โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘บีโอไอ’ เช็คศักยภาพพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ต่อยอดไปสู่แลนด์บริดจ์

The Better

อัพเดต 05 ส.ค. 2567 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2567 เวลา 04.20 น. • THE BETTER
‘บีโอไอ’ลงพื้นที่ชุมพร – ระนอง สำรวจความพร้อมรองรับการลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์ในอนาคต หารือผู้ประกอบการในพื้นที่ รับข้อเสนอตอบโจทย์นักลงทุน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 2 – 3 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ได้จัดกิจกรรมบีโอไอสัญจรที่จังหวัดชุมพรและระนอง เพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการลงทุนต่าง ๆ และสำรวจศักยภาพของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) ซึ่งประกอบด้วย 4 จังหวัด คือ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เพื่อนำมากำหนดมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสม

นอกจากนี้ยังได้สำรวจเส้นทางโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งจะเป็นสะพานเศรษฐกิจเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน รวมทั้งพื้นที่ที่เตรียมสำหรับการสร้างท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่ง ได้แก่ ฝั่งอ่าวไทยที่แหลมริ่ว จังหวัดชุมพร และฝั่งอันดามันที่แหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง

พร้อมทั้งหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารท้องถิ่น หน่วยงานในพื้นที่ ผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมฯ หอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฯ และกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC)ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้หรือ SEC 4 จังหวัด เป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ และมีความโดดเด่นในหลายมิติ ทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก แหล่งพำนักระยะยาวของชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง

รวมทั้งมีชุมชน Digital Nomad ขนาดใหญ่ติดอันดับโลก เช่น ที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน อีกทั้งยังเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญ ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน และเป็นศูนย์กลางแปรรูปอาหารทะเลและอาหารฮาลาล ตลอดจนศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาค รองรับการขนส่งทั้งทางทะเลและทางบก

“พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ มีทำเลที่ตั้งที่ดีและมีจุดแข็งอยู่มาก บีโอไอมองเห็นโอกาสในการดึงศักยภาพเหล่านี้มาทำให้เกิดพลังดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบในท้องถิ่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การเป็นศูนย์กลางแปรรูปอาหารทะเลและอาหารฮาลาล การเกษตรและอุตสาหกรรมชีวภาพ พลังงานทดแทน การท่องเที่ยว การแพทย์และสุขภาพ เป็นต้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างอนาคตที่สดใสให้กับคนในพื้นที่” นายนฤตม์ กล่าว

นอกจากนี้ รัฐบาลมีนโยบายสำคัญที่เตรียมยกระดับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ไปสู่โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งจะเป็นสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน (ชุมพร – ระนอง) และเป็นประตูเชื่อมระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกไปสู่เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป โดยมีศักยภาพสูงที่จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการลงทุนแห่งใหม่ของภูมิภาค

ปัจจุบันรัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างดำเนินการคู่ขนานใน 4 เรื่องสำคัญ คือ การจัดทำร่าง พ.ร.บ. SEC, การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA), การจัดทำร่างเอกสารเชิญชวนผู้ลงทุนในการร่วมลงทุนโครงการ (RFP) และการเดินทางโรดโชว์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของนักลงทุนจากต่างประเทศ

ทั้งนี้จากการที่บีโอไอได้ร่วมคณะโรดโชว์ในต่างประเทศกับนายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคมในช่วงที่ผ่านมา พบว่า มีนักลงทุนจากหลายประเทศให้ความสนใจโครงการแลนด์บริดจ์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นบริษัทผู้พัฒนาและบริหารท่าเรือขนาดใหญ่ บริษัทขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ บริษัทสายการเดินเรือ บริษัทพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ และสถาบันการเงินต่าง ๆ ทั้งจากประเทศญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง เพราะนักลงทุนเหล่านี้มองว่า แลนด์บริดจ์เป็นโครงการยุทธศาสตร์ระดับโลก และจะเป็น Game Changer สำหรับเส้นทางโลจิสติกส์ของโลก

สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ที่รัฐบาลมุ่งหวังให้เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทย จะทำให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ในรอบหลายทศวรรษ คาดว่าจะเกิดเม็ดเงินลงทุนในพื้นที่กว่า 1 ล้านล้านบาท และการจ้างงานกว่า 280,000 ตำแหน่ง ซึ่งจากการลงพื้นที่ของบีโอไอในครั้งนี้ ผู้บริหารท้องถิ่นและผู้ประกอบการในพื้นที่ ได้มีข้อเสนอหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะ 3 เรื่องสำคัญ คือ

1.การเตรียมพัฒนาบุคลากรในพื้นที่ล่วงหน้า เพื่อรองรับตั้งแต่ขั้นการก่อสร้างโครงการ ไปจนถึงบุคลากรด้านโลจิสติกส์ และทักษะขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อให้คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์เต็มที่ 2.การขยายระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานให้เพียงพอสำหรับการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น ถนน ไฟฟ้า แหล่งน้ำและการผลิตน้ำเพื่ออุตสาหกรรม ระบบกำจัดขยะ และ 3. การวางกลไกในการทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน

ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2558 - มิถุนายน 2567) มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ 4 จังหวัด จำนวน 275 โครงการ เงินลงทุนรวม 73,213 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 30 ของการลงทุนในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด ส่วนใหญ่อยู่ในกิจการเกษตร ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารแปรรูป และพลังงานทดแทน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...