โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MOU 2544 เป็นกับดัก ที่จะทำให้ไทยสูญเสียดินแดน ‘พล.ร.อ.พัลลภ’ โต้ ‘ภูมิธรรม’ ชี้กัมพูชาขีดเส้นแบ่ง ผ่ากลางเกาะกูด ละเมิดอธิปไตยของไทย

The Structure

อัพเดต 28 ต.ค. 2567 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2567 เวลา 03.19 น. • The Structure

ภายหลังจากที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2567 กล่าวถึงกระแสวิจารณ์ MOU 2544 ระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งมีขึ้นในรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลชุดปัจจุบันจะนำมาเป็นเครื่องมือในการแบ่งผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเล

ว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เนื่องจากเกาะกูดนั้น เป็นของไทยอย่างชัดเจนมานานแล้ว และสิ่งสำคัญคือทรัพยากรน้ำมันใต้ทะเลในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย และกัมพูชา ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายจะดำเนินการเจรจาแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างกัน

พลเรือเอกพัลลภ ตมิศานนท์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาให้สัมภาษณ์กับ The Structure กล่าวว่า ปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน (Overlapping Claims Area: OCA) ระหว่างไทย-กัมพูชา มีพื้นที่ 26,400 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) ซึ่งถือว่ากว้างใหญ่มาก

เกิดจากการประกาศอ้างสิทธิพื้นที่ไหล่ทวีป ตามกฎหมายทะเลทั้งของไทย (ปี 2516) และกัมพูชา (ปี 2515) ในลักษณะอ้างสิทธิฝ่ายเดียว (Unilateral claim) และกัมพูชาลากเส้นไหล่ทวีปด้านเหนือผ่ากลางเกาะกูด เปรียบเสมือนลากเส้นเขตแดนของประเทศหนึ่ง ผ่ากลางเกาะของอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งเกินกว่าสิทธิ ตามกฎหมายทะเลและละเมิดอธิปไตยของไทย

ซึ่งการที่กัมพูชาลากเส้นไหล่ทวีปผ่ากลางเกาะกูดในลักษณะ “เกินสิทธิ”เช่นนี้ ทำให้ เกิดพื้นที่อ้างเกินสิทธิขึ้นใน OCA ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้ควรเป็นของไทย 100% กัมพูชาไม่มีสิทธิในพื้นที่ส่วนนี้เลย มีขนาด 12,331 ตร.กม. (พื้นที่ส่วนสีแดง) หรือกว่า 46.7% ของพื้นที่ OCA ทั้งหมด ที่เหลืออีก 14,069 ตร.กม. หรือ 53.3% (พื้นที่ส่วนสีเขียว) จึงเป็นพื้นที่ที่แต่ละฝ่ายสามารถอ้างตามสิทธิตาม กฎหมายทะเลว่าเป็นเขตไหล่ทวีปของตน

หากไทยยอมให้นำทรัพยากรใน OCA (พื้นที่อ้างตามสิทธิ + พื้นที่อ้างเกินสิทธิ) มาแบ่งปัน กับกัมพูชา ย่อมไม่ยุติธรรมกับไทย เพราะกัมพูชาย่อมไม่มีสิทธิใด ๆ เลย ในทรัพยากรในพื้นที่อ้าง เกินสิทธิกว่า 46.7% ของ OCA (พื้นที่ส่วนสีแดง)

แต่ที่สำคัญ หากไทยยอมให้นำทรัพยากรใน OCA มาแบ่งปันกับกัมพูชา ซึ่งเป็นข้อตกลงส่วนหนึ่ง ของ MOU44 เท่ากับไทยยอมรับความมีอยู่จริงของเส้นไหล่ทวีปที่ลากผ่านเกาะกูดนี้ ซึ่งจะสร้าง ความชอบธรรมให้กับกัมพูชา

หากมีการเจรจาเส้นเขตแดนทางทะเลในอนาคต ให้สามารถใช้เป็นหลักฐาน หรือข้อพิสูจน์ในศาลระหว่างประเทศโดยอ้างสิทธิทางประวัติศาสตร์ (Historic Title) ตามกฎหมายทะเล เพื่อให้เส้นไหล่ทวีปที่ลากผ่านเกาะกูดนี้ เป็นเส้นเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ถูกต้อง สมบูรณ์และอาจนำไปสู่การเสียดินแดนของไทยต่อไป

สถานการณ์ขณะนี้จึงอาจกล่าวได้ว่า ทั้ง OCA และ MOU44 เปรียบเสมือนกับดักไปสู่การเสียดินแดนของไทย

นอกจากนี้ พลเรือเอกพัลลภเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาจาก MOU 44 ดังนี้1. ในทุกกรณีไทยต้องไม่ยอมตกลงแบ่งปันทรัพยากรใดๆ กับกัมพูชาในพื้นที่ OCA 26,400 ตร.กม.นี้ แต่จะต้องเจรจาแบ่งเขตแดนทางทะเลระหว่างกันให้แล้วเสร็จเสียก่อน หากไทยยอมตกลงแบ่งปันทรัพยากร ในพื้นที่ OCA ก่อนการเจรจาแบ่งเขตแดนแล้วเสร็จ เท่ากับว่าไทยกำลังเดินเข้าสู่กับดักการเสียดินแดน

  • ไทยควรประกาศยกเลิก MOU44 โดยเร็วที่สุด เพราะยิ่งเนิ่นนานไปไทยจะยิ่งเสียเปรียบ เนื่องจากบทบัญญัติของ MOU44 นั้น สื่อความหมายว่าไทยยอมรับการประกาศเขตไหล่ทวีปของ กัมพูชาเมื่อปี 2515 ซึ่งหมายถึงยอมรับความมีอยู่จริงและสร้างความชอบธรรมให้กับเส้นไหล่ทวีปของกัมพูชาที่ลากผ่านเกาะกูดนี้ จะทำให้ไทยเสียเปรียบในการเจรจาเส้นเขตแดนทางทะเลและอาจนำไปสู่ การเสียดินแดนต่อไปในอนาคต

  • ไทยควรประกาศยืนยันไม่ยอมรับเขตไหล่ทวีปของกัมพูชาที่ประกาศเมื่อปี 2515 และเสนอ ให้มีการเจรจาแบ่งเขตแดนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชาต่อไป โดยสามารถใช้กฎหมายทะเลตามปกติ เป็นกรอบการเจรจาได้เช่นเดียวกับที่ไทยดำเนินการกับประเทศอื่นๆสำเร็จลุล่วงมาแล้วเช่น มาเลเซีย และเวียดนาม เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...