โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดที่มาลัทธิประหลาด "ลัทธิโยเร" ความเชื่อฝ่ามือพลังแสงรักษาโรค

WeR NEWS

เผยแพร่ 04 ม.ค. 2567 เวลา 05.55 น.

หลังจากคดีสัตวแพทย์หญิงจบชีวิตตัวเอง และลูกสาววัย 12 ปี ด้วย “ไซยาไนด์” ต่อมา สามีของผู้ตาย ได้เปิดเผยถึงอาการป่วยของภรรยา ที่ป่วยเป็นภาวะซึมเศร้า และการไปนับถือ “ลัทธิโยเร” โดย “ยาไซยาไนด์” ที่ใช้ในครั้งนี้ เป็นลอตเดียวกับ “แอม ไซยาไนด์” และดาราสาว “ไอซ์ ปรีชญา” รวมถึงสัตวแพทย์หญิงรายนี้ ก็เคยถูกเรียกสอบ ตอนเกิดคดีแอม ไปแล้ว แต่ไม่มีความผิด เพราะใช้ตามกฎหมายรักษาสัตว์

ตอนนี้เชื่อว่า ใคร ๆ ก็คงสงสัยว่า “ลัทธิโยเร” คืออะไร? ทำไมไม่เคยได้ยิน? วันนี้ (4 ม.ค. 66) WRN พามาเปิดประวัติลัทธินี้กันค่ะ

โดย “ลัทธิโยเร” หรือ “เซไกคีวเซ” เป็นศาสนาใหม่ที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น เกิดจากการผสมผสานความเชื่อของ “ลัทธิชินโด” ศาสนาพุทธนิการมหายาน และหลักจริยธรรมสากล ก่อตั้งโดย “โมกิจิ โอกาดะ” เมื่อปี พ.ศ.2478 และหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ในช่วงปี พ.ศ.2490 “ลัทธิโยเร” เริ่มมีแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้น

โดย คำว่า “โย” แปลว่า “ชำระล้าง” และ “เร” แปลว่า “จิตวิญญาณ” ด้วยเหตุนี้ โยเร จึงหมายถึงชำระล้างทางจิตวิญญาณ ซึ่งนอกจากความเชื่อ แสงจากฝ่ามือจะช่วยรักษาโรคภัย อาการเจ็บป่วยทางร่างกายและจิตใจได้แล้ว ยังมีแนวปฏิบัติอื่น ๆ แต่คำสอนหลักของลัทธิโยเรคือ การทำความดี และต้องชักชวนลูกหลานให้มาร่วมเป็นสาวก

ทั้งนี้ เคยมีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ สื่อญี่ปุ่นเคยออกมาเตือนเรื่อง “ลิทธิโยเร” ว่าเป็นลัทธิอันตราย ประเทศญี่ปุ่น และหลายประเทศในยุโรป ต่างเฝ้าระวังลัทธินี้ โดยกล่าวหาว่า คำสอนหลายอย่าง เข้าข่ายการล้างสมอง

แล้ว “ลัทธิโยเร” เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไหร่?

จากข้อมูลของเว็บไซต์วิกิพีเดีย ระบุว่า “ลัทธิโยเร” เข้าสู่ประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2511 โดย “คาซูโอะ วากูกามิ” เริ่มต้นจากการเผยแพร่คำสอน โดยการแปลเอกสารทางศาสนา และก่อตั้งโรงเรียนเกษตรกรรมในประเทศไทย จดทะเบียนในชื่อ “มูลนิธิบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ด้วยกิจกรรมทางศาสนา” ต่อมากรมศาสนาได้รับรองให้มูลนิธิ เป็นองค์กรศาสนาย่อยของศาสนาพุทธนิกายมหายาน มีการเผยแพร่ศาสนาและมีศาสนิกชนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

แต่ต่อมา พ.ศ.2527 กรมศาสนาได้เพิกถอนสถานะ การเป็นนิกายของศาสนาพุทธนิกายมหายาน จึงถูกลดสถานะกลับไปเป็นมูลนิธิ โดยปัจจุบัน “ลัทธิโยเร” มีศาสนสถานอยู่ที่จังหวัดสระบุรี เรียกว่าองค์การศาสนาเซไคคิวเซเคียวประจำประเทศไทย (หรือหอเซจิ) และย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่ซอยสีฟ้า ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ “ลัทธิโยเร” ยังคงทำกิจกรรมสนับสนุนทุนการศึกษาศาสนาพุทธ ให้แก่มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นประจำทุกปี และการต่อต้านยาเสพติด รวมไปถึงการปรับปรุงวิธีการเผยแผ่ศาสนา ด้วยการสนับสนุนสถาบันหลักและวัฒนธรรมไทย

วิธีการเข้าร่วม “ลัทธิโยเร” ?

ผู้ที่จะเข้าร่วมลัทธิโยเร ต้องเข้ารับจี้โอฮิการิ หรือ เรียกว่า “การรับพระ” ซึ่งมีค่าใช้จ่าย และต้องปฏิบัติศาสนกิจ เรียกว่า “กิจกรรมพระ” ได้แก่ การซัมไป (สักการะ) การโยเร และ การโฮชิ (บำเพ็ญประโยชน์) รวมทั้งต้องเผยแผ่ศาสนาเพื่อเพิ่มจำนวนศาสนิกชนให้มากขึ้น มีคำสอนสำคัญแก่สมาชิกคือ ความสุภาพอ่อนโยน ความสงบเสงี่ยม และความสะอาด ที่สำคัญที่สุด คือ การทำโยเร หลังการรับพระพวกเขาจะบูชาเหรียญพระโยเร เอาไว้ และจะสามารถปล่อยแสงทิพย์ออกจากมือ เพื่อรักษาโรคได้ จากนั้น ก็จะมีการกล่าวคาถาบูชา ก่อนจะยกมือขึ้นระดับศีรษะ หันมือเข้าหาผู้รับแสง ยกค้างไว้ 10-15 นาที วันละครั้งหรือสองครั้ง เพราะเชื่อว่าเป็นการรักษาโรคภัย

นอกจากความเชื่อเรื่อง แสงจากฝ่ามือจะช่วยรักษาโรคภัย อาการเจ็บป่วยทางร่างกายและจิตใจได้ ทำให้ที่ผ่านมามีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากการปฏิเสธการรักษาด้วยวิธีการของแพทย์แผนปัจจุบัน และแนวปฏิบัติอื่น ๆ ที่แปลกประหลาดแล้ว ยังพบปัญหาการบิดเบือนคำสอน และเจตนารมณ์เดิมของผู้ก่อตั้ง

ซึ่งหลังก่อตั้งมานาน มีการตั้งองค์กรเป็นกลุ่มธุรกิจเชิงพาณิชย์มากขึ้น สาวกที่คลั่งไคล้คำสอนในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และแม่บ้าน ที่ค่อนข้างมีเวลา และทุนทรัพย์ไปบำเพ็ญบุญร่วมกิจกรรม และให้เวลากับการร่วมกิจกรรมของลัทธิมากกว่าครอบครัว

และยังพบข้อมูล ผู้ร่วมลัทธิโยเรส่วนหนึ่ง แตกกระจายมาจากกลุ่มของวัดธรรมกาย ในช่วงที่ “พระธัมมชโย” อดีตเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย ประสบปัญหา ช่วงนั้นผู้ศรัทธาต่างหันหน้าไปแสวงบุญ บริจาคเงินทำบุญกับมูลนิธิโยเร ที่มีอยู่ จำนวน 24 สาขาทั่วประเทศ มีการเรียกเก็บเงินแรกเข้า กับสมาชิกรายละ 100 บาท เรียกเก็บเงินค่าเหรียญโยเร รายละ 1,000 - 3,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีการเรียกเก็บค่าสมาชิกรายปีอีก รายละ 150 บาท อย่างไรก็ตาม วัดพระธรรมกาย ได้ร่อนจดหมายชี้แจงว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มโยเรแต่อย่างใด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...