ทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตภรรยาผู้น่าสงสาร ยุค 70
ข้อมูลเบื้องต้น
นิยายเรื่องนี้เป็นแนวครอบครัว Feel Good นางเอกไม่ยอมคน ปากจัดนิดหน่อย นางเอกสู้ชีวิตเพื่อลูกสาว
นิยายเรื่องนี้ไรต์ได้ข้อมูลจากเพื่อนคนจีนมาค่อนข้างเยอะ ไรต์จึงอยากจะแต่งนิยายเรื่องนี้ตามความเป็นจริงและวิถีชีวิตของคนในยุคนั้น แต่…แต่ จะไม่แต่งเอี่ยวกับการเมืองนะคะ
เนื้อเรื่องจะประมาณแบบว่านางเอกที่ผิดหวังจากครอบครัวในยุคปัจจุบันมาอยู่ในยุค 70 แล้วมีลูก พยายามทำทุกอย่างเพื่อลูก เนื้อเรื่องเน้นตัวละครเอกเป็นหลัก พระเอกดีแสนดี ทันมารยาหญิงทุกคน เนื้อเรื่องจะค่อย ๆ เล่าถึงชีวิตของพระนางจากที่ลำบากยากจน จนกลายเป็นผู้มั่งคั่งในเวลา 10 ปีต่อมา
เรื่องนี้ไรต์จะแต่งฟีลแบบครอบครัว ตามที่รี้ดอยากจะให้แต่ง คือบทบาทของลูกตัวเอกจะมีมากขึ้น ดราม่าไม่มากแต่ก็มีเพื่อเพิ่มสีสันในเรื่อง ยังไงก็ฝากทุกรี้ดที่น่ารักทุกคนติดตามเรื่องนี้กันด้วยน้า
ถุงมิติ
‘แม่ผิงผิงหิว’
‘แม่ ไม่มีข้าวกินเลย’
‘แม่ ผิงผิงมีซาลาเปามาให้แม่’
เสียงใสของเด็กหญิงวัย 4 ขวบดังก้องในโสตประสาทของ เฟยอวี่ไม่หยุด ทุกครั้งที่ข่มตาหลับความฝันแปลกประหลาดมักจะผุดเข้ามาในห้วงความฝันเธอทุกครั้ง…
ร่างบางผอมเพรียวสะดุ้งตกใจลุกพรวด เสียงหายใจหอบผสมผสานกับเสียงแอร์ภายในห้อง เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลผุดเต็มใบหน้าเรียวสวย
“ทำไมเราถึงฝันแบบนั้นช้ำ ๆ นะ แล้วที่นั่นคือที่ไหนกันทำไมผู้คนถึงได้ดูลำบากยากจนขนาดนั้น”
ในความฝันเฟยอวี่เห็นเด็กหญิงตัวน้อยวัย 4 ขวบหน้าตามอมแมม ผอมบางเหมือนเจ้าลิงน้อยเลย แลดูน่าสงสารมากและภาพอื่น ๆ คือผู้คนใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ บางคนก็ใส่เสื้อผ้าที่นำเศษผ้ามาเย็บต่อกัน ดูไม่ต่างจากคนยุค 60-70 เลยสักนิด
บ้านที่อยู่อาศัยก็เป็นกรึ่งไม้หญ้าแห้งกรึ่งดิน ดูเก่า ๆ ทรุดโทรม ภาพในความฝันทำให้เฟยอวี่นึกถึงเรื่องเล่าของคุณยายเมื่อ2 ปีก่อนที่ยายเคยเล่าให้ฟัง เรื่องมิติและมีคนทะลุมิติไปอยู่ในยุคที่ลำบากยากจนข้าวยากหมากแพงนั่น แต่เธอก็ไม่เชื่อหรอกนะ
ไม่อยากจะคิดมาก เฟยอวี่ลุกเดินไปที่ครัวไปหยิบน้ำมาดื่ม เดินออกมาก็เห็นชองสีขาวที่หน้าประตู เธอหยิบขึ้นมาเปิดอ่านดูคือข้อตกลงในใบหย่าที่เธอกับสามีได้ตกลงกันไว้
“เหอะ ~ ทำผิดต่อฉันแล้วยังจะมีหน้ามาร่างข้อตกลงเรื่องบ้านแบ่งทรัพย์สินกันอีกครั้งเหรอ? ตลกชะมัดเลย”
เฟยอวี่ฉีกกระดาษนั้นทิ้ง ก่อนจะถอนหายใจแรงแล้วเดินไปนั่งที่โซฟา…ย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน เธอได้แต่งงานกับสามีที่เธอรักนักรักหนา สัญญาว่าชาตินี้จะไม่รักใครนอกจากเขา แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะนอกใจไปเอากับเพื่อนสนิทของเธอ แล้วเธอก็ไม่คิดด้วยว่าเพื่อนสนิทจะเลวทำกันได้ขนาดนี้
แต่งงานกันได้หนึ่งปี เฟยอวี่อยากจะมีลูกแต่สามีดันไม่พร้อมไม่อยากมี ให้เหตุผลว่ายังไม่มีเงินมากพอที่จะเลี้ยงดูลูกได้ อยากจะหาเงินอีกสักหน่อย จึงขอให้เธอไปยุติการตั้งครรภ์ก่อน รอเมื่อพร้อมกว่านี้ค่อยมาปรึกษากันเรื่องนี้อีกครั้ง
เธอก็ดันโง่เชื่อคำสามีไปคุยกับหมอให้หมอช่วย หมอตรวจร่างกายแล้วครรภ์มีปัญหาด้วยจึงต้องทำการยุติการตั้งครรภ์ไป วันนั้นเฟยอวี่เสียใจมากแต่ก็ได้แต่ทำใจ…
2 ปีต่อมาเฟยอวี่ก็ตั้งท้องอีกครั้ง เธอได้ไปบอกเรื่องนี้ให้สามีรู้ สามีไม่มีทีท่าดีใจเลยสักนิดเดียว นับวันเริ่มห่างเหินเธอออกไป เพราะว่าคิดมากโศกเศร้าเสียใจที่สามีไม่สนใจไยดี ทำให้เฟยอวี่นอนไม่หลับ ทานข้าวไม่ได้ นำพาไปสู่ภาวะแท้งลูกในที่สุด
สูญเสียลูกครั้งที่สองนับว่าเสียใจมากแล้ว เธอพักฟื้นได้ไม่นานสามีดันมาบอกว่าทำผู้หญิงคนอื่นท้อง พอเธอถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร สามีอ้ำอึ้งอยู่นานถึงยอมบอกว่าผู้หญิงคนนั้นคือเพื่อนสนิทของเธอ
สูญเสียลูกไปยังไม่พอ ยังต้องมารับรู้และสูญเสียสามีไปให้ผู้หญิงคนอื่นอีก ชีวิตเธอเจอแต่เรื่องบัดซบเสียจริง…นอนโศกเศร้าเสียใจอยู่นานหลายวัน พอคิดอะไรหลาย ๆ อย่างได้ เฟยอวี่จึงตัดสินใจหย่ากับสามีเฮงซวยแล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ จะไม่เชื่อคำพูดของใครหน้าไหนอีกแล้ว และจะไม่ยอมให้ใครมาสร้างรอยบาดแผลให้ตัวเองอีกต่อไป…
เรื่องราวยืดเยื้อมานานเพราะสามีไม่ยอมหย่า เฟยอวี่จึงตัดสินใจฟ้องหย่าไปเลย เพราะยังไงเธอก็มีหลักฐานว่าสามีผิด กว่าศาลจะตัดสินก็ใช้เวลานานหลายเดือน สุดท้ายเธอก็ชนะคดีนี้และได้เงินมาไม่น้อย
แม้จะได้เงินจากการฟ้องหย่ามาเยอะ แต่ใช่ว่าเฟยอวี่เธอจะมีความสุข บาดแผลใหญ่ในใจที่สามีฝากไว้ให้กับเธอจะลืมไปได้ยังไงกัน แต่เสียใจไปก็เท่านั้น หย่าแล้วเธอก็ต้องใช้ชีวิตต่อจากนี้ให้ดีที่สุด…
นั่งครุ่นคิดอะไรไปเรื่อยที่ห้องรับแขกนานสักพัก เฟยอวี่ก็เดินกลับเข้ามาในห้อง มีบางอย่างที่อยู่บนเตียงทำให้ร่างบางตกใจมากถึงกับอ้าปากค้าง
“อะ…อะไรวะนั่น” สิ่งที่อยู่บนเตียงคือถุงผ้าสีเหลืองอ่อน ๆ ที่ปากถุงกำลังเปล่งแสงวิบวับออกมา เฟยอวี่เห็นแล้วตกใจมากเธอค่อย ๆ เดินเข้าไปหยิบเอาถุงนั่นมาเปิดดู
“ไม่เห็นมีอะไรนี่นา” เธอพยายามพลิกถุงดูเห็นเพียงความว่างเปล่า ได้แต่สงสัยว่าทำไมเมื่อกี้ถึงมีแสงวิบวับออกมาได้
“เราตาฝาดไปเองหรือเปล่านะ แต่…เอะ ~ ถุงนี่มาจากไหนกันนะ”
เฟยอวี่วางถุงไว้บนโต๊ะ มองช้ายแลขวาดูว่ามีประตูบานไหนเปิดออกหรือไม่ กลัวว่าจะมีคนแอบเอาถุงผ้านี้มาวางไว้ที่เตียงของเธอ
“ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกตินี่นา แล้วถุงผ้านี้มาได้ไงเนี่ย” หญิงสาวได้แต่สงสัยอยู่ภายในใจ จากนั้นเดินไปหยิบเอาถุงผ้าขึ้นมาดูอีกครั้ง
“ข้างในถุงก็ใหญ่เหมือนกันนี่ เอาไว้ใส่ของไปทำงานดีกว่า” พูดจบ เฟยอวี่ก็หยิบเอาสมุดทำงานใส่ลงไปในถุง ภาพที่สมุดหายไปในพริบตาทำให้เฟยอวี่ตกใจดวงตาเบิกโพลง อ้าปากค้างนานหลายวิ
“เห้ย…มะ…เมื่อกี้…ผีหลอกเหรอ กรี๊ดดดด ~” เห็นสมุดทำงานหายไปต่อหน้าต่อตา เฟยอวี่ตกใจกลัว เผลอทิ้งถุงไปที่พื้น ก่อนจะวิ่งขึ้นไปบนเตียงดึงมาห่มคลุมศีรษะไว้
เห็นทุกอย่างยังคงเงียบสนิทไม่มีเสียงเคลื่อนไหวใด ๆ เฟย อวี่ก็ค่อย ๆ โผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม มีแสงเป็นรูปประตูบานใหญ่วิบวับออกมาจากถุงผ้า ครู่นั้นเธอจึงฉุกคิดถึงเรื่องเล่าของคุณยายขึ้นมา
“อย่าบอกนะว่าคือถุงมิติน่ะ เป็นไปได้ยังไงกัน” ร่างบางรีบลุกจากเตียงเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตูวิบวับนั่น ก่อนจะเดินผ่านเข้าไปข้างในด้วยความประหม่า
“พระเจ้า!!! มันคือมิติจริง ๆ ด้วย คือมิติเก็บของเหรอ ใหญ่มาก แต่เอะ…มิติ เก็บของ นี่ฉันกำลังจะถูกดูดไปอีกมิติหนึ่งเหรอเนี่ย ไม่นะ ~”
แค่คิดว่าจะถูกดูดไปอีกมิติหนึ่งเหมือนเรื่องเล่าของคุณยาย เฟยอวี่แทบอยากจะร้องไห้ออกมา ความฝันที่เธอมักจะฝันอยู่บ่อย ๆ นั้นจะต้องเป็นที่ที่เธอถูกดูดไปแน่ ๆ เลย
“ฉันต้องทำยังไงดี ปฏิเสธไม่ไปได้ไหม หรือต้องไป ไม่สิ เกิดได้ไปอยู่ร่วมกับซอมบี้จะทำไง แล้วถ้าถูกดูดไปอยู่ในที่ที่ทุรกันดารฉันจะต้องทำยังไง ฮือ ๆ ฉันไม่อยากไปอยู่ในที่แบบนั้นนะ”
หลังจากที่ออกมาจากมิติ เฟยอวี่ก็นั่งเหม่ออยู่นาน ตอนนี้เธอคงทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากเตรียมตัวเตรียมใจไปซื้อของเก็บเข้าไปในถุงมิติ เรื่องที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นกับเธอจนได้ ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีกันแน่
ขณะที่กำลังครุ่นคิดหาทางออกอยู่นั้น ถุงผ้าก็ประกายแสงแจ้งเตือนเวลาให้เธอรู้ว่าเธอมีเวลาเตรียมตัวแค่ 3 วัน ก่อนจะถูกดูดไปอีกมิติหนึ่ง
“บ้าไปแล้วน่า ไม่น่าจะใช่มั้ง” ปากบ่นไม่หยุด ในหัวไม่เชื่อเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น แต่เฟยอวี่ก็ไม่ได้อยู่เฉย รีบตรวจสอบเงินในบัญชีทันที ก่อนจะจดรายการต่าง ๆ เพื่อที่จะไปซื้อเก็บไว้ในมิติ
“เอาว่ะ ฉันจะใช้เงินหมดนี่แหละ อย่างที่ยายเคยเล่าให้ฟัง เงินกับของใช้อิเล็กทรอนิกส์ เอาไปใช้ที่นั่นไม่ได้ด้วยหนิ เปลี่ยนเป็นอาหาร ยา ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นก็แล้วกัน”
ซื้อของเก็บใส่ลงไปในถุงมิติ
วันนี้เธอจะไปซื้อจำพวก ข้าวสาร 300 กระสอบ , แป้ง 300 กิโลกรัม , น้ำมันเครื่องปรุงต่าง ๆ อย่างละ 300 กิโลกรัม , สันคอหมู สันนอก สันใน สะโพก สามชั้น ซี่โครง อย่างละ 5 ตัน , เนื้อวัวส่วนละ 500 กิโลกรัม , เป็ด ไก่สำเร็จรูป 5 ตัน ยังไงเธอก็ต้องเตรียมวัตถุดิบอาหารให้ได้เยอะที่สุด เพราะไม่รู้ว่าที่นั่นการเป็นอยู่เป็นยังไง ยังไงมิติก็เก็บของสดไว้ได้นานนี่นา
“แค่นี้คงพอแหละมั้ง พรุ่งนี้ค่อยไปหาซื้อเครื่องใช้ส่วนตัวที่จำเป็นแล้วก็…”
เฟยอวี่หยุดชะงักไป ใบหน้าของเด็กหญิงในฝันผุดเข้ามาในหัวเธออีกครั้ง
“ซื้อข้าวของของเด็กไปด้วยดีกว่า” หญิงสาวนั่งคิดนั่งจดอย่างใจจดใจจ่อ
หลังจากที่จดรายการสินค้าที่จะซื้อไว้หมดแล้ว เฟยอวี่ก็เดินไปขึ้นรถไฟหาเช่ารถไปขนของมาไว้ที่ใต้คอนโด ไม่ลืมที่จะแวะไปสั่งซาลาเปาหมูสับกับป้าเจ้าของร้าน 500 ลูก ป้าเจ้าของร้านได้แต่สงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามอะไรมาก จัดซาลาเปาใส่ไว้ในกล่องให้เธอ
สั่งซาลาเปาเสร็จ เฟยอวี่ก็ไปหาซื้อไข่ไก่เพิ่ม กลัวว่าที่ที่เธอจะถูกดูดไปไม่มีไข่หรือไก่กินจึงซื้อจากที่นี่ไปเสียดีกว่า…เฟยอวี่รีบขับรถขนของไปที่ตลาดสดที่อยู่ไม่ไกลสั่งไข่ไก่ 3000 ฟอง ยังไงเธอก็ต้องซื้อของตุ๋นไว้กินนาน ๆ จนกว่าเธอจะหาเงินในยุคนั่นได้
เมื่อสั่งไข่เสร็จแล้วให้คนขนของมาไว้ที่รถแล้ว เฟยอวี่มองช้าย มองขวาไม่เห็นใคร เธอจึงรีบนำตะกร้าไข่ไก่ใส่ลงไปในถุงมิติ ทว่าครู่นั้นเธอเกิดสงสัยว่าเธอจะเอาของในถุงมิติออกมาได้ยังไง
“เวรแล้วไง ฉันต้องทำยังไงล่ะทีนี้” เฟยอวี่แน่นิ่งครุ่นคิดคิดอยู่นานสักพัก เอ่ยขอสิ่งของในนั้นก็ไม่ออกมา เฟยอวี่จึงลองวางถุงลงไปที่พื้นเหมือนตอนที่อยู่ที่ห้องดู ปรากฎว่าแสงวิบวับส่องแสงประกายออกมาจากปากถุง ก่อนจะกลายเป็นภาพประตูให้เธอเดินเข้าไปหยิบของข้างในนั้นได้
“อ่อ ~ แบบนี้นี่เอง ดี ๆ ” หลังจากที่เดินออกมาจากมิติแล้ว เฟยอวี่ลองคิดวิธีอื่นที่จะเอาของออกมาจากมิติ เพราะกลัวว่าทุกครั้งที่จะต้องเดินเข้าไปเอาของในมิติจะมีคนมาเห็นเข้า เธอจะต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ
“ลองเขียนใส่กระดาษดูแล้วยัดเข้าไปในถุงดีกว่า” หญิงสาวตื่นเต้นเขียนคำว่าขอไข่ 2 ฟอง แล้วยัดเข้าไปในถุงมิติ ในพริบตาก็มีไข่ 2 ฟองออกมาจากถุงมิติจริง ๆ
“ต้องอย่างนี้สิ เจ๋งไปเลย ~” เมื่อรู้วิธีใช้ถุงมิติแล้ว เฟยอวี่ก็ขับรถไปซื้อของต่อ
เธอไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาก่อน การได้ใช้เงินอย่างไม่ต้องกลัวว่าจะต้องอดตายมันมีความสุขอย่างนี้นี่เอง…เฟยอวี่เดินเข้าไปที่ตลาดสดสั่งเนื้อหมูและเนื้อวัว ไม่ลืมเป็ดไก่สำเร็จรูปและปลาด้วย ปลานั้นเธอสั่งไม่เยอะเพราะคิดว่าที่ที่เธอจะต้องไปอยู่น่าจะหาปลากินเองได้อยู่ จึงซื้อแค่ 300 กิโลกรัมเท่านั้น
วันนี้เธอได้วัตถุดิบอาหารมาไม่น้อย เนื้อสัตว์บางส่วนที่ร้านขอมาส่งให้เธอในวันพรุ่งนี้แทน เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรตกลงตามที่เจ้าของร้านบอก เพราะเธอยังพอมีเวลาเตรียมตัวอยู่…กลับมาถึงที่บ้าน เฟยอวี่ก็จัดเตรียมเสื้อผ้า แต่เสื้อผ้าของเธอส่วนใหญ่มีแต่เสื้อผ้าสีสันสดใส
ในความฝันของเธอ ผู้คนเอาแต่ใส่เสื้อผ้าสีมืด ๆ มีแค่ไม่กี่สีเอง ถ้าเธอเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปด้วยจะไม่กลายเป็นจุดสนใจเหรอ…คิดอยู่นานสักพัก เธอจึงตัดสินใจว่าพรุ่งนี้ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่หมด ซื้อเฉพาะสีดำ สีเทาและสีมืด ๆ ที่ไม่เป็นจุดเด่นที่นั่น
เฟยอวี่ไม่ลืมที่จะเก็บเอาหม้อ กระทะ ถ้วย ช้อน ส้อม จาน ชาม ใส่ลงไปในถุงมิติด้วย แต่ใช่ว่าเธออยากจะยัดอะไรลงไปก็ได้ เพราะของบางอย่างเธอก็ยัดใส่ลงในถุงมิติไม่ได้ อย่างเช่น : ไมโคเวฟ , จักรยานยุคใหม่ , กุญแจรถยนต์ , ทีวี , ไอแพด เข้าใจง่าย ๆ คือของใช้อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด…
แค่นี้ก็ดีมากแล้ว ใส่อาหารเข้าไปเท่าไหร่ก็ได้นับว่าบุญแล้ว เธอจะได้ไม่อดตาย…หลังจากเก็บเสื้อผ้าบางส่วนใส่ลงไปในถุงมิติแล้ว เฟยอวี่ก็เดินไปเก็บเอาผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม ขาดอะไรเธอก็มาจดไว้พรุ่งนี้ค่อยไปซื้อมาเพิ่ม
วันต่อมา เฟยอวี่ตื่นมาตั้งแต่เช้าตรู่ ออกไปนั่งกินซาลาเปากับนมถั่วเหลือง ชมวิวในเมืองยามเช้าก่อนที่จะไม่ได้เห็นภาพในเมืองนี้อีก หลังจากกินอิ่มแล้วเธอก็ลาดตระเวนไปซื้อของต่อ
วันนี้ เฟยอวี่จะซื้อเสื้อผ้ารองเท้าของตัวเองและเสื้อผ้ารองเท้าของเด็กผู้หญิง เธอคิดว่ายังไงเธอก็ต้องได้พบเด็กหญิง 4 ขวบคนนั้นแน่ ไม่ลืมที่จะไปสั่งนมสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึงเด็ก 6 ขวบด้วย ใครจะไปรู้ บางทีไปอยู่ที่นั่นเธออาจจะแต่งงานมีลูกก็ได้ คิดเพื่อไว้เป็นการดีที่สุด…
หลังจากซื้อเสื้อผ้ารองเท้าของใช้ส่วนตัวเสร็จ เฟยอวี่ก็เดินไปซื้อผ้าปูที่นอน , ผ้าห่ม , หมอน , มุ้ง , ฟูก แล้วก็เครื่องใช้ภายในห้องน้ำอะไรที่จำเป็นเฟยอวี่ซื้อมาหมด…ออกมาจากตลาดแล้ว ร่างบางก็เดินไปที่ร้านขายยา ซื้อยาที่จำเป็น ยาลดไข้ ลดอาการปวดท้อง ยาดีหวัด อื่น ๆ อย่างละ 50 กล่อง/แผง
เมื่อเตรียมของทุกอย่างครบหมดแล้ว เฟยอวี่ก็กลับไปจัดของใส่ลงไปในถุงมิติ ยังมีบางรายการที่เจ้าของร้านยังไม่มาส่ง ระหว่างที่รอ เธอก็เดินขึ้นไปบนห้องจัดเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมดใส่ลงไปในถุงให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะใส่ลงไปในถุงมิติ…
ทว่าครู่นั้นฉุกคิดได้ว่าจะต้องซื้อข้าวของเครื่องใช้ในครัวและภายในบ้านด้วย เกิดถูกดูดไปที่นั่นแล้วภายในบ้านไม่มีอะไรเธอได้ตายกันพอดี ทางที่ดีที่สุดซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่ใส่ลงไปได้ไปด้วย เพราะยังไงมิติของเธอก็กว้างมากพอที่จะใส่อะไรหลาย ๆ อย่างลงไปได้
เฟยอวี่ขับรถกลับออกไปซื้อของที่จำเป็นใช้ภายในบ้านที่ตลาดขายส่งเหมือนเดิม เธอให้เจ้าของร้านไปส่งของที่คอนโด…ทว่าครู่นั้น เฟยอวี่บังเอิญขับรถผ่านร้านขายของเก่าพอดี เห็นมีจักรยานเก่า 2-3 คันวางขายอยู่ภายในร้าน เธอสนใจอยากจะได้สักคันจึงเดินเข้าไปถาม
“เถ้าแก่ รถจักรยานนี้เท่าไหร่เหรอคะ” เดินเข้ามาในร้าน เฟยอวี่ก็รู้ได้ทันทีเลยว่านี่คือร้านขายของเก่าโบราณ ราคาไม่อยากจะนึกถึงเลย
“จักรยานนี่ราคาแพงนะนังหนู จักรยานรุ่นแรก ๆ เลยนะ”
“เหรอคะ เก่ามากเลยนะคะ แต่ยังใช้ได้นะคะเถ้าแก่” เฟย อวี่สนใจอยากจะซื้อจักรยานคันนี้ใส่ลงไปในถุงมิติด้วย
เพราะคิดว่าตัวเองน่าจะถูกดูดไปในยุคโบราณ แต่ไม่รู้ว่ายุคไหนแค่นั้นเอง จักรยานคันเก่านี้น่าจะใช้ได้และไม่เป็นที่สงสัยถ้าหากจะเอาออกมาใช้ในยุคนั้น
“ยังใช้ได้สิ ขับดีเลยแหละ” เจ้าของร้านยิ้มแย้มเดินออกมาแนะนำแล้วปั่นจักรยานให้เฟยอวี่ดูรอบ ๆ ร้าน
“ก็ยังดีอยู่ เท่าไหร่คะเถ้าแก่ หนูอยากได้จักรยานคันนี้ค่ะ”
“อยากจะซื้อจักรยานไปปั่นทำไมไม่ซื้อคันดี ๆ มาปั่นล่ะ ชอบสะสมของเก่าเหรอ”
“เปล่าค่ะเถ้าแก่ หนูแค่ชอบ อยากได้น่ะ”
“อืมมม อย่างนี้นี่เอง คันนี้ 100,000 หยวน เป็นจักรยานรุ่นแรกหาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว มีแค่ที่ร้านลุงเนี่ยแหละ”
เมื่อรู้ราคาของจักรยานแล้ว เฟยอวี่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่อย่างอยากลำบาก จักรยานบ้าอะไรตั้ง 100,000 หยวน…เธอดูเงินที่เหลือในบัญชี เหลือเงิน 122,000 หยวนพอดี เอาว่ะ ถ้าไม่ได้ถูกดูดไปเธอก็จะกลายเป็นคนล้มละลายในทันที
“ลดไม่ได้เหรอคะเถ้าแก่ หนูอยากได้คันนี้จริง ๆ นะคะ”
“อืม ลุงลดให้ก็ได้ แต่ลดได้ไม่เยอะนะ 95,000 หยวน”
“ได้ค่ะ หนูเอาคันนี้ค่ะ” ไม่รีรอช้า เฟยอวี่รีบโอนตัวให้ลุงเจ้าของร้าน จากนั้นก็นำจักรยานกลับไปที่คอนโด
#เรื่องจักรยานรี้ดบางคนอาจจะคิดว่านางเอกโง่ ! นางเอกไม่ได้โง่ค่ะ…อ่านบรรยายดี ๆ นะคะ เงินในยุคปัจจุบันไม่สามารถนำไปใช้ในยุคที่นางเอกจะถูกดูดไปได้ นางเอกจึงต้องซื้อทุกอย่างที่ยัดใส่ในถุงมิติได้หมด กว่าจะหาเงินซื้อจักรยานในยุคนั้นได้ไม่ง่ายค่ะ นางเอกไม่รู้ว่าไปอยู่ที่นู่นจะเป็นยังไงซื้ออะไรได้ก็ซื้อค่ะ
#แล้วจักรยานที่นางเอกซื้อคือจักรยานรุ่นแรก ไม่ใช่จักรยานในยุคใหม่นะคะ
ทะลุมิติมาอยู่ในยุค 70
หลังจากกลับมาจัดการนำจักรยานใส่เข้าไปในถุงมิติแล้ว เฟย อวี่ก็ขับรถขนของไปซื้อเครื่องใช้ในสวนผักต่อ ที่นั่นจะต้องมีที่ให้เธอปลูกผักทำสวนแน่นอน จะต้องไปซื้อเมล็ดผักกาดขาวใหญ่ ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง หอม ผักชนิดใดที่ปลูกง่าย ๆ เฟยอวี่จะซื้อเตรียมไว้หมด ไม่ลืมที่จะซื้อปุ๋ยด้วย
“อืมมม ~ น่าจะหมดแล้วแหละ” เฟยอวี่ขับรถขนของกลับไปที่ใต้คอนโด จากนั้นก็ยัดข้าวของต่าง ๆ ลงไปในถุงมิติ จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็นำรถขนของไปส่งเจ้าของ
กลับมาถึงที่ห้อง เฟยอวี่ก็เข้าไปในมิติดูว่าของที่เธอซื้อมาครบหมดแล้วหรือยัง เหลือเพียงแค่วัตถุดิบเนื้อที่ทางเจ้าของร้านบอกว่าจะนำมาส่ง ตรวจของทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ร่างบางก็หยิบผ้าเสร็จตัวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
ขณะที่กำลังอาบน้ำอยู่นั้น เฟยอวี่ก็แอบคิดอะไรไปเรื่อย ไม่รู้ว่าที่ที่เธอจะต้องไปใช้ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้เป็นยังไง ผู้คนที่นั้นจะดีกับเธอไหม แล้วเธอจะถูกดูดไปอยู่ในยุคไหนกันแน่…
ไม่อยากจะคิดอะไรมาก เฟยอวี่รีบอาบน้ำ ทานข้าวแล้วรีบเข้านอนพักผ่อนเอาแรง…
วันที่ 3 ถุงมิติแจ้งเตือนว่าเธอเหลือเวลาอีกแค่ 12 ชั่วโมงเท่านั้น เฟยอวี่รีบเข้าไปตรวจดูของในถุงมิติอีกครั้งว่าขาดเหลืออะไรไหมจะได้รีบไปซื้อมาเก็บไว้ แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะครบหมดแล้วรอแค่เวลาเท่านั้น
เฟยอวี่หยิบเอามือถือออกมากดเข้าไปดูเงินในบัญชี ตอนนี้เงินในบัญชีของเธอเหลือแค่ 10,700 หยวนเอง ถ้าเธอไม่ได้ถูกดูดไปอีกมิติหนึ่งเธอได้กลายเป็นคนเร่ร่อนไม่มีที่อยู่แน่
“ไม่เป็นไรหรอกมั้ง เราต้องคิดบวกเข้าไว้ โอเค ออกไปหาอะไรกินดีกว่า”
วันนั้นเฟยอวี่ออกไปเดินเล่นกินเที่ยวจวนฟ้าเริ่มมืดถึงกลับมาที่คอนโด มองเวลาใกล้จะถึงเวลาแล้วเธอก็รู้สึกตื่นเต้น ไม่รู้ว่าเธอจะถูกดูดไปตอนไหนและไปอยู่ที่ไหน…
หญิงสาวนอนเล่นมือถืออยู่สักพัก ก็รู้สึกง่วงขึ้นมาความรู้สึกเหมือนกับกำลังดมยาสลบยังไงยังงั้น ทว่าครู่นั้นก็มีแสงสว่างสีขาวเปล่งแสงออกมาจากถุงมิติ ก่อนจะดูดเอาร่างของเฟยอวี่หายไป…
ณ ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง ปี 1973
“นี่ผิงผิง ล้างให้สะอาดด้วยล่ะ ไม่อย่างนั้นฉันจะให้แกล้างใหม่จนกว่าจานจะสะอาดแน่”
หญิงสาวร่างกายอวบอ้วน อยู่ในชุดสีเทาเก่า ๆ กำลังยืนเท้าเอวมองเด็กหญิงวัย 4 ขวบล้างจานอยู่ตรงหน้า
ฤดูหนาวเริ่มมาเยือน เด็กหญิงผิงผิงหน้าตามอมแมม อยู่ในอาภร์ณขาดเก่า ๆ ยืนสั่นระริกล้างจานเต็มถังที่อยู่ตรงหน้าอย่างน่าสงสาร แต่…หญิงอวบอ้วนที่ยืนข้าง ๆ ที่มีศักดิ์เป็นถึงอาไม่ได้สงสารเด็กหญิงผิงผิงเลยแม้แต่น้อย
“อาฮุ่ยหลิงคะ มีอะไรให้ผิงผิงกินไหม ผิงผิงหิว ผิงผิงไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้ว”
“ใครบอกให้แกทำงานบ้านไม่ดีเอง แล้วแม่แกล่ะยังไม่ฟื้นอีกเหรอ ลื่นล้มแค่นี้เองทำเป็นสำออยไปได้”
ฮุ่ยหลิงพูดด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด สายตาพลางมองเข้าไปในเรือนเก่า ๆ ของสองแม่ลูก ก่อนจะเอ่ยต่อว่า
“รีบ ๆ ล้างเลยนะ ฉันกลับมาต้องล้างให้เสร็จล่ะ”
พูดจบ ฮุ่ยหลิงก็เดินกลับเข้าไปในบ้านที่อยู่ไม่ห่างจากบ้านของเด็กหญิงผิงผิงนัก
ภายในบ้านมีร่างหญิงสาว ร่างกายซูบผอมที่กำลังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงลมเย็นพัดผ่านกระทบใบหน้าเรียวสวยของหญิงสาว เปลือกตางามค่อย ๆ ลืมขึ้น แสงสว่างจากข้างนอกทำให้หญิงสาวรีบหลับตาลงก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
ทันทีที่ได้สติ ดวงตาคู่สวยถึงกับเบิกโพลง ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้ร่างบางตกใจรีบลุกพรวด ยังไม่ทันจะได้ประมวลเรื่องราวที่อยู่ตรงหน้า ร่างกายหญิงสาวก็แน่นิ่งไป เหมือนถูกต้องคาถาอาคมไม่ให้ขยับไปไหนได้ยังไงยังงั้น
ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งฉายชัดเข้ามาในห้วงความคิดของเฟยอวี่ เธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่มีชื่อแซ่เหมือนกันกับเธอ อายุน้อยกว่าเธอนิดหน่อย ภาพในความทรงจำพรั่งพรูเข้ามาในโสตประสาทของเธอไม่หยุด…
เจ้าของร่างเดิมคนนี้แต่งงานมีลูกและสามีแล้ว แต่ดันโชคร้าย เมื่อปีที่แล้วสามีดันป่วยเป็นไข้ป่าไม่มีเงินรักษาสามีจึงเสียชีวิตทิ้งลูกสาวเพียงคนเดียวให้เธอดูแล…เพราะขาดเสาหลักที่ดูแลครอบครัวไป เจ้าของร่างเดิมจึงต้องทำงานหนักเลี้ยงลูกสาวและครอบครัวสามี
เจ้าของร่างเดิมแต่งงานกับสามีก็ได้ย้ายจากหมู่บ้านที่เคยอยู่มาอยู่กับสามีที่หมู่บ้านแห่งนี้…แม่สามีดีกับเธอมาก แต่ญาติ ๆ ฝั่งครอบครัวสามีนี่สิ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้จงเกลียดจงชังเธอนัก ทำอะไรก็ไม่ถูกใจ หาทางรังแกกลั่นแกล้งเธอสารพัด
วันใดที่ฝากให้คนที่บ้านสามีดูแลลูกสาว ตนกลับมาทีไรร่างกายลูกสาวเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำทุกที…เธอพยายามเก็บเงินไว้แยกบ้านออกไปใช้ชีวิตตามลำพัง ยังไม่ทันจะได้ทำตามฝันที่วาดไว้สามีดันมาจากไปเสียก่อน…
ในตอนแรก เจ้าของร่างเดิมรอไหว้ 49 วันที่สามีจากไปเสร็จจะขอแม่สามีพาลูกสาวกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านกับแม่แท้ ๆ เพราะอย่างไรเสีย สามีของเธอก็จากไปแล้ว แต่แม่สามีขอให้เธออยู่ไหว้ 100 วันของสามีก่อนค่อยพาลูกสาวกลับไปหาแม่
เจ้าของร่างเดิมก็ตกลงที่จะอยู่รอไหว้ 100 วันของสามีก่อน พอวันไหว้ 100 วันที่สามีจากไปเสร็จ แม่สามีก็ได้ขอให้อยู่ช่วยทำอาหารไหว้ครบรอบ 1 ปีที่สามีเธอจากไป เหมือนเช่นเคย เจ้าของร่างเดิมไม่ได้ขัดอะไร เพราะยังไงก็คือหน้าที่ของภรรยาอย่างเธอ
งานครบรอบ 1 ปีที่สามีจากไป แม่สามีได้เชิญคนในหมู่บ้านมาร่วมงานไหว้ในครั้งนี้ด้วย หน้าที่คอยทำความสะอาด ทำอาหารและเก็บกวาดจึงตกเป็นหน้าที่เธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…ตลอดทั้งวันไม่ได้ทานข้าว ทำให้ร่างกายของเฟยอวี่อ่อนแรง ทำให้เป็นลมหมดสติหัวกระแทกพื้น
เฟยอวี่จากยุคปัจจุบันถึงได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเฟยอวี่ในยุคนี้ยังไงล่ะ เมื่อรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของเจ้าของร่างเดิมแล้ว เฟยอวี่ก็กลับมาเป็นปกติ ขยับร่างกายได้
“ชีวิตสองแม่ลูกน่าสงสารจริง ๆ เลย แล้วถุงมิติฉันล่ะ” ทันทีที่ได้สติ เฟยอวี่รีบมองหาถุงมิติทันที โชคดีที่ถุงมิติไม่ได้หายไปไหนและทะลุมิติมากับเธอที่นี่ด้วย
“ใครคิดที่จะรังแกลูกฉันก็เตรียมตัวได้เลย เพราะฉันไม่ใช่เฟยอวี่คนเดิมอีกต่อไป!”
ขณะที่เฟยอวี่กำลังมองสำรวจดูรอบ ๆ บ้านนั้น ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยพร้อมกับเสียงร้องไห้ของเด็กน้อยดังแว่วมา เฟยอวี่รีบลงจากเตียงเดินออกมาดูข้างนอก
“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าให้ล้างจานกับหม้อให้สะอาดน่ะ แล้วดูนี่สิ คราบยังติดเต็มเลย ล้างใหม่เดี๋ยวนี้! ฮึ่ย ~”
หญิงสาวอวบอ้วนตวาดเสียงดังอย่างหงุดหงิด ก่อนจะกระชากแขนเสื้อของเด็กหญิงผิงผิงให้ไปหยุดอยู่ถังน้ำใหญ่บังคับล้างจานต่อ
“ฮือ ๆ อาฮุ่ยหลิง ผิงผิงหิวข้าว ผิงผิงหนาว ผิงผิงล้างจานไม่ไหวแล้ว ฮือ ๆ ”
“ล้างไม่ไหวก็ต้องล้าง ไม่งั้นฉันจะไม่ให้ข้าวแกกิน!!!” หญิงอวบอ้วนคนนั้นไม่ยอมปล่อยเด็กหญิงผิงผิงไปง่าย ๆ เฟยอวี่เห็นแบบนั้นถึงกับโกรธเลือดขึ้นหน้า เธอเท้าเอวเดินดุ่ม ๆ ไปหยุดอยู่ข้างหลังหญิงอวบอ้วนคนนั้น ก่อนจะยกขาขึ้นแล้วถีบหญิงอ้วนคนนั้นเต็มแรง
ตุบ!!! “โอ้ย ~ หนอย ~ ใครมันกล้าถีบฉันเนี่ย”