลกรัม , สันคอหมู สันนอก สันใน สะโพก สามชั้น ซี่โครง อย่างละ 5 ตัน , เนื้อวัวส่วนละ 500 กิโลกรัม , เป็ด ไก่สำเร็จรูป 5 ตัน ยังไงเธอก็ต้องเตรียมวัตถุดิบอาหารให้ได้เยอะที่สุด เพราะไม่รู้ว่าที่นั่นการเป็นอยู่เป็นยังไง ยังไงมิติก็เก็บของสดไว้ได้นานนี่นา

“แค่นี้คงพอแหละมั้ง พรุ่งนี้ค่อยไปหาซื้อเครื่องใช้ส่วนตัวที่จำเป็นแล้วก็…”

เฟยอวี่หยุดชะงักไป ใบหน้าของเด็กหญิงในฝันผุดเข้ามาในหัวเธออีกครั้ง

“ซื้อข้าวของของเด็กไปด้วยดีกว่า” หญิงสาวนั่งคิดนั่งจดอย่างใจจดใจจ่อ

หลังจากที่จดรายการสินค้าที่จะซื้อไว้หมดแล้ว เฟยอวี่ก็เดินไปขึ้นรถไฟหาเช่ารถไปขนของมาไว้ที่ใต้คอนโด ไม่ลืมที่จะแวะไปสั่งซาลาเปาหมูสับกับป้าเจ้าของร้าน 500 ลูก ป้าเจ้าของร้านได้แต่สงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามอะไรมาก จัดซาลาเปาใส่ไว้ในกล่องให้เธอ

สั่งซาลาเปาเสร็จ เฟยอวี่ก็ไปหาซื้อไข่ไก่เพิ่ม กลัวว่าที่ที่เธอจะถูกดูดไปไม่มีไข่หรือไก่กินจึงซื้อจากที่นี่ไปเสียดีกว่า…เฟยอวี่รีบขับรถขนของไปที่ตลาดสดที่อยู่ไม่ไกลสั่งไข่ไก่ 3000 ฟอง ยังไงเธอก็ต้องซื้อของตุ๋นไว้กินนาน ๆ จนกว่าเธอจะหาเงินในยุคนั่นได้

เมื่อสั่งไข่เสร็จแล้วให้คนขนของมาไว้ที่รถแล้ว เฟยอวี่มองช้าย มองขวาไม่เห็นใคร เธอจึงรีบนำตะกร้าไข่ไก่ใส่ลงไปในถุงมิติ ทว่าครู่นั้นเธอเกิดสงสัยว่าเธอจะเอาของในถุงมิติออกมาได้ยังไง

“เวรแล้วไง ฉันต้องทำยังไงล่ะทีนี้” เฟยอวี่แน่นิ่งครุ่นคิดคิดอยู่นานสักพัก เอ่ยขอสิ่งของในนั้นก็ไม่ออกมา เฟยอวี่จึงลองวางถุงลงไปที่พื้นเหมือนตอนที่อยู่ที่ห้องดู ปรากฎว่าแสงวิบวับส่องแสงประกายออกมาจากปากถุง ก่อนจะกลายเป็นภาพประตูให้เธอเดินเข้าไปหยิบของข้างในนั้นได้

“อ่อ ~ แบบนี้นี่เอง ดี ๆ ” หลังจากที่เดินออกมาจากมิติแล้ว เฟยอวี่ลองคิดวิธีอื่นที่จะเอาของออกมาจากมิติ เพราะกลัวว่าทุกครั้งที่จะต้องเดินเข้าไปเอาของในมิติจะมีคนมาเห็นเข้า เธอจะต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

“ลองเขียนใส่กระดาษดูแล้วยัดเข้าไปในถุงดีกว่า” หญิงสาวตื่นเต้นเขียนคำว่าขอไข่ 2 ฟอง แล้วยัดเข้าไปในถุงมิติ ในพริบตาก็มีไข่ 2 ฟองออกมาจากถุงมิติจริง ๆ

“ต้องอย่างนี้สิ เจ๋งไปเลย ~” เมื่อรู้วิธีใช้ถุงมิติแล้ว เฟยอวี่ก็ขับรถไปซื้อของต่อ

เธอไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาก่อน การได้ใช้เงินอย่างไม่ต้องกลัวว่าจะต้องอดตายมันมีความสุขอย่างนี้นี่เอง…เฟยอวี่เดินเข้าไปที่ตลาดสดสั่งเนื้อหมูและเนื้อวัว ไม่ลืมเป็ดไก่สำเร็จรูปและปลาด้วย ปลานั้นเธอสั่งไม่เยอะเพราะคิดว่าที่ที่เธอจะต้องไปอยู่น่าจะหาปลากินเองได้อยู่ จึงซื้อแค่ 300 กิโลกรัมเท่านั้น

วันนี้เธอได้วัตถุดิบอาหารมาไม่น้อย เนื้อสัตว์บางส่วนที่ร้านขอมาส่งให้เธอในวันพรุ่งนี้แทน เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรตกลงตามที่เจ้าของร้านบอก เพราะเธอยังพอมีเวลาเตรียมตัวอยู่…กลับมาถึงที่บ้าน เฟยอวี่ก็จัดเตรียมเสื้อผ้า แต่เสื้อผ้าของเธอส่วนใหญ่มีแต่เสื้อผ้าสีสันสดใส

ในความฝันของเธอ ผู้คนเอาแต่ใส่เสื้อผ้าสีมืด ๆ มีแค่ไม่กี่สีเอง ถ้าเธอเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปด้วยจะไม่กลายเป็นจุดสนใจเหรอ…คิดอยู่นานสักพัก เธอจึงตัดสินใจว่าพรุ่งนี้ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่หมด ซื้อเฉพาะสีดำ สีเทาและสีมืด ๆ ที่ไม่เป็นจุดเด่นที่นั่น

เฟยอวี่ไม่ลืมที่จะเก็บเอาหม้อ กระทะ ถ้วย ช้อน ส้อม จาน ชาม ใส่ลงไปในถุงมิติด้วย แต่ใช่ว่าเธออยากจะยัดอะไรลงไปก็ได้ เพราะของบางอย่างเธอก็ยัดใส่ลงในถุงมิติไม่ได้ อย่างเช่น : ไมโคเวฟ , จักรยานยุคใหม่ , กุญแจรถยนต์ , ทีวี , ไอแพด เข้าใจง่าย ๆ คือของใช้อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด…

แค่นี้ก็ดีมากแล้ว ใส่อาหารเข้าไปเท่าไหร่ก็ได้นับว่าบุญแล้ว เธอจะได้ไม่อดตาย…หลังจากเก็บเสื้อผ้าบางส่วนใส่ลงไปในถุงมิติแล้ว เฟยอวี่ก็เดินไปเก็บเอาผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม ขาดอะไรเธอก็มาจดไว้พรุ่งนี้ค่อยไปซื้อมาเพิ่ม

วันต่อมา เฟยอวี่ตื่นมาตั้งแต่เช้าตรู่ ออกไปนั่งกินซาลาเปากับนมถั่วเหลือง ชมวิวในเมืองยามเช้าก่อนที่จะไม่ได้เห็นภาพในเมืองนี้อีก หลังจากกินอิ่มแล้วเธอก็ลาดตระเวนไปซื้อของต่อ

วันนี้ เฟยอวี่จะซื้อเสื้อผ้ารองเท้าของตัวเองและเสื้อผ้ารองเท้าของเด็กผู้หญิง เธอคิดว่ายังไงเธอก็ต้องได้พบเด็กหญิง 4 ขวบคนนั้นแน่ ไม่ลืมที่จะไปสั่งนมสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึงเด็ก 6 ขวบด้วย ใครจะไปรู้ บางทีไปอยู่ที่นั่นเธออาจจะแต่งงานมีลูกก็ได้ คิดเพื่อไว้เป็นการดีที่สุด…

หลังจากซื้อเสื้อผ้ารองเท้าของใช้ส่วนตัวเสร็จ เฟยอวี่ก็เดินไปซื้อผ้าปูที่นอน , ผ้าห่ม , หมอน , มุ้ง , ฟูก แล้วก็เครื่องใช้ภายในห้องน้ำอะไรที่จำเป็นเฟยอวี่ซื้อมาหมด…ออกมาจากตลาดแล้ว ร่างบางก็เดินไปที่ร้านขายยา ซื้อยาที่จำเป็น ยาลดไข้ ลดอาการปวดท้อง ยาดีหวัด อื่น ๆ อย่างละ 50 กล่อง/แผง

เมื่อเตรียมของทุกอย่างครบหมดแล้ว เฟยอวี่ก็กลับไปจัดของใส่ลงไปในถุงมิติ ยังมีบางรายการที่เจ้าของร้านยังไม่มาส่ง ระหว่างที่รอ เธอก็เดินขึ้นไปบนห้องจัดเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมดใส่ลงไปในถุงให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะใส่ลงไปในถุงมิติ…

ทว่าครู่นั้นฉุกคิดได้ว่าจะต้องซื้อข้าวของเครื่องใช้ในครัวและภายในบ้านด้วย เกิดถูกดูดไปที่นั่นแล้วภายในบ้านไม่มีอะไรเธอได้ตายกันพอดี ทางที่ดีที่สุดซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่ใส่ลงไปได้ไปด้วย เพราะยังไงมิติของเธอก็กว้างมากพอที่จะใส่อะไรหลาย ๆ อย่างลงไปได้

เฟยอวี่ขับรถกลับออกไปซื้อของที่จำเป็นใช้ภายในบ้านที่ตลาดขายส่งเหมือนเดิม เธอให้เจ้าของร้านไปส่งของที่คอนโด…ทว่าครู่นั้น เฟยอวี่บังเอิญขับรถผ่านร้านขายของเก่าพอดี เห็นมีจักรยานเก่า 2-3 คันวางขายอยู่ภายในร้าน เธอสนใจอยากจะได้สักคันจึงเดินเข้าไปถาม

“เถ้าแก่ รถจักรยานนี้เท่าไหร่เหรอคะ” เดินเข้ามาในร้าน เฟยอวี่ก็รู้ได้ทันทีเลยว่านี่คือร้านขายของเก่าโบราณ ราคาไม่อยากจะนึกถึงเลย

“จักรยานนี่ราคาแพงนะนังหนู จักรยานรุ่นแรก ๆ เลยนะ”

“เหรอคะ เก่ามากเลยนะคะ แต่ยังใช้ได้นะคะเถ้าแก่” เฟย อวี่สนใจอยากจะซื้อจักรยานคันนี้ใส่ลงไปในถุงมิติด้วย

เพราะคิดว่าตัวเองน่าจะถูกดูดไปในยุคโบราณ แต่ไม่รู้ว่ายุคไหนแค่นั้นเอง จักรยานคันเก่านี้น่าจะใช้ได้และไม่เป็นที่สงสัยถ้าหากจะเอาออกมาใช้ในยุคนั้น

“ยังใช้ได้สิ ขับดีเลยแหละ” เจ้าของร้านยิ้มแย้มเดินออกมาแนะนำแล้วปั่นจักรยานให้เฟยอวี่ดูรอบ ๆ ร้าน

“ก็ยังดีอยู่ เท่าไหร่คะเถ้าแก่ หนูอยากได้จักรยานคันนี้ค่ะ”

“อยากจะซื้อจักรยานไปปั่นทำไมไม่ซื้อคันดี ๆ มาปั่นล่ะ ชอบสะสมของเก่าเหรอ”

“เปล่าค่ะเถ้าแก่ หนูแค่ชอบ อยากได้น่ะ”

“อืมมม อย่างนี้นี่เอง คันนี้ 100,000 หยวน เป็นจักรยานรุ่นแรกหาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว มีแค่ที่ร้านลุงเนี่ยแหละ”

เมื่อรู้ราคาของจักรยานแล้ว เฟยอวี่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่อย่างอยากลำบาก จักรยานบ้าอะไรตั้ง 100,000 หยวน…เธอดูเงินที่เหลือในบัญชี เหลือเงิน 122,000 หยวนพอดี เอาว่ะ ถ้าไม่ได้ถูกดูดไปเธอก็จะกลายเป็นคนล้มละลายในทันที

“ลดไม่ได้เหรอคะเถ้าแก่ หนูอยากได้คันนี้จริง ๆ นะคะ”

“อืม ลุงลดให้ก็ได้ แต่ลดได้ไม่เยอะนะ 95,000 หยวน”

“ได้ค่ะ หนูเอาคันนี้ค่ะ” ไม่รีรอช้า เฟยอวี่รีบโอนตัวให้ลุงเจ้าของร้าน จากนั้นก็นำจักรยานกลับไปที่คอนโด

#เรื่องจักรยานรี้ดบางคนอาจจะคิดว่านางเอกโง่ ! นางเอกไม่ได้โง่ค่ะ…อ่านบรรยายดี ๆ นะคะ เงินในยุคปัจจุบันไม่สามารถนำไปใช้ในยุคที่นางเอกจะถูกดูดไปได้ นางเอกจึงต้องซื้อทุกอย่างที่ยัดใส่ในถุงมิติได้หมด กว่าจะหาเงินซื้อจักรยานในยุคนั้นได้ไม่ง่ายค่ะ นางเอกไม่รู้ว่าไปอยู่ที่นู่นจะเป็นยังไงซื้ออะไรได้ก็ซื้อค่ะ

#แล้วจักรยานที่นางเอกซื้อคือจักรยานรุ่นแรก ไม่ใช่จักรยานในยุคใหม่นะคะ

ทะลุมิติมาอยู่ในยุค 70

หลังจากกลับมาจัดการนำจักรยานใส่เข้าไปในถุงมิติแล้ว เฟย อวี่ก็ขับรถขนของไปซื้อเครื่องใช้ในสวนผักต่อ ที่นั่นจะต้องมีที่ให้เธอปลูกผักทำสวนแน่นอน จะต้องไปซื้อเมล็ดผักกาดขาวใหญ่ ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง หอม ผักชนิดใดที่ปลูกง่าย ๆ เฟยอวี่จะซื้อเตรียมไว้หมด ไม่ลืมที่จะซื้อปุ๋ยด้วย

“อืมมม ~ น่าจะหมดแล้วแหละ” เฟยอวี่ขับรถขนของกลับไปที่ใต้คอนโด จากนั้นก็ยัดข้าวของต่าง ๆ ลงไปในถุงมิติ จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็นำรถขนของไปส่งเจ้าของ

กลับมาถึงที่ห้อง เฟยอวี่ก็เข้าไปในมิติดูว่าของที่เธอซื้อมาครบหมดแล้วหรือยัง เหลือเพียงแค่วัตถุดิบเนื้อที่ทางเจ้าของร้านบอกว่าจะนำมาส่ง ตรวจของทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ร่างบางก็หยิบผ้าเสร็จตัวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

ขณะที่กำลังอาบน้ำอยู่นั้น เฟยอวี่ก็แอบคิดอะไรไปเรื่อย ไม่รู้ว่าที่ที่เธอจะต้องไปใช้ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้เป็นยังไง ผู้คนที่นั้นจะดีกับเธอไหม แล้วเธอจะถูกดูดไปอยู่ในยุคไหนกันแน่…

ไม่อยากจะคิดอะไรมาก เฟยอวี่รีบอาบน้ำ ทานข้าวแล้วรีบเข้านอนพักผ่อนเอาแรง…

วันที่ 3 ถุงมิติแจ้งเตือนว่าเธอเหลือเวลาอีกแค่ 12 ชั่วโมงเท่านั้น เฟยอวี่รีบเข้าไปตรวจดูของในถุงมิติอีกครั้งว่าขาดเหลืออะไรไหมจะได้รีบไปซื้อมาเก็บไว้ แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะครบหมดแล้วรอแค่เวลาเท่านั้น

เฟยอวี่หยิบเอามือถือออกมากดเข้าไปดูเงินในบัญชี ตอนนี้เงินในบัญชีของเธอเหลือแค่ 10,700 หยวนเอง ถ้าเธอไม่ได้ถูกดูดไปอีกมิติหนึ่งเธอได้กลายเป็นคนเร่ร่อนไม่มีที่อยู่แน่

“ไม่เป็นไรหรอกมั้ง เราต้องคิดบวกเข้าไว้ โอเค ออกไปหาอะไรกินดีกว่า”

วันนั้นเฟยอวี่ออกไปเดินเล่นกินเที่ยวจวนฟ้าเริ่มมืดถึงกลับมาที่คอนโด มองเวลาใกล้จะถึงเวลาแล้วเธอก็รู้สึกตื่นเต้น ไม่รู้ว่าเธอจะถูกดูดไปตอนไหนและไปอยู่ที่ไหน…

หญิงสาวนอนเล่นมือถืออยู่สักพัก ก็รู้สึกง่วงขึ้นมาความรู้สึกเหมือนกับกำลังดมยาสลบยังไงยังงั้น ทว่าครู่นั้นก็มีแสงสว่างสีขาวเปล่งแสงออกมาจากถุงมิติ ก่อนจะดูดเอาร่างของเฟยอวี่หายไป…

ณ ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง ปี 1973

“นี่ผิงผิง ล้างให้สะอาดด้วยล่ะ ไม่อย่างนั้นฉันจะให้แกล้างใหม่จนกว่าจานจะสะอาดแน่”

หญิงสาวร่างกายอวบอ้วน อยู่ในชุดสีเทาเก่า ๆ กำลังยืนเท้าเอวมองเด็กหญิงวัย 4 ขวบล้างจานอยู่ตรงหน้า

ฤดูหนาวเริ่มมาเยือน เด็กหญิงผิงผิงหน้าตามอมแมม อยู่ในอาภร์ณขาดเก่า ๆ ยืนสั่นระริกล้างจานเต็มถังที่อยู่ตรงหน้าอย่างน่าสงสาร แต่…หญิงอวบอ้วนที่ยืนข้าง ๆ ที่มีศักดิ์เป็นถึงอาไม่ได้สงสารเด็กหญิงผิงผิงเลยแม้แต่น้อย

“อาฮุ่ยหลิงคะ มีอะไรให้ผิงผิงกินไหม ผิงผิงหิว ผิงผิงไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้ว”

“ใครบอกให้แกทำงานบ้านไม่ดีเอง แล้วแม่แกล่ะยังไม่ฟื้นอีกเหรอ ลื่นล้มแค่นี้เองทำเป็นสำออยไปได้”

ฮุ่ยหลิงพูดด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด สายตาพลางมองเข้าไปในเรือนเก่า ๆ ของสองแม่ลูก ก่อนจะเอ่ยต่อว่า

“รีบ ๆ ล้างเลยนะ ฉันกลับมาต้องล้างให้เสร็จล่ะ”

พูดจบ ฮุ่ยหลิงก็เดินกลับเข้าไปในบ้านที่อยู่ไม่ห่างจากบ้านของเด็กหญิงผิงผิงนัก

ภายในบ้านมีร่างหญิงสาว ร่างกายซูบผอมที่กำลังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงลมเย็นพัดผ่านกระทบใบหน้าเรียวสวยของหญิงสาว เปลือกตางามค่อย ๆ ลืมขึ้น แสงสว่างจากข้างนอกทำให้หญิงสาวรีบหลับตาลงก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

ทันทีที่ได้สติ ดวงตาคู่สวยถึงกับเบิกโพลง ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้ร่างบางตกใจรีบลุกพรวด ยังไม่ทันจะได้ประมวลเรื่องราวที่อยู่ตรงหน้า ร่างกายหญิงสาวก็แน่นิ่งไป เหมือนถูกต้องคาถาอาคมไม่ให้ขยับไปไหนได้ยังไงยังงั้น

ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งฉายชัดเข้ามาในห้วงความคิดของเฟยอวี่ เธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่มีชื่อแซ่เหมือนกันกับเธอ อายุน้อยกว่าเธอนิดหน่อย ภาพในความทรงจำพรั่งพรูเข้ามาในโสตประสาทของเธอไม่หยุด…

เจ้าของร่างเดิมคนนี้แต่งงานมีลูกและสามีแล้ว แต่ดันโชคร้าย เมื่อปีที่แล้วสามีดันป่วยเป็นไข้ป่าไม่มีเงินรักษาสามีจึงเสียชีวิตทิ้งลูกสาวเพียงคนเดียวให้เธอดูแล…เพราะขาดเสาหลักที่ดูแลครอบครัวไป เจ้าของร่างเดิมจึงต้องทำงานหนักเลี้ยงลูกสาวและครอบครัวสามี

เจ้าของร่างเดิมแต่งงานกับสามีก็ได้ย้ายจากหมู่บ้านที่เคยอยู่มาอยู่กับสามีที่หมู่บ้านแห่งนี้…แม่สามีดีกับเธอมาก แต่ญาติ ๆ ฝั่งครอบครัวสามีนี่สิ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้จงเกลียดจงชังเธอนัก ทำอะไรก็ไม่ถูกใจ หาทางรังแกกลั่นแกล้งเธอสารพัด

วันใดที่ฝากให้คนที่บ้านสามีดูแลลูกสาว ตนกลับมาทีไรร่างกายลูกสาวเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำทุกที…เธอพยายามเก็บเงินไว้แยกบ้านออกไปใช้ชีวิตตามลำพัง ยังไม่ทันจะได้ทำตามฝันที่วาดไว้สามีดันมาจากไปเสียก่อน…

ในตอนแรก เจ้าของร่างเดิมรอไหว้ 49 วันที่สามีจากไปเสร็จจะขอแม่สามีพาลูกสาวกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านกับแม่แท้ ๆ เพราะอย่างไรเสีย สามีของเธอก็จากไปแล้ว แต่แม่สามีขอให้เธออยู่ไหว้ 100 วันของสามีก่อนค่อยพาลูกสาวกลับไปหาแม่

เจ้าของร่างเดิมก็ตกลงที่จะอยู่รอไหว้ 100 วันของสามีก่อน พอวันไหว้ 100 วันที่สามีจากไปเสร็จ แม่สามีก็ได้ขอให้อยู่ช่วยทำอาหารไหว้ครบรอบ 1 ปีที่สามีเธอจากไป เหมือนเช่นเคย เจ้าของร่างเดิมไม่ได้ขัดอะไร เพราะยังไงก็คือหน้าที่ของภรรยาอย่างเธอ

งานครบรอบ 1 ปีที่สามีจากไป แม่สามีได้เชิญคนในหมู่บ้านมาร่วมงานไหว้ในครั้งนี้ด้วย หน้าที่คอยทำความสะอาด ทำอาหารและเก็บกวาดจึงตกเป็นหน้าที่เธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…ตลอดทั้งวันไม่ได้ทานข้าว ทำให้ร่างกายของเฟยอวี่อ่อนแรง ทำให้เป็นลมหมดสติหัวกระแทกพื้น

เฟยอวี่จากยุคปัจจุบันถึงได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเฟยอวี่ในยุคนี้ยังไงล่ะ เมื่อรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของเจ้าของร่างเดิมแล้ว เฟยอวี่ก็กลับมาเป็นปกติ ขยับร่างกายได้

“ชีวิตสองแม่ลูกน่าสงสารจริง ๆ เลย แล้วถุงมิติฉันล่ะ” ทันทีที่ได้สติ เฟยอวี่รีบมองหาถุงมิติทันที โชคดีที่ถุงมิติไม่ได้หายไปไหนและทะลุมิติมากับเธอที่นี่ด้วย

“ใครคิดที่จะรังแกลูกฉันก็เตรียมตัวได้เลย เพราะฉันไม่ใช่เฟยอวี่คนเดิมอีกต่อไป!”

ขณะที่เฟยอวี่กำลังมองสำรวจดูรอบ ๆ บ้านนั้น ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยพร้อมกับเสียงร้องไห้ของเด็กน้อยดังแว่วมา เฟยอวี่รีบลงจากเตียงเดินออกมาดูข้างนอก

“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าให้ล้างจานกับหม้อให้สะอาดน่ะ แล้วดูนี่สิ คราบยังติดเต็มเลย ล้างใหม่เดี๋ยวนี้! ฮึ่ย ~”

หญิงสาวอวบอ้วนตวาดเสียงดังอย่างหงุดหงิด ก่อนจะกระชากแขนเสื้อของเด็กหญิงผิงผิงให้ไปหยุดอยู่ถังน้ำใหญ่บังคับล้างจานต่อ

“ฮือ ๆ อาฮุ่ยหลิง ผิงผิงหิวข้าว ผิงผิงหนาว ผิงผิงล้างจานไม่ไหวแล้ว ฮือ ๆ ”

“ล้างไม่ไหวก็ต้องล้าง ไม่งั้นฉันจะไม่ให้ข้าวแกกิน!!!” หญิงอวบอ้วนคนนั้นไม่ยอมปล่อยเด็กหญิงผิงผิงไปง่าย ๆ เฟยอวี่เห็นแบบนั้นถึงกับโกรธเลือดขึ้นหน้า เธอเท้าเอวเดินดุ่ม ๆ ไปหยุดอยู่ข้างหลังหญิงอวบอ้วนคนนั้น ก่อนจะยกขาขึ้นแล้วถีบหญิงอ้วนคนนั้นเต็มแรง

ตุบ!!! “โอ้ย ~ หนอย ~ ใครมันกล้าถีบฉันเนี่ย”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...